22 พ.ย. 2014 บริษัท Grocon Pty Ltd. ในเครือ Grocon Group ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างในนครเมลเบิร์นได้ถูกตัดสินโทษปรับเป็นเงิน 250,000 เหรียญจากเหตุการณ์กำแพงถล่มลงมาทับผู้เดินทางเท้าเสียชีวิตสามคน เมื่อเดือนมีนาคมปี 2013 ด้วยโทษปรับที่ถือว่าไม่รุนแรงนัก
การปรับเกิดขึ้นหลังจากบริษัท Grocon ยอมรับสารภาพผิดเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ต่อข้อหาขาดการบำรุงรักษากำแพงอิฐเดิมที่กั้นพื้นที่ก่อสร้างให้อยู่ในสภาพแวดล้อมของการทำงานที่ปลอดภัย
บริษัทได้ยอมรับว่าค่าปรับที่ได้รับมีความเหมาะสม แต่ได้แย้งว่าบริษัทไม่ได้รับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยของกำแพงมาก่อน จนกระทั่งมันพังลงมา
ในคำแถลงของนาย Daniel Grollo ผู้อำนวยการบริหารของบริษัท Grocon กล่าวว่า เขา, ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทมีความรู้สึกเสียใจอย่างลึกซึ้งต่อโศกนาฎกรรมและการสูญเสียอย่างไม่มีวันกลับมาของน.ส. Marie-Faith Fiawoo, นาย Alexander และน.ส. Bridget Jones
ผู้พิพากษา Charlie Rozencwajg แห่งศาลแขวงรัฐวิกตอเรียกล่าวว่า บริษัท Grocon ควรทำมากกว่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าพื้นที่ก่อสร้างมีความปลอดภัย และเห็นว่าบริษัท Grocon บกพร่องต่อการประเมินความเสี่ยงทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่ควรคำนึงมากที่สุด โดยเฉพาะกำแพงอิฐของพื้นที่ที่เคยเป็นโรงเบียร์เก่า Carlton and United Brewery อยู่ในสภาพเสื่อมโทรมพร้อมจะพังได้ในระยะเวลาอันใกล้
กำแพงนี้มีความเสี่ยงต่อผู้ที่สัญจรผ่านไปมาบนทางเท้าของถนน Swanston St. ผู้เดินทางเท้าอาจได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ทุกเวลาหากกำแพงความยาว 15 เมตรพังลงมา
ผู้พิพากษา Rozencwajg กล่าวว่า เขาได้ตั้งค่าปรับไว้ที่ 350,000 เหรียญ หากบริษัท Grocon ไม่ยอมรับสารภาพผิด อีกทั้งเจ้าหน้าที่วิศวกรของบริษัทนี้ล้วนแต่ผ่านงานและมีประสบการณ์อย่างชำชองในการก่อสร้าง ควรจะรู้ถึงปัญหาเหล่านี้ดีพอ มิหนำซ้ำบริษัทยังใช้พื้นที่กำแพงว่าจ้างบริษัท Aussie Signs ทำการเจาะกำแพงเพื่อติดป้ายโฆษณา ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายแรงต้านทานของกำแพง และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้กำแพงพังลงมา เพียงแค่มีลมแรงพัดกระทบกำแพงเท่านั้น
อย่างไรก็ตามโทษปรับที่บริษัท Grocon ได้รับถือว่าเบามากหากเทียบกับโทษปรับในคดีคล้ายกันโดยศาลท้องถิ่นรัฐวิกตอเรียด้วยการสั่งปรับบริษัทผู้กระทำผิด 1.1 ล้านเหรียญ
ผู้เสียชีวิตทั้งสามประกอบด้วย น.ส. Bridget Jones และ Alexander Jines พี่ชายของเธอในวัย 18 และ 19 ปีทั้งสองเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ส่วนดร. Marie-Faith Fiawoo วัย 33 ปีมาจากฝรั่งเศสกำลังอยู่ในระหว่างทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกใบที่สองและเป็นอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยโมนาชที่เธอกำลังศึกษาอยู่

จุดเกิดเหตุในปัจจุบันถูกสร้างเป็นรั้วคัลเลอร์บอนด์ และเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาได้เกิดพายุพัดเอาหลังคาสังกะสีของเพลิงเก็บของชั่วคราวภายในรั้วปลิวมาตกที่ถนน
หมายเหตุ อ่านข่าวต่อเนื่อง
28 เม.ย. 2014 คลิกที่นี่ “WorkSafe ฟ้องบริษัทยักษ์ตัวการ กำแพงถล่มทับนักศึกษาเสียชีวิต“
Categories: ข่าวออสเตรเลีย



Leave a Reply