สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 7 พ.ย. 2020 / รัฐวิกตอเรียไปได้สวยไร้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นวันที่ 8

นสพ. The Mercury ฉบับ 7 พ.ย. 2020 เสนอข่าวเที่ยวบินตรงจากนิวซีแลนด์มาแทสเมเนียจะเริ่มขึ้นภายในเดือนมกราคม 2021 พร้อมผ่อนกฎคุมเข้มเช่นลูกค้าสามารถสั่งแอลกอฮอล์มายืนดื่มได้ โดยไม่ต้องสั่งมานั่งดื่มที่โต๊ะ, และจัดงานปาร์ตี้ตามบ้านได้ไม่เกิน 40 คน

7 พ.ย. 2020 ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมในออสเตรเลียในช่วงสี่วันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 42 คนรวมเป็น 27,652 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 907 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศกระทำไปแล้ว 9,062,355 คน พบอัตราการติดเชื้อโดยเฉลี่ยที่ 0.3%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 1,469 คน (ในช่วงสี่วันที่ผ่านมามีป่วยรักษาลดลง 97 คน) เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 19 คน (ห้องไอซียู 1 คน) ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ตามบ้านพักและสถานที่พักส่วนบุคคล

ข่าวออนไลน์ SBS วันที่ 7 พ.ย. 2020 เสนอข่าวรัฐวิกตอเรียทำสถิติไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน ในขณะที่รัฐวิกฯเตรียมตัวที่จะผ่อนคลายกฎข้อบังคับโควิด-19

รัฐวิกตอเรียไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 และไม่มีผู้เสียชีวิต 8 วันติดต่อกัน

รัฐวิกตอเรียกำลังการสู่การใช้ชีวิตปกติด้วยการผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มเพิ่มเติมและการบินระหว่างรัฐวิกตอเรียและนิวซีแลนด์จะกลับมาใหม่ในอนาคตอันใกล้ หลังจากรัฐวิกตอเรียไม่มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่เป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน

เป็นที่คาดว่านาย Daniel Andrews นายกรัฐมนตรีรัฐวิกตอเรียจะปรากาศผ่อนปรนกฎคุมเข้มอีกในวันพรุ่งนี้อาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน ที่รวมถึงการยกเลิกกฎวงแหวนเหล็กหรือ “ring of steel” ด้วยการยกเลิกกฎห้ามเดินทางไกลจากที่พักอาศัย 25 กม.

รวมถึงการเดินทางอย่างเสรีระหว่างรัฐวิกตอเรียและรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ในวันที่ 23 พฤศจิกายน

ถือเป็นการผ่อนปรนกฎคุมเข้มเร็วกว่าแผนที่วางไว้หลายเดือนทีเดียว

นาย Andrews กล่าวว่าในช่วง 14 วันที่ผ่านมารัฐวิกตอเรียมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในอัตราเฉลี่ยวันละ 0.9 คน จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ไม่เกินวันละ 5 คน โดยมีผู้ติดเชื้อภายในท้องถิ่นที่หาแหล่งที่มาไม่ได้มีเพียงสองคนเท่านั้น

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 พ.ย. 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 49,445,113 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 9,740,112 คน, อินเดีย 8,462,080 คน, บราซิล 5,631,181 คน, รัสเซีย 1,740,172 คน, ฝรั่งเศส 1,709,716 คน, สเปน 1,328,832 คน, อาร์เจนตินา 1,228,814 คน, สหราชอาณาจักร 1,149,808 คน, โคลัมเบีย 1,127,733 คน, เม็กซิโก 955,128 คน, เปรู 914,722 คน, อิตาลี 862,681 คน, แอฟริกาใต้ 734,175 คน, อิหร่าน 673,250 คน, เยอรมนี 653,992 คน, โปแลนด์ 521,640 คน, ชิลี 518,390 คน, อิรัก 493,139 คน, เบลเยี่ยม 488,044 คน, ยูเครน 464,598 คน, อินโดนีเซีย 433,836 คน, บังคลาเทศ 418,764 คน, เนเธอร์แลนด์ 404,392 คน, สาธารณเช็ค 403,497 คน, ฟิลิปปินส์ 393,961 คน, ตุรกี 389,2586 คน, ซาอุดิอาระเบีย 349,822 คน, ปากีสถาน 341,753 คน, อิสราเอล 318,402 คน, โรมาเนีย 296,999 คน, แคนาดา 258,874 คน, โมร็อกโค 246,349 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 211,913 คน, เนปาล 191,636 คน, เอกวาดอร์ 172,508 คน, โปรตุเกส 166,900 คน, สวีเดน 146,461 คน, โบลิเวีย 142,343 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 141,032 คน, ออสเตรีย 138,979 คน, ปานามา 137,760 คน, กาตาร์ 134,0143 คน, คูเวต 131,205 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 127,591 คน, โอมาน 117,167 คน, คาซัคสถาน 115,439 คน, คอสตาริก้า 115,417 คน, กัวเตมาลา 110,502 คน, อียิปต์ 108,754 คน,และ ญี่ปุ่น 107,432 คน, /

จีน 91,591 คน, ออสเตรเลีย 27,652 คน, เกาหลีใต้ 27,284 คน,และประเทศไทย 3,830 คน (ออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่ 89 ของโลก / ไทยอยู่อันดับที่ 141 ของโลก ในสี่วันนี้ไทยมีผู้ป่วยเพิ่ม 33 คน)

ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากไวรัส COVID-19 สูงสุด

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 1,244,856 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 236,099 คน, บราซิล 162,015 คน, อินเดีย 125,562 คน, เม็กซิโก 94,323 คน, สหราชอาณาจักร 48,565 คน, อิตาลี 40,638 คน, ฝรั่งเศส 39,916 คน, สเปน 38,833 คน, อิหร่าน 37,832 คน, เปรู 34,730 คน, อาร์เจนตินา 33,136 คน, โคลัมเบีย 32,405 คน, รัสเซีย 30,010 คน, แอฟริกาใต้ 19,749 คน, อินโดนีเซีย 14,540 คน, ชิลี 14,450 คน, เอกวาดอร์ 12,761 คน, เบลเยี่ยม 12,708 คน, อิรัก 11,283 คน, เยอรมนี 11,251 คน, ตุรกี 10,722 คน, แคนาดา 10,493 คน, โบลิเวีย 8,781 คน, ยูเครน 8,553 คน, เนเธอร์แลนด์ 8,027 คน, โรมาเนีย 7,793 คน, โปแลนด์ 7,636 คน, ฟิลิปปินส์ 7,485 คน, ปากีสถาน 6,943 คน, อียิปต์ 6,343 คน, บังคลาเทศ 6,049 คน, สวีเดน 6,022 คน, ซาอุดิอาระเบีย 5,506 คน, จีน 4,741 คน, และสาธารณะเช็ค 4,526 คน,/

ญี่ปุน 1,907 คน, ออสเตรเลีย 907 คน (แยกเป็นวิกตอเรีย 819 คน, น.ซ.ว. 53 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) เกาหลีใต้ 477 คน,และประเทศไทย 60 คน

ประเทศที่มีผู้หายป่วยแล้วจากมากไปหาน้อย

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 32,609,519 คน เรียงจากมากไปหาน้อย อินเดีย 7,765,966 คน, สหรัฐอเมริกา 5,694,744 คน, บราซิล 5,064,344 คน, รัสเซีย 1,312,927 คน, อาร์เจนตินา 1,042,224 คน, โคลัมเบีย 1,020,263 คน, เปรู 83,8738 คน, เม็กซิโก 706,267 คน, แอฟริกาใต้ 675,593 คน, อิหร่าน 515,153 คน, ชิลี 495,852 คน, อิรัก 423,266 คน, เยอรมนี 402,466 คน, อินโดนีเซีย 364,417 คน, ฟิลิปปินส์ 350,216 คน, ซาอุดิอาระเบีย 336,966 คน, บังคลาเทศ 336,568 คน, ตุรกี 336,221 คน, อิตาลี 322,925 คน, ปากีสถาน 317,898 คน, อิสราเอล 306,890 คน, สาธารณรัฐเช็ค 229,603 คน, แคนาดา 210,198 คน, ยูเครน 204,229 คน, โรมาเนีย 201,114 คน, โมร็อกโค 200,954 คน, โปแลนด์ 200,510 คน, เนปาล 155,114 คน, สเปน 150,376 คน (ยอดไม่เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ 19 พ.ค. 2020), เอกวาดอร์ 149,048 คน, สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ 136,936 คน, การ์ต้า 131,075 คน, ฝรั่งเศส 126,329 คน, คูเวต 121,263 คน, ปานามา 115,990 คน,และโบลิเวีย 113,899 คน,/

ญี่ปุ่น 96,461 คน (เหลือผู้ป่วย 7,646 คน เริ่มไม่สู้ดี), จีน 81,131 คน (เหลือผู้ป่วย 419 คน อยู่ในระดับน่าพอใจ), สิงคโปร์ 57,959 คน (เหลือผู้ป่วย 60 คน ดีขึ้นเป็นอย่างมาก), ออสเตรเลีย 25,276 คน (เหลือผู้ป่วย 1,469 คน), เกาหลีใต้ 24,910 คน (เหลือผู้ป่วย 1,897 คน เริ่มไม่สู้ดี), ประเทศไทย 3,644 คน (เหลือผู้ป่วย 126 คน), (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน และสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายงานผู้หายป่วยมาตั้งแต่แรก)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 ม.ค. 2020 ถึง 7 พฤศจิกายน 2020 ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน / นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึง 7 พ.ย. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 147.9 คน / ส่วนกร๊าฟเส้นสีเหลืองแสดงยอดผู้ป่วยสะสมในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 7 พ.ย. 2020

ภาพกร๊าฟปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factor) ของวันที่ 7 พฤศจิกายน 2020 อยู่ที่ 0.94 เป็นออสเตรเลียสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้เป็นวันที่ 9 ติดต่อกัน และในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศอยู่ที่เฉลี่ยวันละ 9 ราย : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 7   พฤศจิกายน 2020 มีผู้ติดเชื้อสะสม 27,652 คน โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงสี่วัน 42 คน นับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น

รัฐวิกตอเรีย 20,345 คน, รัฐน.ซ.ว. 4,459 คน (เพิ่มขึ้น 24 คน), รัฐควีนสแลนด์ 1,177 คน (เพิ่มขึ้น 2 คน), รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 776 คน (เพิ่มขึ้น 6 คน), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 512 คน (เพิ่มขึ้น 9 คน), รัฐแทสเมเนีย 230 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 114 คน, นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 39 คน (เพิ่มขึ้น 1 คน)

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลียวันที่ 7 พฤศจิกายน 2020 แสดงจำนวนวันที่แต่ละรัฐและดินแดนปลอดจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ รัฐแทสเมเนียปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นวันที่ 88 ติดต่อกัน

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 907 คน มีผู้รักษาหายแล้ว 25,276 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 9,062,000 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 0.3%

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

และผู้ป่วยจากเรือสำราญ Ruby Princess จำนวน 189 คน, เรือสำราญ Ovation of the Seas 66 คน, Voyager of the Seas เรือสำราญ 26 คน, และจากเรือสำราญ Celebrity Solstice 2 คนให้ถือเป็นผู้ป่วยสะสมในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ข่าวออนไลน์นสพ. The Mercury วันที่ 3 พ.ย. 2020 เสนอข่าวนาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีเยือนรัฐแทสเมเนียพร้อมตอกย้ำให้สนามบินนานาชาติโฮบาร์ทรับผู้โดยสารชาวออสซี่ที่ตกค้างในต่างประเทศในโควต้า 450 คนห้ามดื้อแพ่ง ทำให้อาจได้เห็นรัฐแทสซี่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในโรงแรมกักกันเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในรัฐอื่น ๆ และอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นใน NT

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้อยู่ที่ 1,968 คน (เพิ่มขึ้น 8 คน) มีผู้เสียชีวิต 25 คน และรักษาหายแล้ว 1,908 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้ อินโดนีเซีย 433,836 คน (เพิ่มขึ้น 15,461 คน), ฟิลิปปินส์ 393,961 คน (เพิ่มขึ้น 6,800 คน), พม่า 59,277 คน (เพิ่มขึ้น 3,473 คนแซงสิงคโปร์ครั้งแรก), สิงคโปร์ 58,054 คน (เพิ่มขึ้น 25 คน), มาเลเซีย 39,357 คน (เพิ่มขึ้น 4,964 คน), ไทย 3,830 คน (เพิ่มขึ้น 33 คน ควบคุมสถานการณ์ได้ดีมาก แต่อยู่ในภาวะเปราะบางจากการลักลอบเข้าเมืองของชาวพม่าและคนไทยในมาเลเซียหลบหนีเข้าไทยโดยช่องทางธรรมชาติ), เวียดนาม 1,212 คน (เพิ่มขึ้น 10 คน), กัมพูชา 294 คน (เพิ่มขึ้น 2 คน), บรูไน 148 คน, ติมอร์-เลสเต 30 คน,และลาว 24 คน

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 14,540 คน (เพิ่มขึ้น 394 คน), ฟิลิปปินส์ 7,485 คน (เพิ่มขึ้น 216 คน), พม่า 1,963 คน (เพิ่มขึ้น 114 คน), มาเลเซีย 282 คน (เพิ่มขึ้น 20 คน), ประเทศไทย 60 คน (เพิ่มขึ้น 1 คน), เวียดนาม 35 คน, สิงคโปร์ 28 คน, บรูไน 3 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

นสพ. Herald Sun ฉบับ 7 พ.ย. 2020 ด้านล่างเสนอข่าว กฎข้อบังคับให้ชาวเมลเบิร์นทุกคนสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้านจะได้รับการผ่อนคลายลง แต่รัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐวิกตอเรียออกมาพูดว่า “หน้ากากอนามัยจะอยู่กับเราไปตราบนานเท่าที่มีความจำเป็น” แล้วจะเอาอย่างไงเนี่ย!

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: