Site icon jingjonews

⛽️ คาดราคาน้ำมันเบนซินผ่าน 3 เหรียญต่อลิตร และของอื่นๆจะแพงตามมา

ภาพแสดงราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มในนครเมลเบิร์น ในตอนบ่ายของวันพุธที่ 4 มีนาคม 2026 มีราคาต่ำสุดที่ 1.78 เหรียญต่อลิตร ราคาสูงสุดที่ 2.19 เหรียญต่อลิตร และราคาเฉลี่ยที่ 2.05 เหรียญต่อลิตร : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับ Instagram

4 มี.ค. 2026 เมื่อวานนี้ jingjonews เสนอข่าวขจากฝ่ายรัฐบาลกลางออกมาบอกให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกเกินควรกับปัญหาน้ำมันซึ่งออสเตรเลียมีสำรองในระดับ 36 วัน (ประเทศไทยสำรองระดับ 61 วัน)

ในขณะที่บรรษัท NRMA ออกมาสนับสนุนว่า ราคาน้ำมันในออสเตรเลียจะไม่ขึ้นทันทีทันใด โดยปกติราคาจะเพิ่มขึ้นในต่างประเทศก่อน 7 ถึง 10 วันจึงจะผ่านราคามาถึงออสเตรเลีย

ข่าวออนไลน์หนังสือพิมพ์ The SMH วันที่ 4 มีนาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘ราคาน้ำมันสูงขึ้นก่อนที่ต้นทุนสงครามจะมีผลมาถึง’ / โดยกึ่งหนึ่งของปั๊มน้ำมันในนครซิดนีย์และเมลเบิร์นได้เพิ่มราคาไปถึง 10 เซนต์ต่อลิตรเรียบร้อยแล้ว แม้รัฐบาลเตือนว่าอย่าฉวยโอกาสก็ตาม

แต่เหตุการณ์สหรัฐร่วมมือกับอิสราเอลถล่มอิหร่านแบบไม่ให้ตัวตัวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมั่นใจว่าจะเผด็จศึกได้ภายในวันเดียว ถึงขนาดจัดปาร์ตี้ฉลอง แต่วันรุ่งขึ้นปธ. Donald Trump ถึงกับยิ้มไม่ออก เพราะอิหร่านยังไม่ยอมจำนน ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ว่า อาจจะต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนในการกำราบอิหร่านให้อยู่หมัด

สงครามครั้งนี้จึงถือเป็นกรณีนอกเหนือปกติ ราคาน้ำมันในออสเตรเลียในตอนบ่ายของวันนี้ได้ผ่านลิตรละ 2.00 เหรียญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องรอให้ประเทศอื่นเพิ่มราคาก่อนหนึ่งสัปดาห์ตามที่เคยเกิดขึ้น

หนังสือพิมพ์ The West Australian ฉบับ 4 มีนาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘ภัยสงครามมาถึงบ้านแล้ว : ราคาน้ำมันเบนซินขายที่ 2 เหรียญต่อลิตร’

ในขณะที่แบบจำลองเศรษฐกิจของธนาคาร Westpac ทำนายว่า ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นผ่านลิตรละ 3 เหรียญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากการหยุดชะงักได้กำจัดการผลิตน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งมีสัดส่วนส่งออกน้ำมันราว 4% ของโลก ราคาน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้นอีก 25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ประมาณ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงขึ้นอยู่ที่การปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งมีส่วนในการผลิตน้ำมันประมาณ 20% ของโลก

Westpac กล่าวว่า หากเรือขนส่งน้ำมันดิบได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบ Hormux นาน 1 เดือน ราคาน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นเป็น 113 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ข่าวออนไลน์ news.com.au ลงวันที่ 4 มีนาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘ผู้ใช้รถใช้ถนนเตือนราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงทำสถิติ ในขณะเส้นทางเดินเรือสำคัญ (ช่องแคบ Hormuz) ถูกบิดอย่างเต็มรูปแบบ’

ในกรณีร้ายแรงการปิดช่องแคบนานกว่า 3 เดือน ราคาน้ำมันดิบจะเพิ่มมาอยู่ระดับ 185 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

“ยิ่งความไม่สงบยาวนานออกไป ต้นทุนต่อเศรษฐกิจแท้จริงและความเชื่อมั่นก็จะได้รับผลกระทบหนักขึ้นเท่านั้น”

ซึ่งหมายถึงราคาน้ำมันเบนซินในออสเตรเลียจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 25 เซนต์ถึง 1 เหรียญต่อลิตร ขึ้นอยู่กับความเคลื่อนไหวของค่าเงินออสเตรเลียและค่าการกลั่นน้ำมัน

ในกรณีสถานการณ์รุนแรง ราคาน้ำมันเบนซินอาจสูงถึง 3 เหรียญต่อลิตร

หนังสือพิมพ์ The Courier Mail ฉบับ 4 มีนาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘สงครามจะดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น : 3 เหรียญต่อลิตรกำลังจะมา : ต่อไปดื่มเบียร์จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น’

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมีผลโดยตรงต่อดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (headline CPI) โดยผ่านต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่ง และมีผลทางอ้อมโดยผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานสูงอย่างเช่นการผลิตปุ๋ย

นั่นหมายถึงผลกระทบจะไม่หยุดที่ปั๊มน้ำมัน ราคาน้ำมันทำให้ยอดต้นทุนขนย้ายสินค้าทั่วประเทศสูงขึ้น ผ่านต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกไปยังสินค้าที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต

เกษตรกรเผชิญต้นทุนปุ๋ยที่สูงขึ้น ในขณะน้ำมันดีเซลทำให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องจ่ายค่าพลังงานเพิ่มขึ้น และสายการบินผ่านค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นไปให้ผู้โดยสาร

หนังสือพิมพ์ The SMH ฉบับ 4 มีนาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘สิ่งที่ใหญ่กว่ากำลังจะมา : ทำไมราคาน้ำมัน, ค่าเดินทางท่องเที่ยวและค่าของกินของใช้จะได้รับผลกระทบตามมา’

Westpac กล่าวว่า แรงกดดันเหล่านี้จะส่งผลกระทบไปยังราคาสินค้าชำ, สินค้าปลีก, การท่องเที่ยว และของใช้จำเป็นในครอบครัว

แบบจำลองของธนาคาร Westpac พบว่าในกรณีที่ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยมาตรฐานของออสเตรเลียเพิ่มขึ้นอีก 0.25%

(อาจมีต่อ)

 

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้)
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารบทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

Exit mobile version