🐈 รัฐบาลกลางดันปัญหาแมวเที่ยวนอกบ้านเป็นปัญหาระดับประเทศ

แมวของเพื่อนบ้านตัวนี้ไม่ทราบชื่ออะไร มันชอบเข้ามาจับนกในรั้วบ้านของ jingjonews บางครั้งมันเดินเข้ามาในบ้าน สงสัยจะมาจับหนู เห็นมันทำท่าจะหิว เลยเอาปลากระป๋องมาให้มันกิน ในอนาคตอันใกล้เจ้าของแมวจะไม่สามารถปล่อยมันออกมาเที่ยวนอกบ้านได้อีกแล้ว เพราะรัฐบาลกลางเขาเตรียมผลักดันกฎหมายห้ามไว้ : ภาพป๊อบอาร์ตโดย jingjonews จากภาพถ่ายโดย jingjonews

17 ก.ย. 2023 ในอนาคตอันใกล้เจ้าของแมวจะถูกห้ามปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของตนออกมาเผ่นผ่านนอกบ้านในยามวิกาลหรืออาจตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้กฎหมายใหม่ที่กำลังผลักดันโดยรัฐบาลกลาง

นาง Tanya Plibersek รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลกลางได้เปิดเผยมาตรการใหม่เพื่อปกป้องสัตว์ท้องถิ่นตามธรรมชาติ หลังจากพวกมันอยู่ภายใต้การคุกคามทั้งจากแมวตามธรรมชาติและแมวเลี้ยง

รัฐบาลกลางได้เปิดเผยเอกสาร ‘การปรึกษาสาธารณะ’ เพื่อให้เทศบาลทั่วออสเตรเลียมีอำนาจในการกำหนดเวลาเคอร์ฟิวสำหรับแมวหรือหยุดมันออกมาภายนอกที่พักอาศัยตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

รัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจที่จะกำหนดจำนวนเงินค่าปรับ และจำกัดจำนวนการเป็นเจ้าของแมว หรือกำหนดจำนวนแมวต่อครัวเรือน, ห้ามเลี้ยงแมวตลอดไปสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎซ้ำซาก หรือเพิ่มความเข้มงวดหรือห้ามเลี้ยงแมวสำหรับผู้อยู่อาศัยใกล้พื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า

 

ข่าวทวิตเตอร์สำนักข่าว ABC เสนอข่าว เคอร์ฟิวแมวเป็นข้อเสนอหนึ่งของรัฐบาลกลาง เพื่อแก้ปัญหาสัตว์ท้องถิ่นตามธรรมชาติถูกแมวบ้านฆ่าตายปีละหลายร้อยล้านตัว

ศาสตราจารย์ Sarah Legge หนึ่งในผู้มีส่วนวางนโยบายนี้กล่าวว่า แมวเป็นสัตว์ที่คุกคามสัตว์พื้นเมืองตามธรรมชาติที่ก่อปัญหาสูงที่สุด เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สัตว์พื้นเมืองเลี้ยงลูกด้วยนม 20 ชนิดใน 29 ชนิดต้องสูญพันธุ์

เธอกล่าวว่าในปัจจุบันมีเทศบาลหลายแห่งทั่วประเทศมีกฎหมายควบคุมเจ้าของแมวเป็นของตนเรียบร้อยแล้ว แต่กฎหมายของรัฐบาลกลาง มีวัตถุประสงค์ให้ทุกเทศบาลอยู่ภายใต้กฎหมายที่มีรูปแบบเดียวกัน

ภายใต้ข้อมูลของ ‘สภาชนิดพันธุ์สัตว์รุกราน’ (ISC) ระบุุว่าในออสเตรเลีนมีประชากรแมวเลี้ยงทั้งสิ้น 5 ล้านตัว พวกมันได้ฆ่าสัตว์ท้องถื่นตามธรรมชาติประมาณปีละ 500 ล้านตัว

ในขณะที่แมวป่าหรือแมวตามธรรมชาติมีอยู่ระหว่าง 1.4 ถึง 5.6 ล้านตัวขึ้นอยู่กับสภาพของฝนตก ในแต่ละปีแมวป่ามีส่วนสังหารสัตว์ท้องถื่น 1.5 พันล้านตัว ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, นกและสัตว์เลื้อยคลาน

รวมถึงสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์อย่างตัวบิลบี (bilby หรือกระต่ายอีสเตอร์ของออสเตรเลีย), แบนดิคูต (bandicoot สัตว์คล้ายหนูพุกชนิดตัวใหญ่), เบตตอง (bettong หรือ rat kangaroo เป็นสัตว์คล้ายหนูมีกระเป๋าหน้าท้อง) และนัมแบท (numbat ตัวกินมดหลังลายพาดกลอนมีกระเป๋าหน้าท้อง)

อย่างไรก็ตามนโยายนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการปรึกษาสาธารณะจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2023 หากได้รับการสนับสนุน คาดว่ากฎหมายนี้จะถูกผลักดันเข้าสภากลางและมีผลบังคับในต้นปี 2024

 

 

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ถูกคนอื่นยึดไปแล้ว)



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: