
โรงแรม Nana Backpackers Hotel สถานที่เกิดเหตุที่มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากการดื่มค็อกเทลผสมสารเมทานอลในปี 2024 : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับ…. ผ่านสำนักข่าว CNN
19 ก.ค. 2026 ข่าวนี้มีมาสี่วันติดแล้ว และตั้งใจไม่นำเสนอ เพราะไม่ปักใจเชื่อ 100 เปอร์เซนต์ ในผู้ต้องหา หรืออาจมีผู้กระทำผิดนอกเหนือจากนี้ หรืออื่นๆ และอาจจะไม่ยุติกรรมต่อสปป.ลาว เพียงแต่วันนี้ไม่เจอข่าวที่น่าสนใจกว่าข่าวนี้
เป็นข่าวของบิดามารดาของวัยรุ่นสาวชาวออสเตรเลียหนึ่งในสองคนที่เสียชีวิตจากการดื่มสารเมทานอล ขณะท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ในสปป.ลาวอ้างว่า พวกเขากำลังเตรียมใจกับผลรับทางกฎหมายที่พวกเขาเชื่อว่า ‘มันจะแย่จนยอมรับไม่ได้’
ข่าวออนไลน์สำนักช่าว SBS วันที่ 17 กรกฎาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘ผิดหวังอย่างขมขื่น : ความโกรธแค้นเกี่ยวกับการสอบสวนเหยื่อถูกพิษเมทานอล’
น.ส. Bianca Jones และน.ส. Holly Morton-Bowles วัย 19 ปีสองเพื่อนสนิทจากนครเมลเบิร์น เป็น 2 ใน 6 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มผสมสารพิษขณะพักอยู่ที่โรงแรม Nana Backpackers Hotel ในเมือง Vang Vieng เมืองท่องเที่ยวของสปป.ลาวในปี 2024
นอกจากทั้งสองแล้วยังมีนักท่องเที่ยวหญิงชาวเดนมาร์ก 2 คน, นักท่องเที่ยวสตรีชาวสหราชอาณาจักร 1 คนและนักท่องเที่ยวชายชาวสหรัฐอีก 1 คนเสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกัน
ข่าวออนไลน์สำนักข่าว ABC วันที่ 18 กรกฎาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘รัฐบาลออสเตรเลียเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสารเมทานอลและอาชญากรรมในประเทศลาว’
เป็นที่คาดว่า ทางการลาวได้ออกแถลงข่าวในตอนบ่ายของวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงผลสรุปของการสอบสวน ที่รวมถึงการตั้งข้อหากับผู้จำหน่ายเครื่องดื่มปนสารพิษ
นาย Mark และนาง Michelle Jones บิดามารดาของ Bianca กล่าวที่สำนักข่าวแห่งชาติออสเตรเลีย (AAP) ว่า พวกเขาเข้าใจว่าผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้จะถูกตั้งข้อหาเพียง 2 กระทงความ ที่มีความผิดเพียงจำคุก 1 ปีและปรับเท่านั้น
ข่าวออนไลน์สำนักข่าว BBC วันที่ 18 กรกฎาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘(ทางการ)ลาวกล่าวว่า ไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับสารเมทานอล’ / จากซ้ายไปขวาคือ Holly Morton-Bowles, Briton Simone White (นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ) และ Bianca Jones
นาย Jones กล่าวว่า “โดยสรุปแล้ว ลูกสาวของเรา และหญิงสาวที่สวยงามอีกสี่คน ชีวิตของพวกเธอมีราคาเพียง 1 ปีกับอีกประมาณ 1,600 เหรียญเท่านั้น”
“รัฐบาลลาวไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อรวบรวมหลักฐานอย่างถูกต้องหรือติดตามผลเลย”
ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 18 กรกฎาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘(ทางการ)ลาวกล่าวว่า การขาดการชันสูตรศพเป็นสาเหตุให้การเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากสารเมทานอล’
ส.ว. Penny Wong รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและการค้า (DFAT) ของออสเตรเลียกล่าวว่า รัฐบาลรู้สึก “ผิดหวังเป็นอย่างยิ่งและเสียใจอย่างสุดซึ้ง” ที่ทางการในประเทศลาวไม่ได้ดำเนินคดีในข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุดที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต”
“รัฐบาลได้ชี้แจงอย่างชัดเจนมาตลอดว่า ข้อกล่าวหาควรสะท้อนให้เห็นถึงความร้ายแรงของโศกนาฏกรรมครั้งนี้” ซึ่งรัฐบาลได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างถี่ถ้วนและโปร่งใส
เธอกล่าวว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Holly, Bianca และช่าวต่างชาติอีกสี่คนไม่ควรจะเกิดขึ้น”
ข่าวเฟซบุ๊ก news.com.au วันที่ 19 กรกฎาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘ความอยุติธรรม : ความจริงอันโหดร้ายที่นายกฯ Albo จะต้องเผชิญ หลังวัยรุ่นเสียชีวิตในประเทศลาว’
นาย Pablo Kang นักการทูตออสเตรเลียที่มีประสบการณ์ (เขาเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัคราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยเมื่อไม่กี่วันมานี้ เขาเป็นบุตรชายของผู้อพยพชาวเกาหลีใต้) เพิ่งได้รับการมอบหมายในต้นปีนี้ ให้พยายามทุกวิถีทางในการขับเคลื่อนคดีนี้ และได้ทำหน้าที่หารือกับรัฐบาลสปป.ลาวในนามของรัฐบาลออสเตรเลียและครอบครัวของสองสาววัยรุ่นผู้เสียชีวิต
นาย Kang ได้รับความคาดหมายว่าจะเดินทางไปสปป.ลาวเพื่อแจ้งข้อทักท้วงจากรัฐบาลกลางและตอกย้ำถึงความคาดหวังสำหรับการสอบสวนที่ยุติธรรม
ข่าวออนไลน์ Cambodianess วันที่ 19 กรกฎาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘(ทางการ)ลาวกล่าวว่าไม่สามารถประเมินสาเหตุของนักท่องเที่ยวเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ที่ปนเปื้อน’ (
ส.ว. Wong กล่าวว่าเธอจะเจรจากับรัฐมนตรีต่างประเทศลาวในสัปดาห์หน้า เมื่อเธอเดินทางไปกรุงมะนิลาในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมอาเซียน
ในวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคมบิดามารดาของ Bianca ได้รณรงค์เตือนชาวออสเตรเลียให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศลาว
ทั้งสองกล่าวว่า “ข้อความสำคัญที่เราต้องการส่งถึงนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียและชาวต่างชาติก็คือ อย่าเดินทางไปประเทศลาว เพราะเป็นประเทศที่ไม่เห็นคุณค่าของชีวิตคน”
jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
