ชื่อผักเอเชียในออสเตรเลีย
ท่านผู้อ่านที่ติดตามอ่านข่าวไทย-ออสนิวส์อาจจะผ่านตามาบาง ถึงข่าวกลุ่มผู้เขียนตำราปรุงอาหารและคอลัมนิสต์เขียนแนะนำร้านอาหารและการทำอาหาร ต่างประสบปัญหาในการเขียนวิธีปรุงอาหารเอเชีย เพราะพวกเขาสับสนกับชื่อเครื่องปรุง โดยเฉพาะชื่อผักเอเชีย
เนื้อหาข่าวครั้งนั้น มีการชวนผู้สื่อข่าวไปสุ่มตรวจร้านขายของชำที่ย่านแคบรามัตตา… สำหรับท่านผู้อ่านที่อยู่ต่างรัฐหรือผู้ที่อยู่ในซิดนีย์แต่ไม่เคยไปแคบรามัตตา ผมขอเพิ่มนโนภาพให้สักนิด ให้นึกถึงย่านเยาวราชและสำเพ็งที่กรุงเทพฯเข้าไว้ แคบรามัตตาเป็นถิ่นคนเวียดนามและคนจีนผู้ภาษาแต้จิ๋วอยู่อย่างหนาแน่น พวกหัวแดงแทบไม่มี คือมีพอ ๆ กับพวกฝรั่งที่หลงเข้าไปเดินในเยาวราชนั่นแหละครับ
ที่แคบบรามัตตานี้เอง พวกเขาเข้าไปสุ่มดูการตั้งชื่อผักในร้านขายของชำซึ่งเปิดขายติด ๆ กัน ๔ ร้าน พบว่าผักอย่างเดียวกันมีป้ายชื่อเขียนเป็นภาษาอังกฤษแตกต่างกันทั้งสี่ ร้าน พวกเขาให้ชื่อเรียกภาษาอังกฤษบ้าง จีนกวางตุ้งบ้าง จีนแต้จิ๋วบาง จีนกลางบ้าง เวียดนามบ้างแล้วแต่ถนัด ด้วยเหตุนี้ในปี ๒๐๐๕ รัฐบาลกลางโดยกระทรวงอุตสหกรรมขั้นพื้นฐาน และองค์กร AUSVEG จึงเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการกำหนดชื่อกลางเพื่อใช้เรียกชื่อผักเอเชีย ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ผมไม่มีเวลาไปค้นข่าว (เพราะอีกสองชั่วโมงทีมชาติออสซี่จะเตะกับเยอรมันแล้ว) เอาเป็นว่า หลังจากใช้เวลาถกปัญหากับตัวแทนหลายฝ่าย โดยเฉพาะผู้แทนซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ และผู้แทนร้านขายของชำและผักสด ในที่สุดพวกเขาเลือกที่จะใช้ภาษากวางตุ้งเป็นภาษากลาง จึงเกิดชื่อผักเอเชียอย่างเป็นทางการเช่น Wombok, Buk Choy, Baby Buk Choy, Choy Sum, Pak Choy และ Gai Lan เป็นต้น …..โปรดดูภาพประกอบ

เหตุผลที่ใช้ชื่อผักภาษากวางตุ้งหรือครับ… ก็เพราะชาวกวางตุ้งเป็นกลุ่มคนจีนกลุ่มแรกที่อพยพเข้ามาทำการปลูกผักเอเชีย เป็นครั้งแรกตั้งแต่ทศวรรษที่ ๑๘๗๐ อย่างย่านเก่าแก่ของซิดนีย์ก็คือที่มาร์เกต การ์เดนส์ เป็นฟาร์มปลูกผักในย่านอเล็กซานเดีย ที่นี้ชาวจีนได้ทำการปลูกผักด้วยวิธีดั้งเดิมติดต่อกันมาเป็นเวลานับสองศตวรรษ
แต่ด้วยเป็นพื้นที่ของเทศบาลในเขตกลางใจเมืองซิดนีย์ จึงทำให้นักการเมืองเห็นแล้วน้ำลายหยดติ๋ง ๆ อยากนำไปขายให้นายทุน จนทำให้สำนักงานมรดกแห่งชาติจดทะเบียนมาร์เก็ตการ์เดนเป็นมรดกของชาติ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการชาวจีนทำการปลูกผักด้วยวิธีดั้งเดิมต่อไป แต่ด้วยพรรคการเมืองเป็นผู้ควบคุมสภานิติบัญญัติ กฎหมายจึงอยู่ในมือพวกเขา ดังนั้นมรดกของชาติหลายแห่งจึงถูกรัฐบาลแก้ไขกฎหมาย เพื่อขายเอาเงินมาทำประชานิยมให้กับพรรคของตนไปอย่างน่าอนาจใจครับ
หมายเหตุ..บทความนี้คัดมาจากส่วนหนึ่งของ บทความ “ตามใจฉัน ….เรื่องนี้เรียกว่า ‘ชื่อ’ ตอน..จบ (แล้ว)” ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ไทย-ออสนิวส์ฉบับวันที่ 16-29 มิถุนายน 2010 และครั้งที่สองในจิงโจ้นิวส์วันที่ 10 ตุลาคม 2014
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: บทความทั่วไป, ประชาสัมพันธ์
Leave a Reply