สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 22 พ.ย. 2020 / รัฐวิกฯผ่อนบังคับสวมหน้ากากอนามัยหลังเอาอยู่โควิด-19

นสพ. The Sunday Mail หนังสือพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ของนสพ. The Advertiser วันที่ 22 พ.ย. 2020 เสนอข่าวเจ้าของกิจการในนครแอดเลดเปิดแชมเปญฉลองหลังรัฐบาลรัฐ SA ประกาศยกเลิกล็อคดาวน์ที่ประกาศใช้มาได้สามวัน จากการโกหกของแรงงานชาวต่างชาติเพียงคนเดียว ตามที่จิงโจ้นิวส์เสนอข่าวไปเมื่อวานนี้

22 พ.ย. 2020 ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมในออสเตรเลียในช่วงห้าวันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 65 คนรวมเป็น 27,821 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 907 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศกระทำไปแล้ว 9,709,190 คน พบอัตราการติดเชื้อโดยเฉลี่ยที่ 0.3%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 1,575 คน (ในช่วงห้าวันที่ผ่านมามีป่วยรักษาตัวเพิ่มขึ้นอีก 54 คน) เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 22 คน (ห้องไอซียู 0 คน) ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ตามบ้านพักและสถานที่พักส่วนบุคคล

รัฐวิกฯเตรียมยกเลิกบังคับสวมหน้ากากอนามัยหลังไม่มีผู้ติดเชื้อ Covid-19 เข้าใกล้ 28 วัน

ภาพข่าวออนไลน์นสพ. The Age วันที่ 22 พ.ย. 2020 เสนอข่าว รัฐวิกฯเตรียมยกเลิกกฎบังคับสวมหน้ากากอนามัย ในขณะใกล้กำจัดไวรัส COVID-19 ได้แล้ว

รัฐวิกตอเรียเตรียมผ่อนคลายกฎบังคับสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้านในสัปดาห์หน้า หลังจากรัฐเหลือผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพียงคนเดียว ในขณะที่ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่และไม่มีผู้เสียชีวิตมาเป็นเวลา 22 วันติดต่อกัน

ยังเหลืออีกเพียง 6 วันเท่านั้นจะผ่าน 28 วันตามเกณฑ์ที่รัฐวิกตอเรียจะปลอดจากผู้ติดเชื้อโดยหาสาเหตุไม่ได้ (mystery case) ตามคำจำกัดความทางการแพทย์

นาย Daniel Andrews ได้ให้การสนับสนุนและนำมาตรการบังคับสวมหน้าการอนามัยมาใช้ในช่วง COVID-19 ระบาดระลอกที่สอง แต่กฎข้อบังคับนี้จะได้รับการผ่อนคลายในสัปดาห์หน้า

ในวันพฤหัสฯที่ 26 พฤศจิกายน หากไม่มีเหตุการณ์คาดไม่ถึงเกิดขึ้น รัฐวิกตอเรียจะไม่มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 เป็นวันที่ 28 ติดต่อกันหรือเท่ากับรัฐวิกตอเรียได้จำกัดเชื้อไวรัสร้ายออกไปจากรัฐได้สิ้นเชิง

นสพ. The Sunday Time ฉบับวันอาทิตย์ของนสพ. The West Australian วันที่ 22 พ.ย. 2020 เสนอข่าวนาย Mark McGowan นายกฯรัฐ WA บอกชาวรัฐวิกตอเรียว่า “เจอกันอีก 28 วัน” เขาปฏิเสธที่จะเปิดพรมแดนทันทีทันใดในขณะที่รัฐวิกตอเรียปลอดผู้ติดเชื้อ 22 วันและรัฐน.ซ.ว.ปลอดผู้ติดเชื้อภายในท้องถิ่นมาแล้ว 15 วัน โดยให้เหตุผลว่า “ผมไม่เร่งร้อน และไม่ได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของ 28 วันอย่างเดียว…”

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 23.00 น. ของวันที่ 22 พ.ย. 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 58,287,853 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 12,095,024 คน, อินเดีย 9,095,806 คน, บราซิล 6,052,786 คน, ฝรั่งเศส 2,178,023 คน, รัสเซีย 2,071,858 คน, สเปน 1,556,730 คน, สหราชอาณาจักร 1,497,140 คน, อิตาลี 1,380,531 คน, อาร์เจนตินา 1,366,182 คน, โคลัมเบีย 1,240,493 คน, เม็กซิโก 1,025,969 คน, เปรู 948,081 คน, เยอรมนี 927,990 คน, โปแลนด์ 861,331 คน, อิหร่าน 854,361 คน, แอฟริกาใต้ 765,409 คน, ยูเครน 642,215 คน, เบลเยี่ยม 556,904 คน, ชิลี 540,640 คน, อิรัก 535,321 คน,  อินโดนีเซีย 497,668 คน, เนเธอร์แลนด์ 492,208 คน, สาธารณรัฐเช็ค 490,750 คน, บังคลาเทศ 447,341 คน, ตุรกี 440,805 คน, ฟิลิปปินส์ 418,818 คน, โรมาเนีย 418,645 คน, ปากีสถาน 374,173 คน, ซาอุดิอาระเบีย 355,258 คน, แคนาดา 329,084 คน, อิสราเอล 328,613 คน, โมร็อกโค 320,962 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 290,601 คน, โปรตุเกส 255,970 คน, ออสเตรีย 247,188 คน, เนปาล 220,308 คน, สวีเดน 208,295 คน, เอกวาดอร์ 184,876 คน, จอร์แดน 178,161 คน, ฮังการี 174,618 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 158,990 คน, ปานามา 153,577 คน, โบลิเวีย 143,922 คน, คูเวต 140,056 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 137,770 คน, กาตาร์ 137,229 คน, ญี่ปุ่น 133,034 คน, คอสตาริก้า 129,418 คน, อาร์เมเนีย 126,224 คน,และคาซัคสถาน 125,466 คน,/

จีน 92,105 คน, เกาหลีใต้ 30,733 คน, ออสเตรเลีย 27,821 คน,และประเทศไทย 3,913 คน (ออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่ 96 ของโลก / ไทยอยู่อันดับที่ 144 ของโลก ในห้าวันนี้ไทยมีผู้ป่วยเพิ่ม 35 คน)

ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากไวรัส COVID-19 สูงสุด

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 1,382,835 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 255,911 คน, บราซิล 168,989 คน, อินเดีย 133,227 คน, เม็กซิโก 100,823 คน, สหราชอาณาจักร 54,722 คน, อิตาลี 49,261 คน, ฝรั่งเศส 48,593 คน, อิหร่าน 44,802 คน, สเปน 42,619 คน, อาร์เจนตินา 36,902 คน, รัสเซีย 35,838 คน, เปรู 35,549 คน, โคลัมเบีย 35,104 คน, แอฟริกาใต้ 20,845 คน, อินโดนีเซีย 15,884 คน, เบลเยี่ยม 15,522 คน, ชิลี 15,069 คน, เยอรมนี 14,079 คน, โปแลนด์ 13,618 คน, เอกวาดอร์ 13,139 คน, ตุรกี 12,219 คน, อิรัก 11,958 คน, แคนาดา 11,455 คน, ยูเครน 11,292 คน, โรมาเนีย 10,047 คน, เนเธอร์แลนด์ 8,967 คน, โบลิเวีย 8,904 คน, ฟิลิปปินส์ 8,123 คน, ปากีสถาน 7,662 คน, สาธารณรัฐเช็ค 7,095 คน, อียิปต์ 6,535 คน, สวีเดน 6,406 คน, บังคลาเทศ 6,388 คน, ซาอุดิอาระเบีย 5,780 คน, และโมนาโค 5,256คน, /

จีน 4,742 คน, ญี่ปุน 1,943 คน, ออสเตรเลีย 907 คน (แยกเป็นวิกตอเรีย 819 คน, น.ซ.ว. 53 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) เกาหลีใต้ 505 คน,และประเทศไทย 60 คน

ประเทศที่มีผู้หายป่วยแล้วจากมากไปหาน้อย

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 37,334,070 คน เรียงจากมากไปหาน้อย อินเดีย 8,521,617 คน, สหรัฐอเมริกา 6,206,165 คน, บราซิล 5,429,158 คน, รัสเซีย 1,595,443 คน, อาร์เจนตินา 1,187,040 คน, โคลัมเบีย 1,144,923 คน, เปรู 876,399 คน, เม็กซิโก 774,930 คน, แอฟริกาใต้ 707,784 คน, อิหร่าน 596,136 คน, เยอรมนี 592,925 คน, อิตาลี 539,524 คน, ชิลี 516,121 คน, อิรัก 463,040 คน, โปแลนด์ 423,971 คน, อินโดนีเซีย 418,188 คน, สาธารณรัฐเช็ค 394,830 คน, ฟิลิปปินส์ 386,486 คน, ตุรกี 370,825 คน, บังคลาเทศ 360,352 คน, ซาอุดิอาระเบีย 342,882 คน, ปากีสถาน 329,828 คน, อิสราเอล 317,171 คน, โรมาเนีย 295,148 คน, ยูเครน 286,917 คน, โมร็อกโค 266,711 คน, แคนาดา 260,398 คน, เนปาล 199,024 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 182,300 คน, โปรตุเกส 172,919 คน, ออสเตรีย 169,260 คน, เอกวาดอร์ 160,639 คน, สเปน 150,376 คน (ยอดไม่เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ 19 พ.ค. 2020), ฝรั่งเศส 149,521 คน, สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ 148,080 คน, และปานามา 134,360 คน,/

ญี่ปุ่น 111,163 คน (เหลือผู้ป่วย 17,042 คน สถานการณ์น่าเป็นห่วง), จีน 81,481 คน (เหลือผู้ป่วย 316 คน อยู่ในระดับน่าพอใจ), สิงคโปร์ 58,064 คน (เหลือผู้ป่วย 56 คน อยู่ในระดับดีมาก), ออสเตรเลีย 25,329 คน (เหลือผู้ป่วย 1,631 คน), เกาหลีใต้ 26,466 คน (เหลือผู้ป่วย 3,762 คน เริ่มไม่สู้ดี), ประเทศไทย 3,761 คน (เหลือผู้ป่วย 92 คน), (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน และสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายงานผู้หายป่วยมาตั้งแต่แรก)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 ม.ค. 2020 ถึง 22 พฤศจิกายน 2020 ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน / นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึง 22 พ.ย. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 134.2 คน / ส่วนกร๊าฟเส้นสีเหลืองแสดงยอดผู้ป่วยสะสมในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 22 พ.ย. 2020

ภาพกร๊าฟปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factor) ของวันที่ 22 พฤศจิกายน 2020 อยู่ที่ 1.04 ออสเตรเลียไม่สามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ไว้ได้เป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน และในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศอยู่ที่เฉลี่ยวันละ 13 ราย : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 22   พฤศจิกายน 2020 มีผู้ติดเชื้อสะสม 27,821 คน โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงห้าวัน 65 คน นับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น

รัฐวิกตอเรีย 20,345 คน, รัฐน.ซ.ว. 4,538 คน (เพิ่มขึ้น 36 คน), รัฐควีนสแลนด์ 1,193 คน (เพิ่มขึ้น 7 คน), รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 799 คน (เพิ่มขึ้น 11 คน), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 555 คน (เพิ่มขึ้น 10 คน), รัฐแทสเมเนีย 230 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 115 คน (เพิ่มขึ้น 1 คน), นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 46 คน

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลียวันที่ 22 พฤศจิกายน 2020 แสดงจำนวนวันที่แต่ละรัฐและดินแดนปลอดจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ รัฐแทสเมเนียปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นวันที่ 103 ติดต่อกัน และรัฐวิกตอเรียปลอดเชื้อโคโรนา 2019 เป็นวันที่ 22 ติดต่อกัน

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 907 คน มีผู้รักษาหายแล้ว 25,339 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 9,709,000 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 0.3%

ข่าวออนไลน์นสพ. Herald Sun วันที่ 22 พ.ย. 2020 เสนอข่าวถึงหน้าตาของเทศกาลคริสต์มาสปีนี้ของรัฐวิกตอเรีย หลังจากที่รัฐบาลยกเลิกมาตรการคุมเข้มมากขึ้น คาดว่าครอบครัวจะสามารถมารวมตัวกันได้มากขึ้น โดยกฎผ่อนปรนขั้นสุดท้ายจะถูกเปิดเผยในวันสองวันนี้

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้อยู่ที่ 2,028 คน (เพิ่มขึ้น 23 คน) มีผู้เสียชีวิต 25 คน และรักษาหายแล้ว 1,953 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้ อินโดนีเซีย 497,668 คน (เพิ่มขึ้น 23,213 คน), ฟิลิปปินส์ 418,818 คน (เพิ่มขึ้น 8,100 คน), พม่า 79,246 คน (เพิ่มขึ้น 9,085 คน), สิงคโปร์ 58,160 คน (เพิ่มขึ้น 30 คน บริหารจัดการได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก), มาเลเซีย 54,775 คน (เพิ่มขึ้น 5,045 คน อยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง กำลังจะแซงสิงคโปร์), ไทย 3,913 คน (เพิ่มขึ้น 35 คน ควบคุมสถานการณ์ได้ดี แต่อยู่ในภาวะเปราะบางจากการลักลอบเข้าเมืองของชาวพม่าโดยผ่านช่องทางธรรมชาติ), เวียดนาม 1,307 คน (่เพิ่มขึ้น 19 คน), กัมพูชา 306 คน (เพิ่มขึ้น 3 คน), บรูไน 148 คน, ติมอร์-เลสเต 30 คน,และลาว 25 คน (่เพิ่มขึ้น 1 คน)

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 15,884 คน (เพิ่มขึ้น 491 คน), ฟิลิปปินส์ 8,123 คน (เพิ่มขึ้น 261 คน), พม่า 1,739 คน (เพิ่มขึ้น 114 คน), มาเลเซีย 335 คน (เพิ่มขึ้น 17 คน), ประเทศไทย 60 คน, เวียดนาม 35 คน, สิงคโปร์ 28 คน, บรูไน 3 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

นสพ. Herald Sun Sunday ฉบับ 22 พ.ย. 2020 เสนอข่าวรัฐบาลรัฐวิกตอเรียนผ่อนคลายคุมเข้มก่อนเข้าเทศกาลคริสต์มาส นับจากสัปดาห์หน้าจะไม่บังคับให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยเวลาออกจากบ้าน และครอบครัวสามารถรวมตัวกันในวันคริสต์มาสได้อย่างไม่จำกัด

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: