เครื่องบินตก

เครื่องบินนำเที่ยวตกกลางน้ำ ผู้โดยสารซูเปอร์ไฮโซอังกฤษดับยกครอบครัว

2 ม.ค. 2018 ได้เกิดเหตุเครื่องบินทะเลนำนักท่องเที่ยวตกลงที่แม่น้ำ Hawkesbury River ทางเหนือของนครซิดนีย์ทำให้ผู้โดยสารซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัทบริการอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกและครอบครัวเสียชีวิตทั้งหมด

เครื่องบินเอมิเรตส์จอดกระแทกรันเวย์ที่ดูไบ มีออสซี่ 2 คน-เป็นผู้โดยสารกับนักบิน

5 ส.ค. 2016 เครื่องบินโบอิ้ง 777-300 ของสายการบินเอมิเรตส์ที่ลงจอดกระแทกรันเวย์จนไฟลุกท่วมทั้งคันที่สนามบินในนานาชาติเมืองดูไบ มีชาวออสเตรเลียอยู่บนเครื่องสองคน คนหนึ่งเป็นผู้โดยสาร และอีกคนเป็นพนักงานขับเครื่องบินลำดังกล่าว

แม่-ลูกออสซี่เสียชีวิตในเหตุการณ์ เครื่องบินตกบนเทืองเขาแอลป์

26 มี.ค. 2015 เหตุการณ์เครื่องบินโดยสารสายการบินแอร์บัส A32 เที่ยวบินที่ 4U 9525 ของสายการบิน Germanwings ตกบนเชิงเทือกเขาแอลป์ในส่วนของประเทศฝรั่งเศส ในระหว่างออกเดินทางจากเมืองบาร์เซโลน่าประเทศสเปนไปยังเมืองดุสเซลดอร์ฟประเทศเยอรมันนี ในเวลา 10.53 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 24 มีนาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 150 คน ในจำนวนนี้มีชาวออสเตรเลีย 2 คน

ไม่มีชาวออสเตรเลียในเที่ยวบิน แอร์เอเชียหายลึกลับกลางอากาศ

29 ธ.ค. 2014 สายการบินราคาประหยัด AirAsia เที่ยวบิน QZ8501 พาผู้โดยสาร 155 คน, กัปตันและลูกเรือ 7 คน รวม 162 คนออกบินจากอินโดนีเซียเพื่อไปยังสิงคโปร์ได้หายไปในระหว่างเส้นทางที่เต็มไปด้วยพายุฝนฟ้าคะนอง ได้สูญหายไปจากจอเรดาร์ในเวลา 10 น.เศษตามเวลาทางตะวันออกของออสเตรเลียของวานนี้ที่ 28 ธันวาคม ถือเป็นอุบัติเหตุทางการบินครั้งที่สามของภูมิภาคนี้ในปี 2014 หลังจากเกิดเหตุกับเที่ยวบิน MH370 และ MH17 ของสายการบิน Malaysia Airlines

เครื่องบินเล็กตกพุ่งชนบ้าน นักบินได้รับคำชมตัดสินใจดี

15 ต.ค. 2014 ได้เกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็กตกลงกลางบ้านเรือนประชาชนในขอบนอกนครเมลเบิร์น พุ่งชนบ้านหลังหนึ่งที่ถนน Camp St. ย่าน Chelsea ห่างจากใจกลางนครเมลเบิร์น 30 กม. โชคดีที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยเสียชีวิต นอกจากนักบินวัย 70 ปีเศษที่เสียชืวิตทันที

สัมพันธ์จิงโจ้-หมีขาวปีนเกียว รัสเซียห้ามนำเข้าอาหารออสซี่

8 ส.ค. 2014 ความสัมพันธ์ออสเตรเลีย-รัสเซียใกล้จุดแตกหัก อันเนื่องมาจากปัญหากรณีเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบิน MH17 ถูกกองโจรแบ่งแย่งดินแดนโคเอเชียที่รัฐบาลรัสเซียสนับสนุนยิงตกที่บริเวณชายแดนตะวันออกของโคเอเชียติดกับรัสเซีย   โดยนานาชาติมอบหมายให้ออสเตรเลียเป็นผู้นำเข้าไปตรวจสอบและเอาศพผู้เสียชีวิตที่เหลือออกมา พร้อมกับคว่ำบาตรรัสเซียต่อท่าทีเมินเฉยไม่ให้ความร่วมมือ

ออสซี่รับบทตำรวจโลกคดี MH17 จำเลยรัสเซียเริ่มมีที่ท่าอ่อนลง

22 ก.ค. 2014 สื่อทีวีที่ออกอากาศและหนังสือพิมพ์วางจำหน่ายในวันที่ 22 กรกฎาคม ยังคงให้ความสำคัญกับเหตุการณ์เที่ยวบิน MH17 ถูกผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนยิงตกเช่นเคย โดยหนังสือพิมพ์หลักในออสเตรเลีย 9 ใน 11 ฉบับยังเสนอข่าวนี้อยู่ในหน้าหนึ่ง ซึ่ง Jingjonews ขออนุญาตไม่รายงานข่าวนี้   แต่พอสรุปได้ว่า รัฐบาลออสเตรเลียได้รับฉันทานุมัติโดยปริยายจากนานาประเทศให้เป็นผู้นำหาทางเข้าไปทำการสวบสวนหาสาเหตุเครื่องบินตก   โดยนาย Tony Abbott ได้เชิญผู้แทนจาก 11 ประเทศที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปรึกษาหารือ ในขณะที่ผู้นำรัสเซียซึ่งหนุนหลังผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนประเทศยูเครนเริ่มลดท่าทีแข็งกร้าว หลักถูกนานาชาติกดดัน โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรป ด้วยการให้ความร่วมมือเพิ่มขึ้น แต่ยังแสดงที่ท่าในทำนองว่า เรื่องมันแล้วก็ขอให้แล้วกันไป

สื่อสิ่งพิมพ์ออสซี่ยังตามติด เหตุการณ์ระเบิดเครื่องบิน MH17

21 ก.ค. 2014 หนังสือพิมพ์หลักในออสเตรเลียฉบับวันที่ 21 กรกฏาคมทั้ง 11 ฉบับได้เสนอข่าวหน้าหนึ่งถึงเหตุการณ์กองโจรแบ่งแยกดินแดนยูเครนที่มีรัสเซียหนุนหลัง   โดยจิงโจ้นิวส์ขออนุญาตไม่ติดตามข่าว   แต่จะขอกล่าวโดยสรุปย่อ ๆ ตามที่พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งดังนี้

ออสซี่เสียชีวิตบินมาเลฯเพิ่มเป็น 36 พบเหยื่อขีปนาวุธเป็นเด็ก 80 คน

20 ก.ค. 2014 ในวันนี้สื่อสิ่งพิมพ์หลักในออสเตรเลียที่วางจำหน่ายฉบับวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคมทั้ง 8 ฉบับต่างพร้อมใจกันขึ้นหน้าหนึ่งถึงเหตุการณ์เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบิน MH17 ถูกยิงตกทุกฉบับ (อีกสามฉบับคือ the Financial Review, The Australian และ The West Australian หยุดจำหน่ายวันอาทิตย์) โดยส่วนใหญ่เปิดประเด็นข่าวผู้เสียชีวิตทั้งหมด 298 คนเป็นเด็กและทารกผู้ไร้เดียงสาถึง 80 คน และข่าวจำนวนผู้เสียชีวิตชาวออสเตรเลียเพิ่มจาก 28 คนเป็น 36 คน รวมถึงกระแสต่อต้านรัสเซียจากผู้นำทั่วโลก

สื่อพิมพ์ออสซี่ขึ้นหน้าหนึ่ง เหตุการณ์บิน MH17 ถูกยิงตก

19 ก.ค. 2014 ข่าวต่อเนื่องจากเหตุการณ์เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่เชื่อว่าถูกกำลังแบ่งแยกดินแดนยูเครนยิงตก โดยสื่อสิ่งพิมพ์หลักในออสเตรเลีย 9 ใน 11 ฉบับได้นำมาขึ้นหน้า 1 ในฉบับวันที่ 19 กรกฎาคมดังนี้