25 ส.ค. 2014 เรื่องนี้เกิดขึ้นในเมืองดาร์วิน เมื่อน.ส. Jessiica McDonald กำลังนั่งชมถ่ายทอดการแข่งขันรักบี้ลีกกับครอบครัว พวกเขาพบว่า เนื้อเค็มหรือ beef jerky ที่ซื้อมาจากร้านค้า เป็นการผลิตแบบโฮมเมดบรรจุถุงพลาสติกขาย ภายในมีลูกคางคกหมักในสภาพแห้งกรอบปะปนอยู่ในเนื้อเค็มที่พวกเขารัปประทาน
น.ส McDonald กล่าวว่า ในขณะที่สมาชิกในครอบครัวของเธอมารวมตัวกันหน้าจอทีวีเพื่อดูถ่ายทอดสดรักบี้ลีก โดยมีของขบเคี้ยวและเบียร์จิบในระหว่างชมการแข่งขัน แต่สิ่งที่พบก็คือเนื้อเค็มที่เพิ่งซื้อมา ข้างในถุงไม่ใช่เนื้อเค็มทั้งหมด แต่เป็นคางคกถูกหมัก (น่าจะโดยบังเอิญ) และแห้งแล้วปะปนอยู่ด้วย
เธอกล่าวว่า เธอไม่ใช่ผู้โชคร้ายที่ได้ลิ้มรสเนื้อคางคกเค็ม แต่ผู้โชคไม่ดีคือบิดาของเธอ ที่บังเอิญหยิบขึ้นมาจากถุงและใส่เข้าปาก พอกัดครึ่งส่วนของขาคางคก จึงพบรสสัมผัสแตกต่างจากเนื้อเค็ม และความแตกต่างของมือสัมผัสที่แห้งและเบากว่า จึงทำให้เขาละสายตาจากการดูทีวีมาดูอาหารในมือ แล้วต้องตกใจ และสยดสยองพองขน
น.ส McDonald กล่าวว่า บิดาของเขาไม่ได้เจ็บป่วยอะไรจากการกินขาคางคกเข้าไปครึ่งขา ในขณะนี้ยังไม่มีข่าวออกมาว่าครอบครัว McDonald ได้เดิมเรื่องทางกฎหมายกับผู้ผลิตเนื้อเค็มบรรจุถุงขายรายนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม จิงโจ้นิวส์เคยเสนอข่าวถึงกลุ่ม “เผยแพร่ให้รู้จักผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี่” หรือ GULP NT ได้ริเริ่มกินคางคกแคนโทด เพราะนอกจากได้อาหารเมนูใหม่ที่มีประโยชน์ทางด้านโภชนาการแล้ว ยังช่วยกำจัดสัตว์ก่อกวนพืชตามธรรมชาติอีกด้วย ตามข่าว “NT ชวนออสซี่เปิบเมนูใหม่เอี่ยม คางคกแคนโทดทอดกระเทียมพริกไทย” ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2014
นาง Emma Lupin หนึ่งในสมาชิก GULP NT ได้แสนอแนะวิธีปรุงอาหารจากสัตว์มีพิษให้ปลอดภัยด้วยการกินเฉพาะส่วนขาของมัน รวมทั้งสิ้น 6 เมนูด้วยกัน
หมายเหตุ เมื่อเวลา 3.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม จิงโจ้นิวส์ได้เช็คข้อมูลการ search เข้าอ่านข่าวจิงโจ้นิวส์ยังคงอยู่ในหน้าแรกของ google ในหลายข้อมูล แต่ในตอน 8.00 น.จิงโจ้นิวส์กลับพบว่า ข้อมูลจำนวนมากถูกลบการ search ข้อมูลออกไปจากระะบบของ google ไม่อยู่ในระบบการค้นหาแม้กระทั่งหน้าสุดท้าย
สาเหตุมาจากจิงโจ้นิวส์มีความตั้งใจที่จะให้เว็บนี้ปลอดจากการหาผลประโยชน์ทางการค้าใด ๆ และไม่ยอมให้ผู้อื่นมาใช้ประโยชน์นี้ คือเหตุผลหลักที่จิ่งโจ้นิวส์ถูกลบจากระบบตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา
ท่านที่ต้องการติดตามข่าวจิงโจ้นิวส์ ขอให้จด jingjonews.com เอาไว้ จะไม่พลาดในการเข้าอ่านข่าวและบทความของเรา ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

