8 มี.ค. 2020 ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้เปิดเผยธนบัตรชนิดราคา 100 เหรียญฉบับใหม่ด้วยการออกแบบภาพนกฮูกที่ปีกของมันเปลี่ยนสีและกิ่งก้านวัตเติลกลายเป็นสีชมพูเมื่อต้องแสง UV
ธนบัตรชนิดราคา 100 เหรียญที่รู้จักกันทั่วไปว่า Jolly Green Giant จะถูกนำออกใช้หมุนเวียนภายในปีนี้ ถือเป็นธนบัตรโพลีเมอร์ชนิดราคาสุดท้ายของรุ่น และเป็นธนบัตรที่เป็นไปไม่ได้ต่อการปลอมแปลง (ความพยายามปลอมแปลงส่วนใหญ่จะเป็นธนบัตร 50 และ 100 เหรียญของรุ่นก่อนหน้านี้)
ธนบัตรรุ่นนี้จะมีภาพนกฮูกกลางคืนสีเขียวสดใสบินมาเกาะกิ่งวัตเติลสีชมพูเรืองแสงที่จะปรากฎเมื่อนำไปต้องกับแสง UV
ถ้าท่านพลิกธนบัตรไปมาจะสังเกตภาพพัดสามมิติจะเปลี่ยนสีไปตามการเคลื่อนไหว
การมาปรากฎตัวครั้งแรกของนกฮูก Australian Masked Owl บนธนบัตร 100 เหรียญด้วยปีกสีรุ้งสามารถเปลี่ยนสีได้ และนกฮูกอีกตัวสามารถขยับปีกและเปลี่ยนสีได้เมื่อเปลี่ยนแสง
ที่เพิ่มขึ้นมาอีกก็คือดอก Golden Wattle ดอกไม้ประจำชาติออสเตรเลียเบ่งบานอยู่ภายในขอบของหน้าต่างใส
หน้าต่างกระจกใสได้เพิ่มคุณสมบัติความปลอดภัยขั้นสูงด้วยการออกแบบให้ดูคล้ายสายน้ำไหลจากด้านบนสู่ด้านล่าง และยังมีลูกเล่นที่ยากต่อการปลอมแปลงเป็นต้นว่าภาพนกฮูกบิน
ที่ขอบด้านบนและด้านล่างของธนบัตรจะมีปุ่มนูน 5 ปุ่ม เพื่อให้ผู้มีสายตาพิการสามารถรับทราบได้ทันทีว่าเป็นธนบัตรชนิดราคา 100 เหรียญ และหมายเลข 100 ขนาดใหญ่ในทั้งสองด้านได้ถูกยกขึ้นและมีพื้นผิว (distinctively textured ) ให้พวกเขาสามารถรู้สึกสัมผัสได้ว่ามันเป็นธนบัตรจริง
ส่วนบุคคลสำคัญในภาพยังเป็นบุคคลเดิมเหมือนธนบัตรรุ่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ด้านหนึ่งเป็นภาพของ Dame Nellie Melba นักร้องเสียงโซปราโนที่ยิ่งใหญ่ของโลกเธอเปิดการแสดงในออสเตรเลีย, ยุโรปและสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20
อีกด้านหนึ่งเป็นภาพของ Sir John Monash นายทหาร, วิศวกรและผู้นำชุมชนผู้ซึ่งเป็นหัวหอกในการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน Shrine of Remembrance ในนครเมลเบิร์น ซึ่งอาคารนี้ปรากฎในธนบัตรด้วย
คลิปวิดีโอแนะนำธนบัตรชนิดราคา 100 เหรียญจากธนาคารกลางออสเตรเลีย
ธนาคารกลางกล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำงานร่วมกับผู้ผลิตเครื่องอ่านธนบัตรบัตรและร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เพื่อให้แน่ใจว่าธุกิจของพวกเขาจะไม่ประสบปัญหาเมื่อธนบัตรชนิดใหม่ถูกนำออกใช้หมุนเวียน
สำหรับธนบัตรรุ่นเก่ายังสามารถใช้ได้ตามกฎหมาย
ธนบัตร 100 เหรียญยังเป็นธนบัตรเหลืออยู่ชนิดเดียวที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนใหม่มาตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1990s ซึ่งธนาคารกลางกล่าวว่าต้นทุนในการผลิตคือเหตุผลสำคัญ
การคุกคามจากการปลอมแปลงธนบัตรและต้นทุนค่าผลิตธนบัตรชดเชยกับที่ชำรุดทรุดโทมทำให้ธนาคารกลางตัดสินใจเปลี่ยนจากธนบัตรกระดาษมาเป็นธนบัตรโพลิเมอร์ที่มีความทนทานมากกว่าและปลอมแปลงยากกว่าในระหว่างปี 1992 ถึง 1996
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนจากธนบัตรกระดาษมาเป็นธนบัตรโพลีเมอร์ได้ช่วยประหยัดเงินภาษีของประชาชน 1 พันล้านเหรียญในช่วง 27 ปีที่ผ่านมา จากการประหยัดต้นทุนในการผลิตธนบัตรฉบับใหม่ขึ้นมาทดแทนธนบัตรที่ชำรุดไปตามกาลเวลา
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)
Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

