3 ธ.ค. 2014 มูลค่าตลาดหุ้นออสเตรเลียโดยรวม หรือดัชนี All Ordinaries ที่ทำการซื้อขายเมื่อวานนี้ที่ 2 ธันวาคมสิ้นสุดด้วยการตีกลับมา 1.3% เมื่อสิ้นสุดวันปิดทำการ หลังจากมูลค่าลดต่ำลงเนื่องจากนักลงทุนตื่นตระหนกเทขายหุ้นติดต่อกันมาสองวัน สาเหตุมาจากข้อมูลผสมผสานกันโดยเฉพาะปัจจัยภายในประเทศที่ออกมาในวันนี้
เริ่มจากธนาคารกลางประกาศคงอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานไว้ที่ 2.5% เป็นเดือนที่ 16 ติดต่อกัน เป็นสัญญาณบอกว่าธนาคารกลางมีเจตนาพยายามที่จะกดให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลล่าร์ออสเตรเลียอยู่ในระดับต่ำตลอดฤดูร้อนนี้ (หมายถึงตลอดช่วง 1 ธันวาคม – 28 กุมภาพันธ์)
นาย Glenn Stevens ผู้ว่าการธนาคารกลางกล่าวว่า การตกลงของมูลค่าหุ้นรายสำคัญในตลาดหลักทรัพย์ ย่อมหมายถึงความจำเป็นที่จะต้องกดอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อรักษาดุลทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ค่าเงินเอ-ดอลล่าร์ที่ตกมาอยู่ต่ำสุดในวันที่ 2 ธันวาคมที่ 84.84 เซนต์สหรัฐได้ตีกลับขึ้นมาอยู่ที่ 85.40 เซนต์สหรัฐ
ทางด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติได้รายงานผลถึงมูลค่าผลผลิตสินค้าและบริการในไตรมาสเดือนกันยายน (คือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP) หลังปรับตามฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้น 0.3% หรือเท่ากับโตขึ้น 2.7% ในช่วง 12 เดือน ถือว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้คือขยายตัวที่ 0.7% และเติบโตขึ้นในช่วงหนึ่งปี 3.1%
เมื่อดูในรายละเอียด พบว่าตัวที่ปั่นให้ GDP เพิ่มขึ้นคือปริมาณการส่งออกที่ดีขึ้น (จากค่าเอ-ดอลล่าร์ในระดับต่ำ) แต่กลับถูกฉุดให้ต่ำลงโดยการอ่อนตัวในการลงทุนภาคธุรกิจ, ภาครัฐ และภาคเอกชน
อย่างไรก็ตามค่าเงินเอ-ดอลล่าร์ในวันพุธที่ 3 ธันวาคม ได้เริ่มลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเช้าของการซื้อขายจนถึงจุดต่ำสุดที่ 83.92 เซนต์สหรัฐ ก่อนที่จะมีการซื้อขายกันในช่วงเที่ยงที่ 84.07 เซนต์สหรัฐ
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply