สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 7 ธ.ค. 2020 / ไทยน่าเป็นห่วงผู้ติดเชื้อโควิด-19 พบใน 7 จังหวัด

นสพ. Herald Sun ฉบับ 7 ธ.ค 2020 เสนอข่าวรัฐวิกตอเรียแสดงความยินดีกับการผ่อนคลายกฎคุมเข้มหลังปลอดโควิด-19 เป็นเวลา 37 วันติดต่อกัน ด้วยการยกเลิกเพดานลูกค้าผับกับร้านอาหาร / ผ่อนปรนสวมหน้ากากอนามัย แต่ต้องสวมเมื่ออยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต, ศูนย์การค้า, ตลาดมีหลังคาและเมื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะ

7 ธ.ค. 2020 ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมในออสเตรเลียในช่วงห้าวันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 49 คนรวมเป็น 27,972 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 908 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศกระทำไปแล้ว 10,204,429 คน พบอัตราการติดเชื้อโดยเฉลี่ยที่ 0.3%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 1,618 คน (ในช่วงห้าวันที่ผ่านมามีป่วยรักษาตัวเพิ่มขึ้นอีก 21 คน) เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 30 คน (ห้องไอซียู 0 คน) ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ตามบ้านพักและสถานที่พักส่วนบุคคล

สถานการณ์โควิด-19 เมืองไทยน่าวิตกหลังคนงานไทยในพม่าติดเชื้อหลบหนีเข้าประเทศ

โรงแรมและคาสิโน 1G1-7Hotel สถานบันเทิงที่มีสาวไทยแห่ไปทำงานเพราะรายได้งาม ในบางครั้งได้ทิปจากเศรษฐีพม่าถึงละ 250 เหรียญทีเดียว

สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยขณะนี้อยู่ในขั้นเสี่ยงต่อการเกิดไวรัสระบาดระลอกที่สองหากคุมไม่อยู่ หลังจากมีสตรีสาวรุ่นไปทำงานในแหล่งบันเทิงและคาสิโนที่โรงแรม 1G1-7 Hotel ในเมือง Tachileik ทางตะวันออกของรัฐฉานประเทศพม่า ซึ่งถึงวันนี้พม่ามีผู้ติดเชื้อ COVID-19 เกิน 100,000 คนไปเรียบร้อยแล้ว

หญิงสาวเหล่านี้ตอนขาไปทำงานและกลับเข้ามาฝั่งไทยจะอาศัยช่องทางทางธรรมชาติเข้ามาที่อำเภอแม่สายจังหวัดเชียงราย เนื่องจากพวกเธอไม่ต้องเสียเวลากักกันตัว 14 วัน แต่มีไม่น้อยได้เอาเชื้อ COVID-19 ติดตัวกลับเข้ามาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดถึง ณ วันที่ 7 ธันวาคม มีผู้ติดเชื้อ CIVID-19 แบบกลุ่มก้อนจากเมือง Tachileik หรือ Tachileik cluster รวมถึงผู้ลักลอบเข้ามาและผู้ติดเชื้อจากผู้ลักลอบเข้ามาแล้วทั้งสิ้น 14 ราย ยังไม่รวมในวันนี้อีก 4 รายซึ่งจะเป็นยอดรายงานอย่างเป็นทางการของวันพรุงนี้

ผู้ติดเชื้อทั้งหมดได้แยกย้ายไปอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่เชียงราย 5 คน, เชียงใหม่ 3 คน, พะเยา 1 คน, พิจิตร 1 คน, สิงห์บุรี 1 คน, ราชบุรี 1 คนและกรุงเทพมหานคร 2 คน

ผู้ติดเชื้อแยกเป็นสตรี 13 คนและกะเทย 1 คน

หมายเหตุรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยไปยังองค์การอนามัยโลกระบุมีผู้ติดเชื้อภายในประเทศมีดังนี้

วันที่ 4 ธันวาคม 1 ราย ที่จังหวังเชียงราย 1 ราย

วันที่ 5 ธันวาคม 2 ราย ที่จังหวัดสิงบุรี 1 รายและเชียงราย 1 ราย

วันที่ 6 ธีนวาคม 2 ราย ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร 2 ราย

วันที่ 7 ธันวาคม 0 ราย

ส่วนความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นได้อย่างไร คงต้องรอหน่วยงานที่รับผิดชอบอธิบาย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ขณะแถลงข่าววันที่ 9 ธันวาคม

วันที่ 9 ธันวาคม 2020 รายงานจากศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยในเวลา 11.30 น. (15.30 น. ตามเวลาทางภาคตะวันออกของออสเตรเลีย) สามารถสรุปสถานการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขออนุญาตรายงานโดยย่อดังนี้

ถึง ณ วันที่ 9 ธันวาคมมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 จากท่าขี้เหล็กประเทศพม่าและจังหวัดเชียงรายหรือที่สื่อต่างประเทศเรียกว่า Tachileik Cluster มีทั้งสิ้น 46 ราย แยกเป็น

1.ผู้เข้าทางจุดผ่านแดนและเข้ากักกันโดยรัฐจำนวน 27 คน

2. ผู้ลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ (ไอ้พวกสารเลว) และสามารถตามตัวได้ 17 คนแยกเป็นที่จังหวัดเชียงราย 6 คน, เชียงใหม่ 5 คน, พะเยา 1 คน, กรุงเทพมหานคร 3 คน, พิจิตร 1 คน และราชบุรี 1 คน

3. ผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นผู้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อกลับจากประเทศพม่าอีก 2 ราย อยู่ที่จังหวัดเชียงราย 1 คนและในจังหวัดสิงห์บุรี 1 คน

เป็นที่หวังว่าหากไม่มีผู้ติดเชื้อเกี่ยวข้องกับ Tachileik Cluster ในประเทศเพิ่มขึ้นและไม่มีผู้ลักลอบเข้าประเทศรายอื่นเพิ่มเติมในอีก 14 วันข้างหน้า ประเทศไทยก็จะกลับมาควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อีกครั้ง

ข่าวออนไลน์ สำนักข่าว ABC วันที่ 7 ธ.ค. 2020 เสนอข่าวรัฐวิกตอเรียประกาศผ่อนคลายนโยบายคุมเข้มเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสำหรับพนักงานทำงานในสำนักงานและจำนวนญาติมิตรเยือนที่อยู่อาศัย

มีข่าวเพิ่มเติมภายหลัง (หมดเวลาพอดี)

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ธันวาคม 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 67,199,309 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 14,764,898 คน, อินเดีย 9,677,203 คน, บราซิล 6,603,540 คน, รัสเซีย 2,466,951 คน, ฝรั่งเศส 2,345,648 คน, อิตาลี 1,728,878 คน, สหราชอาณาจักร 1,727,755 คน, สเปน 1,684,647 คน, อาร์เจนตินา 1,463,110 คน, โคลัมเบีย 1,371,103 คน, เยอรมนี 1,194,550 คน, เม็กซิโก 1,175,850 คน, โปแลนด์ 1,067,870 คน, อิหร่าน 1,051,374 คน, เปรู 973,912 คน, ยูเครน 843,898 คน, ตุรกี 828,295 คน, แอฟริกาใต้ 814,565 คน, เบลเยี่ยม 591,756 คน, อินโดนีเซีย 581,550 คน, เนเธอร์แลนด์ 573,697 คน, อิรัก 566,015 คน, ชิลี 560,382 คน, สาธารณรัฐเช็ค 546,833 คน, โรมาเนีย 517,236 คน, บังคลาเทศ 479,743 คน, ฟิลิปปินส์ 441,399 คน, ปากีสถาน 420,294 คน, แคนาดา 418,848 คน, โมร็อกโค 379,657 คน, ซาอุดิอาระเบีย 358,922 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 354,306 คน, อิสราเอล 345,661 คน, โปรตุเกส 322,474 คน, ออสเตรีย 305,693 คน, สวีเดน 278,912 คน, ฮังการี 254,148 คน, เนปาล 241,995 คน, จอร์แดน 240,089 คน, เซอร์เบีย 219,652 คน, เอกวาดอร์ 197,998 คน, คาซัคสถาน 180,089 คน, ปานามา 177,719 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 177,577 คน, จอร์เจีย 164,976 คน, ญี่ปุ่น 164,401 คน, บัลกาเลีย 161,421 คน, โคเอเทีย 152,239 คน, อาเซอร์ไบจาน 149,765 คน,และเบลารุส 148,953 คน, /

จีน 93,655 คน, เกาหลีใต้ 38,161 คน, ออสเตรเลีย 27,972 คน,และประเทศไทย 4,107 คน (ออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่ 97 ของโลก / ไทยอยู่อันดับที่ 144 ของโลก ในห้าวันนี้ไทยมีผู้ป่วยเพิ่ม 81 คน)

ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากไวรัส COVID-19 สูงสุด

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 1,538,311 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 282,348 คน, บราซิล 176,941 คน, อินเดีย 140,573 คน, เม็กซิโก 109,717 คน, สหราชอาณาจักร 61,342 คน, อิตาลี 60,078 คน, ฝรั่งเศส 55,247 คน, อิหร่าน 50,594 คน, สเปน 46,252 คน, รัสเซีย 43,122 คน, อาร์เจนตินา 39,770 คน, โคลัมเบีย 37,808 คน, เปรู 36,274 คน, แอฟริกาใต้ 22,206 คน, โปแลนด์ 20,181 คน, เยอรมนี 19,002 คน, อินโดนีเซีย 17,867 คน, เบลเยี่ยม 17,320 คน, ชิลี 15,628 คน, ตุรกี 14,900 คน, ยูเครน 14,208 คน, เอกวาดอร์ 13,778 คน, แคนาดา 12,688 คน, อิรัก 12,460 คน, โรมาเนีย 12,447 คน, เนเธอร์แลนด์ 9,785 คน, โบลิเวีย 8,995 คน, สาธารณรัฐเช็ค 8,902 คน, ฟิลิปปินส์ 8,572 คน, ปากีสถาน 8,398 คน, สวีเดน 7,067 คน, บังคลาเทศ 6,874 คน, อียิปต์ 6,771 คน, โมนาโค 6,245 คน,และฮังการี 5,984 คน,/

จีน 4,746 คน, ญี่ปุน 2,298 คน, ออสเตรเลีย 908 คน (แยกเป็นวิกตอเรีย 820 คน, น.ซ.ว. 53 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) เกาหลีใต้ 549 คน,และประเทศไทย 60 คน

ประเทศที่มีผู้หายป่วยแล้วจากมากไปหาน้อย

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 43,062,006 คน เรียงจากมากไปหาน้อย อินเดีย 9,139,901 คน, สหรัฐอเมริกา 6,971,281 คน, บราซิล 5,776,182 คน, รัสเซีย 1,956,588 คน, อาร์เจนตินา 1,294,679 คน, โคลัมเบีย 1,257,410 คน, อิตาลี 913,494 คน, เปรู 907,654 คน, เม็กซิโก 866,186 คน, เยอรมนี 846,273 คน, แอฟริกาใต้ 744,780 คน, อิหร่าน 742,955 คน, โปแลนด์ 722,446 คน, ชิลี 534,789 คน, อิรัก 493,567 คน, อินโดนีเซีย 479,202 คน, สาธารณรัฐเช็ค 478,094 คน, ตุรกี 431,253 คน, ยูเครน 423,704 คน, โรมาเนีย 409,121 คน, ฟิลิปปินส์ 408,634 คน, บังคลาเทศ 398,623 คน, ปากีสถาน 356,542 คน, ซาอุดิอาระเบีย 348,879 คน, โมร็อกโค 331,301 คน, อิสราเอล 327,972 คน, แคนาดา 327,932 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 260,600 คน, ออสเตรีย 256,811 คน, โปรตุเกส 245,843 คน, เนปาล 227,433 คน, จอร์แดน 187,444 คน, เอกวาดอร์ 174,188 คน, ฝรั่งเศส 169,586 คน,และสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ 159,711 คน,/

ญี่ปุ่น 136,903 คน (เหลือผู้ป่วย 22,829 คน สถานการณ์น่าเป็นห่วง), จีน 81,719 คน (เหลือผู้ป่วย 281 คน อยู่ในระดับน่าพอใจ), สิงคโปร์ 58,160 คน (เหลือผู้ป่วย 71 คน อยู่ในระดับดีมาก), เกาหลีใต้ 29,301 คน (เหลือผู้ป่วย 8,311 คน สานการณ์ไม่สู้ดี), ออสเตรเลีย 25,446 คน (เหลือผู้ป่วย 1,618 คน),และประเทศไทย 3,868 คน (เหลือผู้ป่วย 179 คน), (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน และสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายงานผู้หายป่วยมาตั้งแต่แรก)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 ม.ค. 2020 ถึง 7 ธันวาคม 2020 ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน / นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึง 7 ธ.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 122.8 คน / ส่วนกร๊าฟเส้นสีเหลืองแสดงยอดผู้ป่วยสะสมในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 7 ธ.ค. 2020

ภาพกร๊าฟปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factor) ของวันที่ 7 ธันวาคม 2020 อยู่ที่ 1.00 ออสเตรเลียไม่สามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้เป็นวันที่ 2 หลังจากควบคุมมาได้ 10 ติดต่อกัน และในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศอยู่ที่เฉลี่ยวันละ 10 ราย : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 7   ธันวาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อสะสม 27,972 คน โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงห้าวัน 49 คน นับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น

รัฐวิกตอเรีย 20,345 คน, รัฐน.ซ.ว. 4,614 คน (เพิ่มขึ้น 26 คน), รัฐควีนสแลนด์ 1,215 คน (เพิ่มขึ้น 10 คน), รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 830 คน (เพิ่มขึ้น 7 คน), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 562 คน, รัฐแทสเมเนีย 230 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 117 คน, นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 59 คน (เพิ่มขึ้น 6 คน)

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลียวันที่ 7 ธันวาคม 2020 แสดงจำนวนวันที่แต่ละรัฐและดินแดนปลอดจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ รัฐแทสเมเนียปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นวันที่ 118 ติดต่อกัน และรัฐวิกตอเรียปลอดเชื้อโคโรนา 2019 เป็นวันที่ 37 ติดต่อกัน

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 908 คน มีผู้รักษาหายแล้ว 25,446 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 10,204,000 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 0.3%

นสพ. The Advertiser ฉบับ 7 ธ.ค. 2020 เสนอข่าวคนทำงานสำนักงาน, ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมบริการต้อนรับและแรงงานอื่น ๆ ในนครแอดิเลดได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรัฐเซาท์ออสเตรเลียยกเลิกกฎทิ้งระยะห่าง 1 คนสี่ตารางเมตร

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้อยู่ที่ 2,060 คน (เพิ่มขึ้น 15 คน) มีผู้เสียชีวิต 25 คน และรักษาหายแล้ว 1,963 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้ อินโดนีเซีย 581,550 คน (เพิ่มขึ้น 32,042 คน), ฟิลิปปินส์ 441,399 คน (เพิ่มขึ้น 7,042 คน), พม่า 100,431 คน (เพิ่มขึ้น 7,335 คน ผ่านหลักแสนเป็นวันแรก), มาเลเซีย 74,294 คน (เพิ่มขึ้น 6,274 คน อยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง), สิงคโปร์ 58,273 คน (เพิ่มขึ้น 43 คน ได้ชื่อว่าบริหารจัดการได้ดีที่สุดของโลกในขณะนี้), ไทย 4,107 คน (เพิ่มขึ้น 81 คน สถานการณ์ไม่สู้ดี มีผู้ติดเชื้อลักลอบเข้าเมืองจากชาวพม่าโดยผ่านช่องทางธรรมชาติและการประท้วงภายในประเทศ), เวียดนาม 1,367 คน (่เพิ่มขึ้น 9 คน), กัมพูชา 348 คน (เพิ่มขึ้น 19 คน), บรูไน 151 คน, ลาว 41 คน (เพิ่มขึ้น 2 คน) และติมอร์-เลสเต 31 คน (เพิ่มขึ้น 1 คน)

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 17,867 คน (เพิ่มขึ้น 668 คน), ฟิลิปปินส์ 8,554 คน (เพิ่มขึ้น 118 คน), พม่า 2,134 คน (เพิ่มขึ้น 134 คน), มาเลเซีย 384 คน (เพิ่มขึ้น 19 คน), ประเทศไทย 60 คน, เวียดนาม 35 คน, สิงคโปร์ 29 คน, บรูไน 3 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

นสพ. The Mercury ฉบับ 7 ธ.ค. 2020 พาดหัวข่าว “ภารกิจเพื่อความเมตตา” เป็นข่าวรัฐแทสเมเนียเริ่มเปิดรับชาวออสเตรเลียที่ตกค้างในต่างประเทศเข้ามากักกันในโรงแรมของรัฐแทสมาเนีย อีกไม่กี่วันสถิติปลอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของรัฐ TAS ติดต่อกัน 118 วันจะหมดไป เหมือนอย่างนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี แต่สิ่งที่ NT ได้รับชดเชยก็คือเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และไม่มีผู้ติดเชื้อภายในท้องถิ่นแต่อย่างใด

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

 



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: