
ผลการไต่สวนเหตุการณ์วัยรุ่น 15 ปียิงนาย Curtis Cheng ข้าราชการพลเรือนสำนักงานตำรวจรัฐ NSW เสียชีวิตหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ตำรวจของรัฐ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถป้องกันได้ : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับสำนักข่าว ABC
5 มิ.ย. 2026 วันนี้มีข่าวให้เลือกมากมาย แต่ดันไปเลือกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจมากมารายงาน ทำข่าวไประยะหนึ่ง พบถึงความย้อนแย้ง แถมเป็นข่าวที่เสนอโดยสำนักข่าวเดียว พิจารณาแล้วเป็นข่าวเรียกกระแส น้องๆ เฟคนิวส์จึงตัดสินใจยุติ แล้วรีบหาข่าวใหม่มาแทน
ในเวลาเหลืออีกไม่ถึงชั่วโมง พร้อมต้องทำภาพปกใหม่
เป็นข่าวของนาย Curtis Cheng ผู้อพยพร่วมสมัยกับ jingjonews ที่รัฐบาลสมัยนั้นมีโครงการปรับวุฒิผู้อพยพวีซ่าชำนาญในวิชาชีพเข้าฝึกอบรมให้ตรงตามมาตรฐานออสเตรเลีย แล้วส่งไปทำงานในหน่วยงานบริษัทหรือหน่วยงานราชการ ซึ่งคุณ Cheng ได้ทำงานเป็นข้าร้าชการพลเรือนของสำนักงานตำรวจรัฐน.ซ.ว.
นาย Curtis วัย 58 ปีถูกยิงเสียชีวิตโดยด.ช. Farhad Jabar Khalil Mohammad วัย 15 ปีขณะเลิกงานกำลังเดินออกจากอาคารสำนักงานใหญ่ตำรวจรัฐน.ซ.ว. ย่าน Parramatta เขต City of Parramatta ในวันที่ 2 ตุลาคม 2015
ด.ช. Farhad เป็นที่รู้จักดีของทีมงานร่วมต่อต้านการก่อการร้ายรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW JCTT) เขาถูกยิงโดยพลตำรวจพิเศษตัดสินใจยิงเขาเสียชีวิต ในขณะถือปืนกราดยิงพร้อมเดิน ร้องตะโกน “อัลล่าห์ ฮัลล่าห์” มุ่งหน้าไปที่ตัวอาคารที่มีผู้คนกำลังทยอยเดินออกจากตัวอาคารเพื่อกลับบ้าน
ข่าวออนไลน์สำนักข่าว ABC วันที่ 5 มิถุนายน 2026 พาดหัวข่าว ‘ผลการไต่สวนพบ : เหตุการณ์ยิงนาย Curtis Cheng เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตโดยวัยรุ่นเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถป้องกันได้’
ผู้พิพากษา Derek Lee ผู้ช่วยสำนักงานโคโรเนอร์ (สำนักงานพิจารณาการเสียชีวิตที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ) ได้แถลงผลการไต่สวนโดยศาลโคโรเนอร์ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายนว่า การบุกยิงที่อาคารสำนักงานใหญ่ตำรวจของรัฐในขณะพนักงานเดินออกจากอาคารเพื่อกลับบ้านเป็นผลจาก ‘ลัทธิอิสลามสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง’
“มันทำให้เกิดความคิดกังวลอย่างหนักหน่วง และสร้างผลกระทบอย่างฝังลึกในจิตใจของครอบครัวและชุมชนมาถึงทุกวันนี้”
นาย Curtis Cheng ผู้เสียชีวิต ถ่ายภาพร่วมกับภรรยา พร้อมบุตรชายและบุตรหญิง : เครดิตภาพครอบครัว Cheng ผ่านสำนักข่าว ABC
ผู้พิพากษา Lee กล่าวว่า ในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังกระจายอยู่รอบด.ช. Farhad แต่ตัวเด็กชายไม่ได้ถูกมองว่าเป็นบุคคลเสี่ยงต่อการก่อเหตุร้ายโดยเจ้าหน้าที่ JCTT (ตอนนั้นมีงานข่าวกรองถึงความเป็นไปได้ต่อการก่อการร้าย)
“ในขณะที่ตำรวจนักสืบของหน่วยปฏิบัติการ Operation Peckham ได้ระบุตัวบุคคลที่อยู่ในความสนใจ (persons of interest) ที่อยู่ในแผนจะก่อการร้ายในพื้นที่เฉพาะ แต่ข้อมูลงานข่าวกรองไม่เพียงพอที่จะระบุรายบุคคลของผู้ร่วมปฏิบัติการ”
และด.ช. Farhad ก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวัง (ด.ช. Farhad ได้รับมอบปืนภายในห้องน้ำสตรีของสุเหร่าในย่าน Parramatta ซึ่งไม่มีกล้อง CCTV จับภาพ และไม่ไกลจากสำนักงานใหญ่ตำรวจรัฐน.ซ.ว.)
กว่าเจ้าหน้าที่ JCIT จะรู้ตัว ก็สายเกินไปที่จะป้องกันเขาลั่นกระสุนเข้าใส่นาย Cheng
จากการไต่ส่วนพบว่า “ขั้นตอนสุดท้ายของแผนที่วางไว้ถูกดำเนินการประมาณสามชั่วโมงก่อนการยิงปืนไปถูกนาย Cheng”
“ด้วยเวลาที่จำกัด และข้อมูลที่ได้มายังไม่ครบ และงานข่าวกรองยังไม่ระบุตัวผู้ลงมือคือด.ช. Farhad ย่อมหมายถึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเข้าปกป้องการยิงนาย Cheng”
สำหรับนาย Cheng เป็นคนนับถือพุทธศาสนา อพยพมาจากฮ่องกงมาอยู่นครซิดนีย์ และได้สัญชาติในปี 1998 เข้าทำงานฝ่ายการเงินของสำนักงานตำรวจรัฐน.ซ.ว.มาเป็นเวลา 17 ปีก่อนเสียชีวิต
ภาพ 4 ใน 6 ข่าวที่ jingjonews รายงานข่าวเหตุการณ์การเสียชีวิตของนาย Curtis Cheng
สำหรับด.ช. Farhad มีสัญชาติออสเตรเลียจากครอบครัวเชื้อสายอิรัก-เดิร์ก การก่อเหตุสังหารของเขาไม่ได้กระทำโดยลำพัง แต่เป็นการวางแผนก่อการร้ายโดยกลุ่มบุคคลเลื่อมใสกองกำลังรัฐอิสลาม (IS) มีเป้าหมายสังหารคนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถูกพลตำรวจพิเศษเฝ้าระวังของสำนักงานตำรวจยิงเสียชีวิตเสียก่อน
ตำรวจได้ขยายผลไปจับกุมผู้ร่วมก่อการได้จำนวนหนึ่ง รวมถึงนาย Raban Alou ผู้บงการสังหารวัย 17 ปีในขณะก่อเหตุ เขาถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 44 ปี โดยให้สิทธิ์ทำเรื่องขอปล่อยตัวอย่างมีทัณฑ์บนได้หลังจากจำคุกไปแล้ว 33 ปี
นาย Alou มีโอกาสออกจากคุกได้เร็วที่สุดในเดือนตุลาคมปี 2048 ในขณะอายุ 51 ปี หรือติดคุกสูงสุดจนถึงปี 2059 ในขณะอายุ 62 ปี
(หมานยเหตุ ออสเตรเลียมีการกำหนดโทษจำตายตัว ไม่มีระบบถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ติดคุกไปได้ไม่กี่ปีก็ได้รับการปล่อยตัวออกจากคุก อย่างในบางประเทศ นั้นไม่มี)
jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
