
เกือบ 1 ใน 3 ของธุรกิจในออสเตรเลียได้ลดชั่วโมงการทำงานของพนักงานหรือลดค่าจ้าง, ในขณะลูกจ้าง 35% ยอมรับว่าพวกเขาเริ่มมีความกังวลถึงความมั่นคงในหน้าที่การงานจากวิกฤติการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่ประเทศกำลังเผชิญ : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับ news.com.au
10 เม.ย. 2026 เกือบครึ่งหนึ่งของธุรกิจในออสเตรเลียถูกสถานการณ์ขาดแคลนเชื้อเพลิงเล่นงาน จำต้องลดเวลาการทำงานของพนักงานลง, เพิ่มจำนวนวันทำงานตามบ้านมากขึ้นหรือหยุดการจ้างงานเนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้คุกคามสัดส่วนกำไร-ขาดทุนของพวกเขา
ข้อมูลจาก Business NSW เปิดเผยว่า 47% ของนายจ้างยอมรับว่าพวกเขากำลังพิจารณาระดับจำนวนพนักงานและชั่วโมงการทำงาน ในขณะที่ต้นทุนค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายขนส่งได้เพิ่มขึ้นโดยผ่านการจ้างงาน
ข่าวเฟซบุ๊ก 9 News วันที่ 10 เมษายน 2026 พาดหัวข่าว ‘ครึ่งหนึ่งของธุรกิจออสซี่ถูกบังคับให้ลดชั่วโมงการทำงานลง, ทำงานตามบ้าน ในขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกระฉูด’
ธุรกิจ 84% ยอมรับว่า พวกเขาได้รับผลกระทบต่อวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงเรียบร้อยแล้ว โดยมี 37% บอกว่าได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญและอย่างรุนแรง
สำหรับลูกจ้าง ผลลัพธ์ที่ตามมาได้ปรากฎให้เห็นแล้ว
ข่าวออนไลน์ 9 News วันที่ 10 เมษายน 2026 พาดหัวข่าว ‘ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว : คำเตือนขั้นรุนแรงถึงธุรกิจทั้งหลายท่ามกลางวิกฤติการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง’
ธุรกิจเกือบ 1 ใน 3 ได้ลดชั่วโมงทำงานของลูกจ้างหรือลดการจ้างงานลง ในขณะที่ 35% กล่าวว่าลูกจ้างมีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในหน้าที่การงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่ 19% รายงานว่าพนักงานได้ขอให้เพิ่มจำนวนวันทำงานตามบ้านเพิ่มขึ้น เพื่อลดรายจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
ข้อมูลชี้ให้เห็นถึงความตึงเครียดได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนภูมิภาค ที่ต้นทุนค่าขนส่งส่งผลกระทบมากกว่าในเมือง
Business NSW กล่าวว่าธุรกิจได้ถูกผลักดันไปสู่การตัดสินใจที่ยุ่งยากมากขึ้น
ข่าวออนไลน์ Yahoo News วันที่ 9 เมษายน 2026 พาดหัวข่าว ‘ทำงานจากบ้าน, 4 วันต่อสัปดาห์สำหรับพนักงาน 55,000 คนเพื่อต่อสู้กับน้ำมันแพง’
เมื่อต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การลดชั่วโมงการทำงานและปลดลูกจ้างจึงเป็นสิ่งสุดท้ายที่นายจ้างอาจจำต้องทำ เพราะไม่มีทางเลือกอื่นหลงเหลือให้ทำได้
ผู้ดำเนินกิจกรรมกล่าวว่า พวกเขาได้แบกรับเอาค่าเชื้อเพลิง, ค่าขนส่งและต้นทุนอุปทานที่เพิ่มขึ้น ในขณะเผชิญกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ปล่อยให้เหลือพื้นที่ในการแก้ปัญหาน้อยมาก
หนังสือพิมพ์ The West Australian ฉบับ 10 เมษายน 2026 พาดหัวข่าว ‘น้ำมันดีเซลราคาถูกกลายเป็นฝุ่น’ / เป็นการสื่อว่า การที่รัฐบาลกลางลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 50% มันช่วยผ่อนคลายได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อนที่ราคาน้ำมันใหม่เพิ่มขึ้นมามากกว่าส่วนที่รัฐบาลลดให้
แรงกดดันงวดใหม่ทำให้มีเสียงเรียกร้องขอให้รัฐบาลนำมาตรการผ่อนคลายเข้าแทรกแซงเพิ่มขึ้น หนนี้พุ่งประเด็นไปที่การผ่อนคลายภาษีเงินได้ หรือ payroll tax คือภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บจากนายจ้าง เมื่อยอดรวมค่าจ้างทั้งหมดเกินเกณฑ์ที่กำหนด ที่ถูกคำนวนจากค่าจ้างก่อนหักค่าใช้จ่าย ที่รวมถึงเงินโบนัส และเงินสมทบกองทุนเลี้ยงชีพ (เงินซูเปอร์ฯ) โดยมีอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ละรัฐและดินแดน การขอผ่อนผันครั้งนี้มุ่งประเด็นไปที่ธุรกิจในส่วนภูมิภาค
ตัวอย่างเช่นในรัฐนิวเซาท์เวลส์ในปัจจุบันมีอัตราภาษีเงินเดือนที่ 5.45% ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรัฐอื่นๆ โดยมีเพดานรายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษียังคงอยู่ที่ 1.2 ล้านเหรียญ แม้ว่าค่าจ้างจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
ข่าวเฟซบุ๊กหนังสือพิมพ์ Daily Mail วันที่ 10 เมษายน 2026 พาดหัวข่าว ‘ออสเตรเลียอาจเผชิญกับการปันส่วนน้ำมันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า’ / อันเป็นคำพูดล่าสุดจากนาย Anthony Albanese นายกรัฐมนตรี
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างรัฐ จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ธุรกิจในรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีรายได้รวม 4 ล้านเหรียญ จะประหยัดเงินได้ประมาณปีละ 110,000 เหรียญหากพวกเขามีฐานธุรกิจอยู่ในส่วนภูมิภาคของรัฐวิกตอเรีย
ภาคธุรกิจได้มีการเรียกร้องให้มีการเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการเลิกจ้างที่กำลังจะเกิดขึ้นในวงกว้าง
ประชาสัมพันธ์ข่าวรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ออกมาในวันที่ 10 เมษายน 2026 เรียกร้องประชาชน ‘ให้ซื้อ(น้ำมัน)เท่าที่จำเป็นต้องการใช้เท่านั้น’
ท้ายนี้ขออนุญาตให้ความเห็นส่วนตัวสำหรับปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเบนซินและดีเซลในออสเตรเลียและในประเทศไทย จากประสบการณ์ที่เฝ่าดูเหตุการณ์มาเดือนเศษ
ดูออสเตรเลียจะประสบปัญหาหนักกว่าประเทศไทย แต่เมื่อดูจากการใช้ชีวิตประจำวัน ออสเตรเลียจะเข้าใจสถานการณ์และดูผ่อนคลายมากกว่า ไม่มีภาพรถเขาคิวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน
การกักตุนน้ำมันโดยประชาชนรายย่อยมีด้วยกันทั้งสองประเทศ หนักเบาไม่สามารถประเมินได้ แต่การกักตุนเพื่อหวังกำไรโดยบริษัทขนาดใหญ่ในออสเตรเลียเชื่อว่าไม่มี ส่วนการกักตุนน้ำมันโดยนายทุนและนักการเมืองในประเทศไทยยากที่จะเชื่อว่าไม่มี
สาเหตุน้ำมันขาดแคลนชาวออสเตรเลียจำนวนไม่น้อยกล่าวโทษอิหร่านคือตัวการ ในขณะที่คนไทยหลายคนกล่าวโทษรัฐบาล แต่มีคนส่วนน้อยที่กล่าวโทษประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐอเมริกาและนาย Benjamin Netanyahu นายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่น่าจะเป็นผู้ก่อกรรมให้กับชาวโลกตัวจริง
ในขณะที่คนไทยตื่นตูมแห่กันเติมน้ำมันราวกับว่ามันจะหมดไปจากประเทศ แต่ชาวออสเตรเลียจำนวนไม่น้อยเห็นว่า พวกเขาควรเติมเท่าที่จำเป็น และพวกเขาจะเจ็บไปด้วยกันเมื่อวันนั้นมาถึง
ประชาสัมพันธ์ข่าวรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ออกมาในวันที่ 10 เมษายน 2026 เรียกร้องประชาชน ‘ให้ซื้อ(น้ำมัน)เท่าที่จำเป็นต้องการใช้เท่านั้น’
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้)
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารบทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
