🅱️ งบฯ 23 : ใครได้ใครเสียจากงบประมาณของดร. จิม

หนังสือพิมพ์ The Australian ฉบับ 10 พ.ค. 2023 พาดหัวข่าวว่า “ราชาแห่งความหวังว่ามันจะเกิดขึ้น” กับการทำงบประมาณเกินดุลให้ได้ครั้งแรกในรอบ 15 ปี โดยมีอัตราเงินเฟ้อเป็นระเบิดเวลา

10 พ.ค. 2023 งบประมาณชุดนี้ถือเป็นงบประมาณแผ่นดินชุดที่สองของดร. Jim Chalmers รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยการโยกสลับสับเปลี่ยนที่มาที่ไปของเงิน และต่อไปนี้คือผู้ได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์จากงบประมาณดังนี้

ผู้ได้รับประโยชน์จากงบประมาณ 2023 ได้แก่

-คนไข้เยาวชนและผู้สูงอายุของแพทย์ GP ชาวออสเตรเลียที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี, ผู้รับเงินสวัสดิการผู้สูงอายุและผู้ถือบัตรสวัสดิการส่วนลดอื่นๆ จะได้รับค่ารักษาในวงเงินสามเท่าของค่ารักษาตามอัตราที่รัฐบาลอุดหนุนโดยแพทย์เก็บเงินโดยตรงจากรัฐบาลแก่ผู้ถือบัตรเมดิแคร์ (bulk billing)

ซึ่งเท่ากับจะมีชาวออสเตรเลีย 10 ล้านคนเศษที่สามารถเข้ารับการปรึกษาหรือรักษาอาการจากแพทย์ GP (แพทย์ตรวจโรคทั่วไป) ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน

ผลประโยชน์นี้ยังรวมถึงการปรึกษาแพทย์ทางไกลไม่เกิน 20 นาทีอีกด้วย

-พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้ปกครองที่เลี้ยงบุตรตามลำพังจะได้รับเงินสวัสดิการช่วยเลี้ยงบุตรขยายจากเมื่อเด็กมีอายุครบ 8 ปีบริบูรณ์เป็น 14 ปี หรือเท่ากับมีผู้ปกครองเพิ่มขึ้นอีก 57,000 คนได้รับเงินสวัสดิการประเภทนี้ต่อไปอีก 6 ปี แทนที่จะต้องเปลี่ยนไปรับเงินสวัสดิการประเภทออกหางานทำ (JobSeeker) ที่ได้รับเงินสวัสดิการน้อยกว่า 176.90 เหรียญต่อสองสัปดาห์

-เจ้าของบ้าน รัฐบาลจะจัดตั้งงบ 1.3 พันล้านเหรียญ สำหรับเงินกู้ต้นทุนต่ำเพื่อการซ่อมแซมบ้านและปรับปรุงพลังงาน นั่นหมายถึงเจ้าของบ้านจะสามารถติดตั้งแผงพลังงานรับแสงอาทิยต์หรือติดตั้งหน้าต่างกระจกสองชั้นได้ถูกลง

ในจำนวนนี้รวมถึงการปรับปรุงบ้านอาคารสงเคราะห์จำนวน 300 ล้านเหรียญ ที่รัฐบาลอ้างว่าจะสามารถประหยัดต้นทุนพลังงานได้ 60,000 หลัง

-ผู้ให้บริการครอบครัวและการใช้ความรุนแรงทางเพศ ผู้ให้บริการในด่านหน้าจะได้รับเงินสนับสนุน 159 ล้านเหรียญในสองปีข้างหน้า โดยผ่านความร่วมมือระดับชาติกับรัฐและดินแดน

โครงการทดลองช่วยเหลือเงินแก่สตรีที่หลบหนีจากครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงจะขยายออกไปจนถึงต้นปี 2025, เงินช่วยเหลืออื่น ๆ จะกระจายไปทั่วระบบศาลครอบครัว, บริการที่พักฉุกเฉินและการทำงานช่วยเหลือเบื้องต้น

-ผู้มีรายได้สูง ผู้มีรายได้สูงยังคงได้รับผลประโยชน์หลังจากรัฐบาลพรรคเลเบอร์ยังคงแผนการลดภาษีขั้นที่สามเหมือนเดิม ซึ่งมีมูลค่ากว่า 200 ล้านเหรียญภายใน 10 ปีข้านหน้า

แผนการลดภาษีถูกเสนอโดยอดีตรัฐบาลพรรคลิเบอรัล-เนชั่นแนลที่ได้รับการสนับสนุนโดยพรรคเลเบอร์ โดยมีวัตุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำจากแรงกดดันของค่าครองชีพ เนื่องการลดอัตราภาษีก้าวหน้าจำเป็นต้องลดทั้งยวงนั่นเอง

-ผู้อยู่ในอุตสหกรรมพลังงานหมุนเวียน ในจำนวนนี้รวมถึง นาย Andrew Forrest หรือ Twiggy เจ้าพ่อเหมืองแร่ นอกจากจะได้รับประโยชน์ในฐานะผู้มีรายได้สูงแล้ว เขายังจะได้รับประโยชน์จากงบ 4 พันล้านเหรียญจากโครงการไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่เป็นพลังงานสะอาด) เพื่อทดแทนพลังงานจากฟอสซิล

ผู้เสียประโยชน์จากงบประมาณ 2023 ได้แก่

-ผู้ยื่นขอทำวีซ่า จะมีค่าธรรมเนียมสูงขึ้นกับผู้ขอวีซ่าทุกประเภทในระหว่าง 6% ถึง 40% ในวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ยกเว้นจากประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก

นั่นหมายถึงผู้ยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น 40 เหรียญเป็น 190 เหรียญ, วีซ่าทำงาน-ท่องเที่ยวเพิ่มอีก 130 เหรียญเป็น 640 เหรียญและวีซ่านักเรียนเพิ่มขึ้น 65 เหรียญเป็น 715 เหรียญ

และยังเพิ่มอีก 40% สำหรับวีซ่านวัตกรรมทางธุรกิจและวีซ่าการลงทุน

ซึ่งรัฐบาลกลางอ้างว่าการขึ้นค่าธรรมเนียมจะทำให้รัฐบาลมีเงินเพิ่มกว่า 100 ล้านเหรียญในแต่ละปี รายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นจะนำไปใช้ในการปรับปรุงระบบการออกวีซ่า

-Big Super Balances คือวิธีการประเมินค่าผลประโยชน์จากเงินกองทุนสะสมเลี้ยงชีพหลังเกษียณอายุงานขนาดใหญ่ ที่จะถูกคิดภาษีในอัตราสูง แต่ไม่ใช่ในระยะนี้

ในปัจจุบันเงินที่อยู่ในกองทุนสะสมหลังเกษียณอายุงานจะได้รับการลดย่อนภาษีในอัตราเพียง 15% หรือ 0% ถ้าไปอยู่ในบัญชีผู้รับเงินสวัสดิการผู้เกษียณอายุงาน

แต่นับจากวันที่ 1 กรกฎาคมปี 2025 พรรคเลเบอร์จะเพิ่มอัตราภาษีเป็น 30% สำหรับเงินที่เกินกว่า 3 ล้านเหรียญ

แต่ก็ยังถือว่าไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับอัตราภาษีก้าวหน้าบุคคลธรรมในอัตราสูงสุดที่ 45%
(เวลาหมดพอดี ยังมีต่อ)

 

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: