
ผู้เกิดในประเทศอินเดียได้เป็นกลุ่มผู้อพยพทีใหญ่ที่สุดในอันดับสองของประเทศ : ภาพป๊อปอาร์ต ต้นฉบับ Linkedin
16 มิ.ย. 2024 หลังจากชาวอินเดียได้หลั่งไหลเข้าไปอยู่อาศัยในสหราชอณาจักร ในวันนี้ผู้เกิดในประเทศอินเดียได้เป็นกลุ่มผู้อพยพที่ใหญ่ที่สุดในอันดับสองของออสเตรลีย ในบางพื้นที่พวกเขามีจำนวนประชากรมากพอที่จะผลักดันบุคคลขึ้นเป็นส.ส.ในระดับรัฐและระดับประเทศ
ครั้งหนึ่งเคยมีผู้อาวุโสชาวอเชียในออสเตรเลียท่านหนึ่งทำนายว่า ในอนาคตอันใกล้ออสเตรเลียอาจมีนายกรัฐมนตรีเป็นชาวเอเชียคนแรกและเป็นผู้หญิงเสียด้วย
ทำให้หลายคนพุ่งตรงไปที่ส.ว. Penny Wong ปัจจุบันเธอเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและเป็นผู้นำวุฒิสมาชิกของพรรคเลบอร์ แต่โอกาสของเธอนั้นมีน้อยหากเธอไม่เปลี่ยนมาเป็นส.ส.และที่สำคัญเธอมาจากรัฐเซาท์ออสเตรเลียรัฐเล็กๆ และขาดนักการเมืองจากรัฐใหญ่ๆ สนับสนุน ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าพวกเขาก็มีมุ้งเหมือนนักการเมืองในประเทศไทย
กรณีของส.ว. Wong เหมือนอย่างกรณีของนาง Julie Bishop อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศและรองหัวหน้าพรรคลิเบอรัล แม้เธอจะมีความสามารถถึงนายกรัฐมนตรี แต่ขาดบารมีด้วยเธอเป็นส.ส.บ้านนอกจากรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียที่ขาดนักการเมืองจากรัฐใหญ่สนับสนุน ตอนนี้เธอเลยทำงานเป็นผู้แทนขององค์การสหประชาชาติในกิจการเกี่ยวกับประเทศพม่า
ในปัจจุบันสหราชอาณาจักรมีนาย Rishi Sunak ผู้มาจากเชื้อสายอินเดียเป็นนายกรัฐมนตรี และสหรัฐอเมริกามีนาง Kamala Harris ผู้มีเชื้อสายอินเดียเป็นรองประธานาธิบดี แล้วทำไมออสเตรเลียจะมีผู้มีผู้นำประเทศเชื้อสายอินดียในอนาคตไม่ได้
ออกนอกเรื่องมานานขอเข้าเรื่องที่ว่า ทำไมชาวอินเดียจึงทิ้งถิ่นเข้ามาปักหลักอยู่อาศัยในออสเตรเลียเป็นจำนวนมาก และหลายคนใช้วิธีใดเพื่อให้ได้สถานภาพอยู่อาศัยถาวร
จากการให้สัมภาษณ์ของผู้อพยพชาวอินเดียที่อยู่อาศัยในย่าน Harris Park และ Parramatta ของเขต City of Parramatta ทางตะวันตกของนครซิดนีย์ ซึ่งมีประชากรเกิดในอินเดียมากกว่าผู้เกิดในออสเตรเลียเสียด้วยซ้ำ หลายคนยอมรับว่าพวกเขาได้ใช้วีซ่านักเรียนเป็นใบผ่านในการได้มาซึ่งวิซ่าถาวรและเข้าถือสัญชาติออสเตรเลีย
ภาพข่าวออนไลน์ ในปี 2020 (จากสำนักข่าว SBS วันที่ 12 พฤษภาคม 2020) ระบุประชากรชาวอินเดียในออสเตรเลียโตขึ้น 30% ภายในสองปี ในปีนั้นเป็นกลุ่มผู้อพยพสูงสุดเป็นอันดับสาม ก่อนที่จะมาเป็นอันดับสองในปี 2024
ในขณะที่รัฐบาลกลางเพิ่มมาตรการเข้มงวดกับสถาบันการศึกษาที่รู้จักกันในชื่อ ‘วิทยาลัยผี’ (ghost colleges) หรือ ‘โรงงานวีซ่า’ (visa factories) ด้วยการส่งจดหมายเตือนและให้โอกาสวิทยาลัยห้องแถวเหล่านี้มีเวลา 6 เดือนในการปรับปรุงตัวเอง
ต่อการปรับหลักสูตรการศึกษาและรับนักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาอย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นสถานที่รับชาวต่างชาติเพื่อเข้ามาทำงานโดยอาศัยวีซ่านักเรียน หากไม่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น สถาบันเหล่านี้จะถูกห้ามรับนักศึกษาต่างชาติอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ออสเตรเลียจะแสดงท่าที่เอาจริงเอาจังต่อการลดจำนวนชาวต่างชาติย้ายถิ่นเข้ามาอยู่ในออสเตรเลียมากเกินไป เนื่องจากพวกเขาถูกมองว่าเป็นตัวส่งผลต่อปัญหาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะปัญหาที่อยู่อาศัยไม่พอเพียง
ในขณะเดียวกันรัฐบาลกลางยังคงแสดงความต้องการผู้อพยพมีทักษะจากประเทศอินเดียเป็นจำนวนมาก อันเป็นข้อผูกพันตามที่นาย Anthony Albanese นายกรัฐมนตรีและนาย Narendra Modi นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ว่าด้วยการรับผู้เข้าเมืองจากอินเดียในปี 2023 สองปีหลังจากทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลงการค้าเสรี
ภายใต้ข้อตกลงจะอนุญาตให้ชาวอินเดียที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียทำงานในออสเตรเลีย และสามารถขยายวีซ่าได้นานถึง 8 ปีโดยไม่จำเป็นต้องมีนายจ้างสปอนเซอร์
ด้วยสาเหตุนี้ จึงเป็นคำตอบได้ว่า ทำไมชาวอินเดียจึงหลั่งไหลเข้ามาอยู่ในออสเตรเ
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้)
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารบทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
