
นสพ. the Telegraph หน้าหนึ่งเสนอข่าวอาหารเป็นพิเษจากปลาทูน่านำเข้าจากประเทศไทย และภาพนาง Simone Du Toit หนึ่งในผู้ป่วย
26 ก.พ. 2015 พนักงานตามสำนักงานในนครซิดนีย์สี่คนต้องล้มป่วยลงด้วยโรคอาหารเป็นพิษหลังจากพวกเขาและเธออ้างว่าได้กินสลัดปาทูน่าจากร้านค่าเฟ่แห่งหนึ่งย่านธุรกิจกลางใจนครในซิดนีย์ โดยใช้ปลาทูน่าที่นำเข้าจากประเทศไทย
เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ลูกค้าที่ซื้อสลัดปลาทูน่าจากร้าน Soul Origin ใกล้สถานีรถไฟ Town Hall ในช่วงเวลาอาหารกลางวันของวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มารับประทานได้เกิดอาการอาหารเป็นพิษชนิดสคอมบรอยด์จากปลาทะเล (Scombroid fish poisoning)
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารกล่าวว่า อาหารเป็นพิษส่วนใหญ่มาจากสาเหตุของการควบคุมอุณหภูมิที่ไม่ดีของร้านอาหาร หรือเกิดจากความบกพร่องในขบวนการผลิตในประเทศไทย ในขณะที่เจ้าของร้าน Soul Origin ออกมายืนยันว่าร้านคาเฟ่ของตนปฏิบัติตามมาตฐานการปรุงอาหารตามที่สำนักงานอาหารกำหนดไว้อย่างรัดกุมทุกขั้นตอน
นาย Chris Mavris ผู้จัดการทั่วไปของคาเฟ่ Soul Origin กล่าวว่า เขามีความมั่นใจว่า ร้านของเขาทำทุกอย่างอย่างถูกต้องตามหลักอนามัยที่สุด โดยเชื่อว่าสาเหตุต้องมาจากปลาทูน่านำเข้าจากประเทศไทย และเมื่อทราบข่าวร้านของเขาได้เปลี่ยนมาใช้สินค้าจากประเทศอื่นแทน
สารพิษชนิดสคอมบรอยด์เป็นสารพิษชนิดเดียวกับที่ได้คร่าชีวิตนาง Noelene Bischoff แห่งเมือง Sun Shine Coast และ Yvana บุตรสาวของเธอหลังจากรับประทานปลาติดเชื้อที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในบาหลีได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง (ข่าวการเสียชีวิตของเธอและบุตรสาวเกิดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ในออสเตรเลีย แต่จิงโจ้นิวส์ไม่ได้นำเสนอ)
ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังรีบเร่งหาสาเหตุของการเกิดอาหารเป็นพิษที่ร้านคาเฟ่ Soul Origin และตรวจสอบว่ามีสินค้าก่อเหตุโรคอาหารเป็นพิษในส่วนอื่นของออสเตรเลียหรือไม่
อาการของโรคอาหารเป็นพิษชนิดสคอมบรอยด์จะประกอบด้วยมีผื่นขึ้นตามร่างกาย, เวียนศีรษะ, รู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ คล้ายหนามแทงในปาก และคลื่นไส้ ผู้ป่วยที่กินอาหารติดเชื้อชนิดนี้เข้าไป เช่นผู้ป่วยโรคหืดอาจถึงเสียชีวิตได้
ศจ. Mark Ferson แห่งสำนักงานสาธารณสุขซิดนีย์ตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า หน่วยงานของเขาได้รายงานไปยังสำนักงานอาหารรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NFA) เรียบร้อยแล้ว
นาง Simone Du Toit วัย 32 ปีพนักงานสำนักงานในย่านธุรกิจใจกลางนครซิดนีย์ หนึ่งในจำนวนผู้ป่วยอาหารเป็นพิษกล่าวว่า เธอมีอาการป่วยขึ้นมาภายใน 15 นาทีหลังจากกินสลัดปลาทูน่าที่ซื้อมาจากคาเฟ่ ด้วยอาการใจสั่น ตาขาวของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง จำเป็นต้องเขารับการรักษาทันที เธอยังคงอาการป่วยอย่างต่อเนื่องจนมาทุเลาในตอนบ่ายของวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์
สำหรับการสอบสวนหาสาเหตุของเจ้าหน้าที่จะเริ่มต้นจากร้านคาเฟ่ที่เกิดเหตุ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจเกิดขึ้นในประเทศไทย จากการเก็บปลาในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมในช่วงระหว่างการจับปลาและการนำปลาเข้าสู่กระบวนการผลิต
ความตื่นกลัวอาหารเป็นพิษเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับที่รัฐบาลพิจารณาใช้ฉลากแบบใหม่เป็นแผนภูมิรูปกลม (pie chart) เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายขึ้นของเส้นทางทางเดินของสินค้า
ระบบฉลากใหม่เกิดขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์เบอร์รีสดแช่แข็งนำเข้าจากประเทศจีนมีเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอปะปน จนทำให้ผู้บริโภคในออสเตรเลียติดเชื้อไวรัสร้ายไปแล้ว19 คน จากรัฐน.ซ.ว. 7 คน, ควีนสแลนด์ 7 คน, วิกตอเรีย 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 1 คนและ ACT อีก 1 คน ตามที่ออสซี่นิวส์เสนอข่าวในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ในหัวข้อ “เรียกเก็บผลไม้เบอร์รี่แช่แข็ง หลังพบมีเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ“, วันที่ 17 กุมภาพันธ์ในหัวข้อ “เตือนอันตราย 95% อาหารนำเข้า ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย” และวันที่ 19 กุมภาพันธ์ในหัวข้อ “ออสซี่กินเบอร์รี่ปลูกในจีนที่คนจีนไม่กิน แต่พวกเขากินเบอร์รี่จากออสเตรเลีย”
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยยี่ห้อของสินค้าปลาทูน่าจากประเทศไทยออกมา เหมือนอย่างกรณีของผลไม้เบอร์รีสดแช่แข็ง แต่เชื่อว่ามันได้กระทบปลาทูน่านำเข้าจากประเทศไทยทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
ในเวลา 17.50 น. ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่าสำนักงาน NFA ได้สั่งเรียกเก็บทูน่ากระป๋องยี่ห้อ John Bull Tuna ที่นำเข้าจากประเทศไทยโดยบริษัทในรัฐวิกตอเรีย
หมายเหตุ ท่านสามารถอ่านข่าวเกี่ยวเนื่องในเรื่องทูน่าจากประเทศไทยได้ด้วยการกดคลิก “John Bull Tuna” ได้ที่ Tags ท้ายข่าวนี้
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply