17 ธ.ค. 2014 ขอขอบคุณทางผู้อ่านที่อีเมลเข้ามาสอบถามที่ jingonews@hotmail.com รวมถึงคนที่รู้จักมาบ่นให้ฟังถึงบ้านว่า รู้สึกหงุดหงิดกับตำรวจออสเตรเลีย ที่ปล่อยให้นาย Man Haron Monis นักสอนศาสนาหัวรุนแรงที่เรียกตัวเองว่าซี๊ค Haron ยึดร้านคาเฟ่ Lindt Chocolate นานถึง 17 ชั่วโมง ถ้าเป็นตำรวจไทยละก็จัดการแก้ปัญหาไปเรียบร้อยแล้ว แบบโป้งเดียวจอด ไม่ต้องเสียเวลาและทำให้มีตัวประกันต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างนี้
คำตอบก็คือมันไม่ง่ายอย่างนั้น และเชื่อว่าตำรวจไทยสมัยใหม่ก็คงไม่ใช้วิธีเดิม ๆ อีก
หลังจบเหตุการณ์แล้ว ABC ได้เผยภาพตำรวจแม่นปืน (sniper) บนอาคารฝั่งตรงข้ามและอาคารด้านข้างสองจุด ที่สามารถยิงทะลุศีรษะนาย Monis อย่างไม่ผิดพลาดได้ทุกเมื่อ เพราะในช่วง 17 ชั่วโมง เขายืนโดดเดี่ยวให้เห็นจะ ๆ เป็นเวลานาน ๆ นับร้อยครั้ง (แต่รายงานออมาในวันที่ 20 ธันวาคมระบุว่า กระจกผนังร้านคาเฟ่เป็นกระจกสองชั้น หากยิงลูกกระสุนอาจเปลี่ยนทิศ)
เรื่องที่ผู้อ่านคนไทยในออสเตรเลียและที่ประเทศไทยหงุดหงิด แต่เรื่องนี้ชาวออสซี่ชนเขากลับไม่หงุดหงิดด้วย ที่พวกเขาหงุดหงิดและต้องการคำอธิบายจากผู้รับผิดชอบก็คือ นาย Monis ต้องคดีอาญาร้ายแรงมานับไม่ถ้วน และถูกประเมินว่าเป็นบุคคลที่มีภัยต่อชุมชน แต่ทำไมเขาจึงได้รับการประกันตัวครั้งแล้วครั้งเล่า จนก่อเหตุร้ายแรงกระฉ่อนไปทั้วโลก
จิงโจ้นิวส์ต้องขออนุญาต ออกไปเสวนากับบรรดาคอข่าวสารการเมืองชาวออสซี่สับระยะก่อน แล้วจะรายงานให้ทราบ ก่อนออกไป ขออนุญาตนำภาพเหตุการณ์มาเสนอสักสี่ภาพรวมภาพบนด้วย
ภาพ ณ บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ตอนกลางวัน กับดอกไม้กองโต แล้วยังมีคนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเข้ามาวางดอกไม้ไว้อาลัย เห็นมีคนแซงคิวหลายสิบคนเหมือนกันคน ไม่ยอมต่อแถวเหมือนคนอื่นเขา ที่จำได้มีผู้แทนพระองค์ประจำออสเตรเลีย, นายกรัฐมนตรีและภรรยา, ผู้นำฝ่ายค้านและภรรยา, ผู้ว่าการตำรวจรัฐน.ซ.ว. และอีกมากมาย แต่เรื่องนี้ต้องยอมให้เป็นพิเศษ เพราะถูกว่าจ้างมาด้วยภาษีของประชาชน จะได้ไม่เสียเวลากลับไปทำงานต่อ
ประชาชนเข้าแถวรอเข้าไปวางดอกไม้ อย่างมิได้นัดหมาย ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา
คู่ลัดคิว นาย Tony Abbott นายกรัฐมนตรีและ Margie ภริยา แต่เชื่อขนมกินได้ว่า ทั้งผู้นำประเทศและผู้นำพรรคฝ่ายค้าน เวลาไปซื้ออาหารเทคอะเวย์ พวกเขาเข้าคิวอย่างไม่ใช้อภิสิทธิ
ขออภัย ตั้งใจจะต่อหัวข้อนี้ แต่มีข่าวอื่นให้ต้องรายงาน จึงขอรายงานข่าวอื่นก่อน แล้วจะกลับมาต่อหัวข้อนี้
Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply