🇮🇶🇸🇾 เผยชีวิต Jake จากเด็กเนิร์ดกลายเป็นผู้ก่อการร้ายรัฐอิสลาม

หนังสือพิมพ์ The Sunday Telegraph ฉบับ 13 พฤศจิกายน 2022 เสนอข่าวเรื่องราวชีวิตของ Jake Bilardi ผู้ผันตัวจากเด็กเรียนผลการเรียนดีเยี่ยมมาเป็นสาวก ISIS พลีชีพตัวเองเพื่ออุดมการณ์

13 พ.ย. 2022 จิงโจ้นิวส์ยังจำเรื่องราวของนาย Jake Bilardi เด็กเนิร์ตผู้มีผลการเรียนดีเลิศ เรียบร้อย ขี้อาย ไม่มีเพื่อน แล้วต้องมาสูญเสียมารดาอย่างกระทันหัน สิ่งที่เป็นเพื่อนเขาก็คืออินเทอร์เน็ต ต้นเหตุทำให้ชีวิตเขาพลิกผันเมื่อเขาได้ติดต่อกับสมาชิกกองกำลังรัฐอิสลามแห่งอิรักและซีเรียหรือ ISIS เขาถูกล้างสมองและชักชวนให้เดินทางไปร่วมกับกองกำลัง ISIS ในอิรัก

ด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรง เพราะเป็นเด็กเรียน เขาจึงถูกเลือกให้เป็นคนขับรถเข้าไปในตลาด แล้วกดระเบิดทิ้งคารถ ส่วนเบื้องหลังเขารับรู้ภารกิจนี้ล่วงหน้าและยอมพลีชีพเพื่อพระเจ้า หรือถูกหลอกให้ขับรถไปยังจุดหมายแล้วกดปุ่มระเบิดทิ้ง เรื่องนี้ไม่มีใครรับรู้ได้นอกจาก Jake

ในวันนี้เรื่องราวของ Jake เด็กเนิร์ดวัย 18 ปีถูกขึ้นหน้าหนึ่งตามหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้งหลังเวลาผ่านไป 7 ปี เป็นการเปิดเผยถึงสาเหตุว่าทำไมเด็กเนิร์ดจากนครเมลเบิร์น จึงกลายเป็นสมาชิกหัวรุนแรงของ ISIS

ข่าวออนไลน์ Jingjonews วันที่ 10 มีนาคม 2015 พาดหัวข้อข่าว “เด็กเนิร์ดหนีครอบครัวไม่ไปเรียน เปิดเทอมไปร่วมรบ…ในตะวันออกกลาง” (หัวข้อข่าวดูแปลก ๆ เพราะตั้งใจจะเลียนชื่อภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่ง)

เรื่องราวของนาย Jake Bilardi เคยเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับเริ่มจากในวันที่ 10 มีนาคมปี 2015 เมื่อสื่อมวลชนลงข่าวเขาหนีครอบครัวไปร่วมกับ ISIS ในสมรภูมิสงครามในประเทศอิรัก

ข่าวออนไลน์ Jingjonews วันที่ 12 มีนาคม 2015 พาดหัวข้อข่าว “เด็กเนิร์ด Jake เสียชีวิตแล้ว ร่วมกระทำระเบิดพลีชีพในอิรัก”

Jake เด็กเนิร์ดกลายเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งอีกสองวันต่อมา ในวันที่ 12 มีนาคม 2015 เป็นข่าวที่ทำให้ชาวออสเตรเลียช็อคเมื่อเขาได้ทำการระเบิดฆ่าตัวตายที่ตลาดในตัวเมือง Ramadi ใจกลางประเทศอิรัก ประมาณ 110 กม.ทางตะวันตกของกรุงแบกแดด

ข้อมูลของ Jake ถูกนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ ย้อนไปถึงวันที่เขาเปลี่ยนจากการนับถือศาสนาคริสต์มานับถือศาสนาอิสลามเมื่อมารดาผู้เลี้ยงดูเขาตามลำพังได้เสียชีวิตลงจากโรคมะเร็งในปี 2012 ความไม่มีเพื่อนทำให้เขาขลุกอยู่แต่ในห้องนอนและหาเพื่อนทางอินเทอร์เน็ต จนกระทั่งไปพบนาย Mirsad Kandic กับบุคคลระดับผู้นำของ ISIS

ในปีที่มารดาของ Jake เสียชีวิตเขากำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 10 (อายุ 15 ปี) ได้เริ่มเข้ามัสยิด Hume Islamic Youth Centre เพื่อเรียนรู้คำสอนตามหลักศาสนาอิสลาม

ในช่วงนี้นาย Kandic สมาชิกระดับสูงของ ISIS และผู้รับหน้าที่ชักชวนวัยรุ่นหัวรุนแรงในประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมรบในซีเรียและอิรัก ได้เริ่มหวาดล้อมให้ Jake เลื่อมใสใน ISIS และมีความฮึกเหิมที่จะเดินทางไปร่วมรบในตะวันออกกลาง

การหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อไปร่วมรบในตะวันออกกลางตามแผน A ของเขาไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เขาโกรธมาก จนเขาระบายความผิดหวังของเขาลงในบล็อก ‘From Melbourne to Ramadi : My Journey’ ของเขา

เมื่อแผน A ล้มเหลว Jake จึงเริ่มแผน B ด้วยการหามีดและระเบิดเพื่อก่อวินาศกรรมเดี่ยวในชุมชนของนครเมลเบิร์น

เขาได้ซื้อแบเรียมไนเตรตซึ่งเป็นส่วนประกอบของการผลิตระเบิดจำนวน 6 ชุด ๆ ละ 250 กรัม แต่ได้ยุติแผน B ลงเมื่อเขาพบกับนาย Kandic มาบอกว่าเขาสามารถช่วยพา Jake ไปซีเรียได้

สิ่งที่เขาต้องเตรียมตัวก่อนเดินทางก็คือเรียนภาษาอาหรับ, ฝึกออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (cardio exercises) เริ่มเดินทางไปเมืองอีสตันบูลในฐานะนักท่องเที่ยว

ซึ่งครั้งนี้เขาประสบความสำเร็จ ได้ไปพลีชีพที่เมือง Ramadi สมใจหวัง เพียงแต่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่หวังไว้ว่าจะสังหารทหารของฝ่ายรัฐบาลอิรัก แต่ผลปรากฎว่าไม่มีทหารคนใดเสียชีวิต นอกจาก Jake เด็กเนิร์ด

หนังสือพิมพ์ Herald Sun Sunday วันที่ 13 พฤศจิกายน 2022 เสนอข่าว ข้อความจากบล็อกเปิดเผยถึง Jake จากย่าน Craigieburn วัยรุ่นที่ถูกคนอื่นบูลลี่มาตลอด กลายเป็นคนหัวรุนแรงในบ้านเกิดก่อนไปเป็นผู้ก่อการร้าย ISIS กระทำระเบิดพลีชีพ

บันทึกจากบล็อก ‘From Melbourne to Ramadi : My Journey’

บล็อกที่ถูกนำมาเปิดเผยในวันนี้ถูกอ้างว่าเขียนโดยนาย Jake Bilardi ขออนุญาตนำเสนอบางตอนดังนี้

“ปฏิบัติการพลีชีพของผมใกล้เข้ามาแล้ว ผมต้องการเล่าเรื่องของผม ผู้เริ่มจากเด็กนักเรียนโรงเรียนที่ Atheist ย่านคนมีอันจะกินของนครเมลเบิร์นมาเป็นทหารของ Khilafah เพื่อเตรียมพลีชีพให้กับรัฐอิสลามที่เมือง Ramadi ในอิรัก”

“ผมใช้ชีวิตอยู่ในย่าน (Craigieburn) ของชนชั้นทำงานในนครเมลเบิร์น แม้ชีวิตจะขึ้น ๆ ลง ๆ เฉกเช่นคนทั่วไป แต่การใช้ชีวิตตอนนั้นสบายมาก”

“ผมมีผลการเรียนดีเยี่ยม เหมือนกับพี่น้องของผม โดยมีความฝันว่าจะเป็นนักข่าวด้านการเมือง”

“ผมฝันเสมอว่าสักวันหนึ่งจะได้เดินทางไปประเทศอิรัก, ลิเบียและอัฟกานิสถานเพื่อรายงานข่าวถึงสถานการณ์ของดินแดนเหล่านี้…”

“ผมอายุเพียง 5 ขวบในขณะเกิดเหตุโจมตีสหรัฐในวันที่ 11 กันยายนปี 2001 ความรับรู้ในการปฏิบัติการของผมตอนนั้นไร้เดียงสา”

ห้องนอนของนาย Jake Bilardi ที่เขาใช้อินเตอร์เน็ตติดต่อกับสมาชิก ISIS วันละหลายชั่วโมง

“จากการสอบสวนของผมในเรื่องของการบุกรุกและครอบครองทั้งอิรักและอัฟกานิสถานทำให้ผมเกิดความเกลียดชังสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรที่รวมถึงออสเตรเลีย”

“ผมเริ่มให้ความนับถือทหารมุสลิม (mujahideen) ที่พัฒนาไปสู่ความรักในอิสลามและในที่สุดก็นำพาผมมาที่นี่ ที่รัฐอิสลาม…..”

“ผมเดาเอาว่าผมถูกกำหนดให้มาอยู่ที่นี่ในฐานะทหารของ Shaykh Abu Musab al-Zarqawi (ขอให้อัลเลาะห์ทรงเมตตาเขา) ซึ่งผมให้ความเคารพเขาอย่างสูงสุดมาก่อนที่ผมจะเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม”

“ขอพระอัลเลาะห์ทรงยอมรับเขาเป็นหนึ่งในกลุ่ม shuhadah (พลีชีพเพื่อพระเจ้า) และยอมรับผมให้อยู่ในฐานะเดียวกับเขาในระดับสูงสุดใน jannah (สรวงสวรรค์)

“ด้วยความกลัวถึงความเป็นไปได้ที่จะถูกทางการในออสเตรเลียขัดขวางผมเดินทาง (ไปตะวันออกกลาง) ผมจึงเริ่มดำเนินแผน B”

“แผนนี้เกี่ยวกับการระเบิดทั่วนครเมลเบิร์น มีเป้าหมายโจมตีสถานกงสุลของต่างประเทศ, นักการเมืองและทหาร พร้อมกับใช้ระเบิดมือและมีดโจมตีผู้คนในศูนย์การค้าและคาเฟ่และสวมเข็มขัดติดระเบิดเข้าไปพลีชีพในกลุ่ม kuffar (คนนอกศาสนา)”

“ในขณะที่ผมเริ่มจัดหาวัตถุผลิตระเบิดและเริ่มทำระเบิด ผมรับรู้ว่าทางการเริ่มลืมเลือน(แผน A)ของผม แต่ถ้ามีบางสิ่งที่จะเพิ่มความสนใจของทางการ มันควรจะเป็นตอนที่ผมซื้อสารเคมีและวัตถุในการประกอบระเบิด ดังนั้นผมจึงหยุดแผน B รอคอยจนกระทั่งทุกอย่างได้จัดเตรียม เพื่อผมจะสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้โดยไม่ถูกตรวจจับ”

 

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: