Site icon jingjonews

🔪🔫 บริษัทสื่อออนไลน์ยักษ์ใหญ่ถูกกล่าวหายุยงให้เกิดวิกฤติอาชญากรรมในหมู่วัยรุ่น

นาย Mark Zuckerberg ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Meta Platforms (ชื่อเดิมคือ Facebook Inc.) : ภาพป๊อปอาร์ต ต้นฉบับสำนักข่าว CNBC

8 เม.ย. 2024 บริษัทสื่อสังคมออนไลย์ของนาย Mark Zuckerberg ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเผยแพร่คลิปวิดีโอของเด็กชาวออสเตรเลียขณะที่พวกเขาขโมยรถยนต์, เกี่ยวข้องและเสพยาเสพติด, งัดแงะเข้าขโมยของตามบ้านร้านค้าและก่อเหตุวิวาท ซึ่งตำรวจอ้างว่าการที่สื่อของเขาไม่ยอมลบคลิปวิดีโอออก มีส่วนสนับสนุนให้เกิดวิกฤติอาชญากรรมในหมู่เยาวชนออสเตรเลีย

พฤติกรรมเลียนแบบ วัยรุ่นบันทึกวิดีโอตัวเองก่ออาชญากรรมแล้วนำไปโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์ มีเยาวชนจำนวนไม่น้อยเห็นว่าเท่ จึงเอาเยี่ยงอย่าง แม้เห็นได้ชัดว่า ขัดต่อแนวปฏิบัติของแพลตฟอร์ม แต่ก็ไม่มีการถอนออก โดยคลิปวิโดโอเหล่านี้ยังคงอยู่บนแพลตฟอร์มหลายคลิปนานเป็นปี บางคลิปอยู่มาตั้งแต่ปี 2017

Instagram อันเป็นโปรแกรมแบ่งปันรูปภาพและคลิปวิดีโอสั้นๆ ของนาย Zuckerberg ถูกกล่าวหาว่า เป็นแหล่งที่มีคลิปวิดีโอวัยรุ่นเผยแพร่กิจการก่ออาชญากรรมของตนเองมากกว่าโปรแกรมอื่น ๆ

หนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph ฉบับ 8 เมษายน 2024 พาดหัวข่าว Instacrim เป็นการสนธิระหว่างคำว่า Instagram กับ Crime อันเป็นบริษัทสื่อสังคมออนไลน์ของนาย Mark Zuckerberg (คนในภาพ) ถูกกล่าวหาปลุกปั่นให้เกิดวิกฤติการณ์อาชญากรรมในกลุ่มเยาวชนในออสเตรเลีย

ตำรวจกล่าวว่า ตัวอย่างที่เยาวชนนิยมทำเลียนแบบอาชญากรรมที่ก่อโดยผู้ใหญ่ คือบันทึกภาพการงัดแงะเข้าไปตามบ้านในยามวิกาล เพื่อขโมยรถยนต์ที่มีราคาค่อนข้างสูงอย่างเช่น BMW และ Audi ไปขับเล่นเพื่อความสนุนสนาน พร้อมบันทึกคลิปวิดีโอการกระทำของพวกเขา เพื่อนำไปเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์

ทางด้านส.ส. David Coleman ผู้ดูแลงานด้านโทรคมนาคมของพรรคฝ่ายค้านได้ออกมากล่าวว่า กฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันไม่สามารถบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีถอดคอนเทนต์ที่เป็นอันตรายออกไป และอ้างว่าร่างกฎหมายใหม่ที่จะนำเสนอต่อรัฐสภาจะเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ (eSafety Commission) ในการบังคับให้ถอนคอนเทนต์เหล่านี้ออกไป

ภายใต้กฎหมายใหม่คณะกรรมการ eSafety จะมีอำนาจสั่งให้แพลตฟอร์มอย่าง Instagram ถอดถอนวิดีโออันตรายออกไป ถ้าไม่ปฏิบัตตามจะมีโทษปรับครั้งละ 156,000 เหรียญต่อทุกครั้งที่ไม่ปฏิบัติตาม

ทางด้านนาง Julie Inman โฆษกของ eSafety กล่าวว่าหน่วยงานของเธอไม่มีเจ้าหน้าในการตรวจสอบคอนเทนต์อันตรายหรือผิดกฎหมาย แต่จะเป็นการรับเรื่องร้องเรียนจากสาธารณชน และจึงนำเรื่องร้องเรียนมาพิจารณา

(ยังมีต่อ)

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้)
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารบทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

Exit mobile version