ซิดนีย์มีราคาบ้านเกินกำลังซื้ออันดับสองของโลก

20 มี.ค. 2022 นครซิดนีย์กลายเป็นเมืองอันดับสองของโลกในการเป็นเจ้าของบ้าน ในขณะที่นครเมลเบิร์นก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันอยู่ในอันดับที่ห้า เป็นผลมาจากความต้องการซื้อสูงอันเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำไปพร้อมกับระดับอันตรายของการเกิดหนี้เสีย

Demographia International Housing Affordability ได้รายงานผลการวิจัยความสามารถในการซื้อบ้านของผู้อาศัยในเมืองสำคัญของโลกล่าสุด นอกจากนครซิดนีย์และเมลเบิร์นแล้วยังได้จัดนครใหญ่ของออสเตรเลียอีก 3 แห่งอยู่ในอันดับท็อป 20 ได้แก่นครแอดิเลดในอันดับ 14, บริสเบน 17 และนครเพิร์ท 20

สอดคล้องกับผลการศึกษาของ CoreLogie ในชุด ANZ CoreLogie Housing Affordability ได้ทำการคำนวนโดยตั้งของสมมุติฐานผู้ต้องการซื้อบ้านออมเงินในระดับ 15% ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายต่อปี พวกเขาจะต้องใช้เวลานานถึง 10.8 ปีจึงจะได้เงินวางดาวน์เพื่อซื้อบ้าน หรือใช้เวลา 9.0 ปีเพื่อซื้อยูนิต

สถาบันการเงินในออสเตรเลียได้กำหนดให้ผู้ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยหลังแรกจะต้องมีเงินวางดาวน์ในระดับ 20% ของราคาบ้าน

ตัวเลขผลการวิขัยของ Demographia ระบุว่าในปัจจุบันราคาบ้านโดยเฉลี่ยมัธยฐานมีราคาเท่ากับรายได้โดยเฉลี่ยมัธยฐานของครัวเรือนก่อนภาษีเป็นจำนวน 8.0 เท่า เมื่อเทียบปี 2019 อยู่ที่ 6.9 เท่า

(จิงโจ้นิวส์เคยเล่าให้ฟังถึงเมื่อครั้งซื้อบ้านกว่า 20 ปีที่ผ่านมาราคาที่อยู่อาศัยอยู่ที่เกือบ 5 เท่าของรายได้ก่อนภาษีต่อปีหรือเพิ่มขึ้น 1.9 เท่าในช่วง 20 ปีเมื่อถึงปี 2019 แต่ในระหว่างปี 2019 ถึง 2022 ราคาบ้านเพิ่มขึ้นถึง 1.1 เท่าของรายได้ถือว่าเพิ่มขึ้นรวดเร็วมากจนน่าวิตก)

Australian Prudential Regulation Authority หรือ APRA อันเป็นสำนักงานผู้คุมกฎระเบียบการเงินและการธนาคารของออสเตรเลีย ระบุว่าสัดส่วนของหนี้อยู่ที่ 6 เท่าขึ้นไปของราคาบ้านถือว่ามีความเสี่ยง หรือหมายความว่าผู้กู้จะประสบปัญหาต่อการผ่อนชำระหนี้

ภาพกร็าฟความสามารถในการซื้อบ้านตามอัตราเฉลี่ยมัธยฐานของราคาบ้านและรายได้ในระหว่างปี 1981 ถึงปี 2021

(เนื่องจากเวลาไม่อำนวยจิงโจ้นิวส์ขอยกอันดับเมืองที่มีอัตราขั้นบันไดทรัพย์สิน Property ladder จากข้อมูลของ Demographia International Housing Affordability ดังนี้)

เมืองที่มีอัตราหนี้ซื้อบ้านต่อรายได้ครัวเรือนก่อนหักภาษีต่อปีสูงสุด 5 อันดับแรกของโลกดังนี้
1.ฮ่องกง-เขตปกครองตนเอง-สาธารณรัฐประชาชนจีน 23.2 เท่า
2.ซิดนีย์-รัฐนิวเซาท์เวลส์-ออสเตรเลีย 15.3 เท่า
3.แวนคูเวอร์-รัฐบริติชโคลัมเบีย-แคนาดา 13.3 เท่า
4.ซานโฮเซ-รัฐแคลิฟลอเนีย-สหรัฐอเมริกา 12.6 เท่า
5.เมลเบิร์น-รัฐวิกตอเรีย-ออสเตรเลีย 12.1 เท่า

เมืองที่มีอัตราหนี้ซื้อบ้านต่อรายได้ครัวเรือนก่อนหักภาษีต่อปีต่ำสุด 5 อันดับแรกดังนี้
1.พิตส์เบิร์ก-รัฐเพนซิลเวเนีย-สหรัฐอเมริกา 2.7 เท่า
2.โรเชสเตอร์-รัฐนิวยอก-สหรัฐอเมริกา 3.3 เท่า
2.โอคลาโฮมาซิตี้-รัฐโอคลาโฮมา-สหรัฐอเมริกา 3.3 เท่า
4.เซนต์หลุยส์-รัฐมิสซูรี-สหรัฐอเมริกา 3.6 เท่า
4.เอดมันตัน-รัฐแอลเบอร์ตา-แคนาดา 3.6 เท่า

สำหรับข้อมูลเฉพาะเมืองเอกของรัฐในประเทศออสเตรเลีย 5 อันดับแรกมีดังนี้
1.ซิดนีย์-รัฐนิวเซาท์เวลส์ 15.3 เท่า
2.เมลเบิร์น-รัฐวิกตอเรีย 12.1 เท่า
3.แอดิเลด-รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 8.0 เท่า
4.บริสเบน-รัฐควีนสแลนด์ 7.4 เท่า
5.เพิร์ท-รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 7.1 เท่า

ก่อนจบแบบด่วนจี๋ขอแถมเมืองสำคัญอื่น ๆ เท่าที่หาเจอ
-โอคแลนด์-นิวซีแลนด์ 11.2 เท่า อยู่ในอันดับที่แปดของโลก
-ลอนดอน-อังกฤษ-สหราชอาณาจักร 8.0 เท่า อยู่ในอันดับที่ 14 ของโลก
-ดับลิน-ไอร์แลนด์ 5.7 เท่า เป็นเมืองที่มีอัตราเพิ่มสูงสุดคือจาก 4.6 เท่าในปี 2019

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: