สู่เดือนสิงหาคม 2564

สู่เดือนสิงหาคม 2021

ภาพ 

เดือนสิงหาคมเป็นเดือนสุดท้ายของฤดูหนาวก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิในนครซิดนีย์เริ่มอุ่นขึ้นด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ 8.9 องศาเซลเซียสและสูงสุดที่เฉลี่ย 17.8 องศาเซลเซียส

ผมกลัวแหย่จมูกตรวจโควิด-19 มากกว่ากลัวผ่าตัด

สู่เดือนสิงหาคม มีเรื่องเล่าสู่กันเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในยุคโคโรน่า 2019 ยังไม่มีท่าทีว่าจะจบสิ้น กล่าวคือผมมีนัดผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วนเมื่อวันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยโรงพยาบาลขอให้ทำการตรวจการติดเชื้อโควิด-19 ก่อนวันผ่าตัดสองวัน

เรื่องผ่าตัดผมไม่กลัวเพราะมีประสบการณ์มาแล้ว แต่กลัวการสวอปเอาไม้แหลมแหย่จมูก เคยดูรายการวิจารณ์ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของไทยที่พิธีกรชอบพูดสองแง่สามง่ามและรายการข่าวพิธีกรต่างเล่าถึงความเข็ดขยาดเมื่อถูกไม้แยงจมูกตรวจเชื้อไวรัส ว่ามันเจ็บแสบยิ่งนัก จนผมจำฝังใจ

ผมเช็คสถานที่รับตรวจสวอป (PCR) ใกล้บ้านพบมีศูนย์ห้องแล็บพยาธิวิทยา (pathology) สองแห่งจึงเลือกเอาที่ใกล้ที่สุด เดินจากบ้านแค่ป้ายรถประจำทาง เขาให้บริการแบบวอล์กอินไม่รับการจองทางโทรศัพท์

ผมเลือกตรวจในวันที่พุธที่ 28 กรกฎาคม เดินจากบ้านด้วยใจไม่เป็นสุข เพราะกลัวเจ็บ ถึงศูนย์รับตรวจเวลาประมาณ 10.00 น.ภายในศูนย์ไม่พบลูกค้าคนอื่นเลย ต่อเมื่อกรอกเอกสารเสร็จจึงมีรายที่สองเข้ามา

เมื่อถึงนาทีระทึกนักอายุรเวช (pathologist) เอาไม้ขูดกระพุ้งแก้มด้านในแล้วแหย่เข้าไปในโพรงจมูกประมาณหนึ่งหรือสองวินาทีจึงดึงออก โดยไม่รู้สึกระคายหรือเจ็บใด ๆ ผิดกับที่เคยได้ยินมา

เมื่อถามดูจึงทราบว่าการแหย่จมูกเขามีสองวิธีคือวิธีไม่เจ็บเป็นการแหย่สามจังหวะ และอีกวิธีเป็นการแยงผ่านเนื้อเยื้ออันนี้เจ็บหน่อย (ต้องขออภัยผมพอเข้าใจที่เธออธิบายให้ฟังเท่านี้)

จึงนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อมีคนปอดแหกเหมือนผม จะได้เบาใจ แท้จริงไม่เจ็บเลย เพียงแต่ขอให้หมอ หรือพยาบาล หรือนักอายุรเวชใช้วิธีแหย่จมูกแบบไม่เจ็บก็แล้วกัน

ผมผ่าตัดครั้งที่สี่

ขอเล่าประสบการณ์ต่อเลยแล้วกัน ดังที่กล่าวมาแล้วว่าผมกลัวการแหย่จมูกตรวจโควิด-19 มากกว่าการผ่าตัด เพราะตอนแรกคิดว่ามันเจ็บ ส่วนการผ่าตัดเป็นการผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วน (non-urgent elective surgeries) ไม่เคยรู้สึกเจ็บหรือมีอาการหลังผ่าตัดแต่อย่างไร        #หลังจากหายเป็นปกติมาเป็นเวลาปีเศษ หมอผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้รองผ่าตัดตรวจเช็คร่างกายอีกครั้ง หมอบอกว่าเป็นการผ่าตัดที่โรงพยาบาลในส่วนของโรงพยาบาลเอกชน แถมฟรีอีกด้วย ผมจึงตอบตกลงทันที

โรงพยาบาลแห่งนี้ก็เหมือนกับโรงพยาบาลในเมืองไทยมีทั้งของรัฐบาลและเอกชนควบคู่กันไป อย่างโรงพยาบาลศิริราชกับโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ซึ่งผมใช้บริการตรวจสุขภาพตาประจำปี

เมื่อตกลงแล้วเขาก็มีข้อบังคับให้ต้องตรวจการติดเชื้อโควิด-19 สองวันก่อนการผ่าตัดตามที่กล่าวมาแล้ว แล้วนัดให้มาตรวจร่างกายในเวลา 13.00 น.ของวันที่ 28 กรกฎาคม เขาตรวจละเอียดมากไปจบสิ้นเอาเวลา 16.30 น. เดินออกจากโรงพยาบาลก็พระอาทิตย์ตกดินพอดี

การตรวจร่างกายก็น่าจะเหมือนกับโรงพยาบาลทั่วโลก มีตรวจเลือด ตรวจความดัน ตรวจหัวใจ การแพ้ยา ซักถามยาที่กินประจำ ซักแล้วซักอีก แต่หนนี้มีให้ท่องเดือนย้อนหลังตั้งแต่ธันวาคมถึงมกราคม เรื่องแบบนี้สบายมาก ท่องจบแล้วผมยังถามว่าจะเอา Z ย้อนหลังไปหา A ไหม..เล่นเอาฮากันตรึม

วันผ่าตัดโรงพยาบาลนัดเวลา 8.20 น. กว่าจะเริ่มผ่าตัดก็ประมาณ 9.00 นาฬิกาเศษ ความประทับใจอย่างหนึ่งของโรงพยาบาลเอกชนก็คือชุดสวมใส่ของคนไข้และผ้าหม่ เขาหยิบมาจากตู้อบ ดูขาวสะอาดมาก นอกจากจะสัมผัสความอุ่นของเนื้อผ้าอบใหม่ ๆ แล้วยังได้กลิ่นหอมของความสะอาดอีกด้วย

ผมตื่นขึ้นมาในเวลาประมาณ 10.00 น.เห็นพยาบาลมายืนดูจึงถามว่าจะผ่าตัดเมื่อใด เธอตอบว่าเรียบร้อยแล้ว ผมลุกขึ้นแต่งตัวอย่างงง ๆ เพราะไม่รู้สึกมึนจากยาสลบ ไม่มีอาการเจ็บใด ๆ เหมือนกับไม่ได้ผ่าตัดแต่อย่างใด

แต่งตัวเสร็จพยาบาลก็พามานั่งที่เก้าอี้นวม แล้วนำอาหารว่างมาให้กิน ผมเลือกแซนวิชไก่ น้ำส้มและชาฝรั่งมารองท้อง เป็นค่าเวลารอหลานชายมารับกลับบ้าน       #ซึ่งเป็นกฎของโรงพยาบาลทุกแห่ง หลังพักฟื้นจากการผ่าตัดจะต้องมีคนที่ระบุชื่อว่าเป็นผู้มารับกลับบ้าน และผมยังระบุเอาไว้ว่าจะกลับบ้านโดยรถแท็กซี่

แต่เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้ว เปลี่ยนใจเดินไปป้ายรถเมล์นั่งรถประจำทางกลับบ้าน ไปแวะร้านอาหารอร่อย ๆ สั่งเทคอะเวย์กลับมากินที่บ้าน

ในวันที่ผ่าตัดนั้นเอง ในตอนบ่ายรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ประกาศให้เลื่อนการผ่าตัดที่ไม่จำเป็นและเร่งด่วนทุกชนิดออกไป เพื่อเตรียมที่ไว้รองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่คาดว่าจะเพิ่มทวีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงถือเป็นโชคดีของผมครับ

Link คลิปเพลง “เราจะไม่ทิ้งกัน” เนื้อร้อง/ทำนอง/ควบคุมการผลิตโดย บอย โกสิยพงษ์

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย, บทความทั่วไป

Leave a Reply

%d bloggers like this: