เรื่องลึกลับในออสเตรเลีย…ตอน ๑๙ “คนเห็นผี.. ที่เมเจอร์ครีก” ภาคแรก
โดยไม้ซีกขีด
เรื่องเรื่องลึกลับในออสเตรเลีย…ตอน 19 “คนเห็นผี.. ที่เมเจอร์ครีก” เป็นบทความตอนที่ 559 ของไม้ซีกขีดเขียนลงในหนังสือพิมพ์ไทย-ออสนิวส์ออกจำหน่ายในวันที่ 30 มกราคม 2013 ซึ่งจิงโจ้นิวส์ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนให้ลงตีพิมพ์ได้ แต่เนื่องจากเนื้อหาค่อนข้างยาว จึงขออนุญาตแยกออกเป็นสองตอนดังนี้ครับ
เรื่องนี้ผมตั้งชื่อว่า “คนเห็นผี ที่เมเจอร์ครีก” เป็นเรื่องราวของนายพันตรีคนหนึ่ง ผู้เห็นผีที่เสียชีวิตโดยเขาเป็นผู้สังหารตามมาหลอกหลอน จนเป็นเหตุให้เขาต้องยอมขายบ้านขายฟาร์มเดินทางกลับไปอังกฤษบ้านเกิด เป็นเรื่องผีที่แตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ ที่ผมเคยนำเสนอไปแล้ว เพราะเป็นเรื่องของคนเห็นผีเพียงคนเดียว แต่มีผู้เอามาเล่าเป็นตุเป็นตะครับ
@@@@
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่เมืองเมเจอร์คีกและเมืองเบรดวูดในเขตท้องถิ่นโมนาโร ทางตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ เมืองนี้อยู่บนที่ราบสูงระดับเหนือน้ำทะเลประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร และอยู่ทางตะวันออกของเทือกเขาสโนวีเมาเทนส์ ซึ่งไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ว่ามีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี แต่มีดินดี และแม่น้ำไหลผ่านจึงเหมาะแก่การเพาะปลูกและทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์
มีเรื่องเล่าขานกันว่า มีนายทหารยศพันตรีผู้หนึ่ง เป็นหนุ่มโสดในวัยสี่สิบต้น ๆ เข้ามาครอบครองเป็นเจ้าของฟาร์มขนาดใหญ่บนพื้นที่แห่งนี้ เขาเป็นคนมีนิสัยดุดันและเข้มงวดในกฎระเบียบ ปกครองนักโทษในความดูแลด้วยความโหดร้าย หากนักโทษคนใดทำผิดแม้เพียงเล็กน้อยก็จะถูกลงโทษด้วยแส้โบยลงกลางหลัง ถ้าทำผิดถึงขั้นร้ายแรงก็จะถูกแขวนคอทีเดียว
นายพันตรีผู้นี้เป็นคนระวังตัวตลอดเวลา เพราะรู้ดีว่ามีคนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ เขาจึงพกปืนบรรจุลูกกระสุนพร้อมใช้การได้ตลอดเวลา เขาจะเอามันขึ้นมาวางบนโต๊ะยามรับประทานอาหาร และนำมันติดตัวไปทุกเวลาแม้ยามเข้าส้วม หรือยามพักผ่อนนอนหลับ
มีเรื่องกล่าวกันว่า ถ้ามีนักโทษคนใดเดินตามหลังเขา แล้วกล่าวคำสบถ หรือสมประมาทให้ได้ยินแม้แผ่วเบา พวกเขาก็จะถูกเฆี่ยนตี หรือถ้าเขาถูกทำร้ายแม้แต่เป็นแผลเท่าปลายเล็บข่วน ผู้กระทำผิดก็จะถูกจับแขวนคอ ไว้กับต้นยูคาลิปตัสต้นใหญ่ต้นใดต้นหนึ่งใน ๒ ต้นที่อยู่ที่บริเวณสวนข้างบ้านของเขา
โดยครั้งหนึ่งมีนักโทษถูกจับแขวนคอทีเดียวถึง ๔ คน
การจับกุมสองจอมโจรสองพี่น้องตระกูลคลาก ผู้มีบิดาเป็นคนงานในฟาร์มของนายพันตรี ในภาพจะเห็นสองพี่น้องยกมือยอมแพ้ ภาพนี้แสดงให้เห็นสภาพของฟาร์มที่เมเจอร์คีกและเมืองเบรดวูดในช่วงที่เกิดเหตุการณ์
เรื่องราวลึกลับมาเกิดขึ้นโดยนักโทษการเมืองเชื้อสายไอริชคนหนึ่ง ผู้ถูกเนรเทศมาอยู่อาณานิคมนิวเซาท์เวลส์ และถูกจำหน่ายให้มาทำงานใช้แรงงานหนักในฟาร์มของนายพันตรีผู้นี้ นักโทษนักการเมืองรายนี้ยังติดนิสัยเรียกหาอิสรภาพและความเสมอภาพ วันหนึ่งเขาแหกปากโวยวายถึงงานที่ได้รับ และถูกจัดให้นอนหลับในที่มอซอ เมื่อนายพันตรีไม่สนใจในสิ่งที่นักโทษการเมืองผู้นี้ร้องเรียน เขาแสดงอาการหัวเสีย แล้วหยิบก้อนหินปาไปที่นายพันตรี
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้นายพันตรีอดีตนายทหารอังกฤษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองผู้มีอำนาจพิพากษาโทษใครก็ได้ สั่งให้นักโทษคนอื่นจับตัวเขามัด นำมาคุกเข่าต่อหน้า แล้วพิพากษาโทษตายแก่เขา ด้วยการนำไปแขวนคอที่ต้นยูคาลิปตัสต้นใหญ่ ที่ใช้เป็นหลักประหารมาแล้วหลายต่อหลายคน
อีกไม่กี่คืนต่อมาหลังจากการเสียชีวิตของนักโทษการเมืองเชื้อสายไอริช ได้มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น พอตื่นเช้าขึ้นมาก็พบว่า ถังนมถูกพลิกคว่ำระเนระนาด, สัตว์เลี้ยงถูกปล่อยออกมาจากคอกและกรงขัง หญ้าแห้งกักตุนไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์ถูกลักลอบจุดไฟเผาจนวอดวาย ทั้งที่เรือนกักกันนักโทษถูกใส่กุญแจไว้ในตอนกลางคืนเพื่อป้องกันพวกเขาหลบหนี
แรกทีเดียวนายพันตรีเชื่อว่าเป็นฝีมือของพวกลูกจ้างและคนใช้ที่เป็นอิสระ หรือไม่ก็พวกชาวอะบอริจินท้องถิ่น เขาได้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นในวันต่อ ๆ มา แต่เหตุการณ์เหล่านี้ได้เกิดซ้ำอีกในคืนต่อ ๆ มา และในคืนเดือนมืดที่มีลมแรงของคืนหนึ่ง นายพันตรีได้เผชิญกับผู้ก่อเหตุด้วยตนเอง
คืนนั้นนายพันตรีได้ถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงคนร้องเพลงที่ไม่เป็นเพลง และออกจะโหวกเหวกจนฟังหนวกหูมากกว่า นายพันตรีซึ่งอยู่ในชุดนอนได้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วเอามือเอื่อมหยิบปืนคู่กาย เพื่อจะออกไปเผชิญกับเจ้าของเสียง แต่เมื่อเขามองไปที่ปลายเตียง โดยยังไม่ทันจะจุดตะเกียง ในความมืดนั้นได้เกิดแสงเรืองรองที่ปลายเตียง ปรากฎเป็นร่างของนักโทษการเมืองที่เขาแขวนคอรายล่าสุดยืนอยู่
ในขณะที่นายพันตรีพยายามจะปรับสายตาเพื่อดูให้แน่ว่าเขาไม่ได้ตาฝาด ร่างนั้นได้เต้นรำแบบไอริชและร้องเพลงแนวตลกลามกเนื้อหาเกี่ยวกับโสเภณีในเมืองซิดนีย์ นายพันตรีจึงตัดสินใจลั่นกระสุนปืนเข้าใส่ร่างนั้นทันที แต่ลูกกระสุนกลับผ่านผู้มาปรากฎกายในยามวิกาลไปถูกแจกันที่วางอยู่เหนือเตาผิงแตกกระจาย
ชายชาติทหารอย่างนายพันตรีไม่เคยหวาดกลัวต่อผีสางใด ๆ แต่เมื่อมาเผชิญกับผีตนนี้เข้ากับตัวเองก็ทำให้จิตของเขาประหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมาได้ เขาได้ลั่นกระสุนไปที่ร่างนั้นจนหมดทุกนัด แต่ร่างนั้นหาได้เป็นอะไร แต่กลับร้องเพลงหยาบโลนและเต้นยั่วเย้าต่อไป เมื่อทำอะไรไม่ได้นายพันตรีจึงได้แต่หลับตาและเอามือปิดหูอยู่อย่างนั้น ซึ่งเป็นสภาพที่คนรับใช้ของเขาเข้ามาพบหลังตกใจตื่นจากเสียงปืน โดยเหล่าคนรับใช้ไม่พบผีตนใดอยู่ในห้องนั้น
นายพันตรีเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเอง เขาลงความเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มาจากอาการอาหารไม่ย่อย หรือจากอาการเหน็บเหนื่อยจากการทำงาน แต่เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในคืน ต่อ ๆ มาร่วมสัปดาห์ นายพันตรีก็เหลือที่จะรับมือได้ เขาตัดสินใจขายสมบัติทุกชิ้นที่มีอยู่ แล้วเดินทางกลับไปเกาะอังกฤษ โดยไม่กลับมาออสเตรเลียอีกเลย
@@@@
ข้างบนนี้คือเรื่องราวของนายพันตรีที่เล่าขานสืบต่อกันมา เหมือนเป็นนิทานก่อนนอน ในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมา จะเป็นเรื่องจริงหรือนิทานหลอกเด็ก ไม่ปรากฎมีผู้ชี้ขาด ผู้เล่าก็ไม่ได้ระบุชื่อว่านายพันตรีคือใคร? และผีนักโทษการเมืองคือใคร?
นี่คือบทความส่วนแรกที่ไม้ซีกขีดเขียนเอาไว้ ยังมีส่วนที่สองเป็นตอนเฉลยว่า นายพันตรีผู้นี้เป็นใคร และผีตนนั้นน่าจะเป็นใคร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร จิงโจ้นิวส์จะเสนอติดต่อกันให้จบ แต่ขออนุญาตพิมพ์จากต้นฉบับก่อนนะครับ
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

