สั่งล็อคดาว์นรัฐ SA มีต้นเหตุพนักงานร้านพิซซ่าโกหกเรื่องโควิด-19

นสพ. The NT News ฉบับ 21 พ.ย. 2020 จั่วหัวข่าว “คลัสเตอร์อะไรวะ” และเปิดข่าวว่า “คดีพิซซ่าเกต” : พนักงานร้านพิซซ่าโกหกเรื่องโควิด-19 ส่งผลโกลาหลทั่วประเทศ (ก่อน)นอร์เทิร์นเทริทอรีกลับมาเปิดพรมแดนใหม่รับชาว SA ทุกคนในเวลา 9.00 น.

21 พ.ย. 2020 ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเซาท์ออสเตรเลียได้เปิดเผยว่าชายวัย 36 ปีผู้ถือวีซ่าชั่วคราวทำงานเป็นผู้ช่วยในครัวร้านพิซซ่าคือกุญแจสำคัญที่ทำให้รัฐบาลมีคำสั่งล็อคดาว์น อันเนื่องมาจากการโกหกของเขา

นาย Grant Stevens ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเซาท์ออสเตรเลียกล่าวว่าสำนักงานตำรวจได้จัดตั้งทีมปฏิบัติงานจำนวน 20 นายเพื่อหาสาเหตุที่นำไปสู่การประกาศล็อคดาวน์ 6 วันได้แคบลงเหลือผู้ต้องสนใจ (person of interest) เพียงรายเดียวเป็นผู้เคยถือวีซ่านักเรียนชาวสเปนบัจจุบันถือวีซ่าชั่วคราวทำงานเป็นพนักงานผู้ช่วยในครัว

ตำรวจกำลังสอบสวนว่าทำไมชายชาวสเปนคนนี้จึงสามารถหลอกลวงเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคจนนำไปสู่การประกาศล็อคดาวน์โดยมีผลตั้งแต่เวลา 23.59 น.ของวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน (ตามที่จิงโจ้นิวส์เสนอข่าวในหัวข้อ “รัฐเซาท์ออสเตรเลียสั่งล็อคดาวน์และสวมหน้ากากอนามัย 6 วัน” ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2020)

ทางด้านนาย Steven Marshall นายกรัฐมนตรีรัฐเซาท์ออสเตรเลียกล่าวถึงการให้ปากคำเป็นเท็จของชายชาวสเปนรายนี้ว่าเป็น “การโกหกอย่างชัดเจน” หรือ “blatant lie”

เขากล่าวว่า ความเห็นแก่ตัวของชายคนนี้ ได้ก่อให้เกิดสถานการณ์ของความยุ่งยากไปทั่วทั้งประเทศ ทุกรัฐต่างออกมาตราการปิดพรมแดน ในขณะที่ในรัฐเซาท์ออสเตรเลียต้องใช้มาตรการล็อคดาวน์

ข่าวออนไลน์ 7 News วันที่ 21 พ.ย. 2020 เสนอข่าวตำรวจเปิดเผย”บุคคลต้องสนใจ”(ก่อนที่จะเป็น “บุคคลต้องสงสัย”) อยู่เบื้องหลังทำให้สาธารณสุขรัฐ SA เข้าใจผิดคิดว่าร้านพิซซ่าอาจเป็นต้นเหตุของการแพร่เชื้อโควิด-19 แห่งใหม่นำไปสู่การติดสินใจอย่างพรวดพราดในการประกาศล็อคดาวน์รัฐ SA

ชายชาวสเปนคนนี้ได้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยเขาเป็น 1 ใน 26 คนของผู้ติดเชื้อแบบกลุ่มจาก Parafield Cluster ในขณะเป็นพนักงานให้กับร้าน Woodville Pizza Bar ที่ย่าน Woodville เขต City of Charles Sturt ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครแอดิเลด

ในตอนแรกเขาให้ปากคำกับผู้สอบสวนโรคว่า เขาเป็นเพียงลูกค้ามาซื้อพิซซ่าจากร้าน Woodville Pizza Bar ทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า อาจเกิดการแพร่เชื้อแบบกลุ่มก้อนต่อเนื่องจากแหล่ง Parafield Cluster ที่จะส่งผลการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของเชื้อ COVID-19 (super strain of covid) โดยผ่านพิซซ่าและกล่องใส่ไปสู่ผู้บริโภคเช่นเดียวกับชายชาวสเปน

เมื่อรายงานการตรวจพบประกอบกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ทำให้กระทรวงสาธารณสุขรัฐเซาท์ออสเตรเลียตัดสินใจประกาศล็อคดาวน์ทันที

แต่แท้จริงแล้วชายชาวสเปนเป็นพนักงานของร้านพิซซ่า ทำงานร่วมกะเดียวกับการ์ดที่ทำงานให้กับโรงแรม Peppers Waymouth ที่ใช้เป็นโรงแรมกักกันผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ (medi-hotel) แล้วติดเชื้อ COVID-19 มาจากที่โรงแรม มาแพร่เชื้อให้ชายชาวสเปนในขณะทั้งสองทำงานใกล้ชิดกันในห้องครัวของร้านพิซซ่า

นอกจากนั้นชายชาวสเปนยังยอมรับอีกว่าเขาทำงานเป็นผู้ช่วยในครัวอีกแห่งที่โรงแรม Stamford Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมใช้กักกันผู้เดินทางมาจากต่างประเทศอีกด้วย

ส่วนสาเหตุที่เขาโกหกเจ้าหน้าที่สอบสวนโรค กว่าจิงโจ้นิวส์จะหาได้ก็เล่นเอาเถิดตั้งนานมาพบที่สื่อฯ the Advertiser ก็เนื่องจากเขาเกรงว่าการทำงานของเขาจะผิดกฎหมายการเข้าเมือง แต่อย่างไรก็ตามในสถานภาพปัจจุบันเขาอยู่ภายใต้วีซ่า 485 (วีซ่าชั่วคราวหลังสำเร็จการศึกษา) โดยวีซ่าจะหมดอายุลงในกลางเดือนธันวาคม วีซ่า 485 สามารถทำงานในออสเตรเลียได้ แต่การกระทำของเขาน่าจะเป็นเครื่องค้ำประกันว่าเขาจะไม่ได้รับการต่อวีซ่า และจะต้องกลับไปประเทศสเปนซึ่งกำลังมีการระบาดระลอกที่สองอย่างหนักโดยมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 สะสมแล้วจำนวน 1.56 ล้านคน

ขณะนี้ทีมสอบสวนของตำรวจกำลังทำการสอบสวนร้าน Woodville Pizza Bar มีส่วนรู้เห็นต่อการให้ปากคำเท็จต่อเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคหรือไม่ เพราะขณะนี้ได้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าหลายล้านเหรียญ

ขณะนี้รัฐบาลรัฐกำลังพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้กับธุรกิจห้างร้านที่ได้รับผลกระทบต่อการประกาศบังคับใช้มาตรการล็อคดาวน์ หลังจากสมาคมธุรกิจแห่งรัฐเซาท์ออสเตรเลียในนาม Business SA ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรัฐรับผิดชอบ

สำหรับชายชาวสเปนปัจจุบันถูกกักตัวเพื่อป้องกันโรคอยู่ในโรงแรมที่ใช้กักโรคแห่งหนึ่ง

นสพ. The Advertiser ฉบับ 21 พ.ย. 2020 จั่วหั่วข่าว โกหกหนเดียวทำให้ปิดทั้งรัฐ : นายกฯรัฐเซาท์ออสเตรเลียควันออกหูหลังพบว่าพนักงานร้านพิซซ่าได้โกหกเรื่องสาเหตุที่เขาติดเชื้อโควิด-19 เป็นเหตุให้รัฐต้องสั่งล็อกดาวน์ทั้งที่ไม่จำเป็น

นาย Marshall ได้ประกาศยกเลิกการล็อคดาวน์โดยจะมีผลในเวลา 0.01 น.ของวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน โดยจะผ่อนมาใช้กฎควบคุมที่ผ่อนคลายลงอาทิเช่น

-ร้านอาหารฟาสต์ฟูดและเทคอะเวย์กลับมาเปิดใหม่ได้ตามปกติ

-แขกและเจ้าภาพเข้าร่วมพิธีสมรสได้ไม่เกิน 150 คน แต่ห้ามเต้นรำและการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มจะต้องไม่อยู่ในท่ายืนหรือเดิน

-แขกและเจ้าภาพเข้าร่วมพิธีศพได้ไม่เกิน 50 คน

-เข้าร่วมพิธีทางศาสนาได้ไม่เกิน 100 คน

-การรวมตัวกันของการจัดงานภาคเอกชนได้ไม่เกิน 50 คน

-การรวมตัวจัดงานปาร์ตี้ภายในบ้านไม่เกิน 10 คน

-การผ่าตัดที่ไม่สำคัญ (Elective surgery) กลับมาทำการผ่าตัดได้อีกครั้ง

-ผับ, คาเฟ่, คลับ, ร้านอาหารและโรงบ่มไวน์รับลูกค้าได้ไม่เกิน 100 คน, จองล่วงหน้ากลุ่มละไม่เกิน 10 คน, จะต้องนั่งที่โต๊ะในระหว่างรับประทานอาหารและดื่มเท่านั้น

-ศูนย์อาหารต้องรอคำแนะนำที่จะออกตามมา

-โรงเรียนจะกลับมาเปิดสอนตามปกติในวันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน

-สถานดูแลเด็กกลับมาเปิดอีกครั้งตั้งแต่เวลาวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน

ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้กฎ 1 คนต่อ 4 ตารางเมตร

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

2 replies

  1. เขียนข่าวยาวมาก แต่ซ้ำไปซ้ำมา กว่าจะเข้าเรื่อง ค่อนเรื่องทุกที เข่นเรื่องนี้ รู้ว่าอยากให้ตื่นเต้นเรื่องโกหก ให้อ่านวนซ้ำซากจนค่อนเรื่อง ถึงบอกว่ามันโกหกอย่างไร กว่าทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นเพาะอะไร คนเขียนเป็นแบบนี้ทุกที บางครั้ฝอยากอ่านนะ แต่ไม่มีเวลามา น้ำท่วมทุ่งแบบผู้เขียนจริงๆ
    ปล. อยากให้เขียนให้กระฉับกว่านี้ ไม่ต้องกลัวบทความสั้น หรืออยากให้ยาว ก็ควรมีข้อมูลอื่นๆเพิ่มเข้ามาให้แน่น ดีกว่ามาหลอกล่อให้อ่านซ้ำไปซ้ำมากว่าจะเข้าเรื่องได้สักที
    ขอบคุณมากขอรับ

  2. มีผู้อ่านติชมมา กด Approve แล้ว แต่ไม่ปรากฎ คงอาจต้องรออีกระยะ
    ขอบคุณมากครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: