สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 30 ต.ค. 2020 / นายกฯ NSW ไม่ปลื้มนายกฯ QLD ยังไม่เปิดประตูรับคนจากซิดนีย์

นสพ. The Courier Mail วันที่ 30 ตุลาคม 2020 เป็นภาพนาง Annastacia Palaszczuk นายกรัฐมนตรีรัฐควีนสแลนด์ชูนิ้วหัวแม่มือทั้งสองนิ้ว พร้อมจั่วหัวข่าวว่า “ประตูยังคงปิด” “การงานบ่มี ในขณะที่(คนจาก)ซิดนีย์อยู่ในบัญชีดำ(ห้ามเข้ารัฐควีนสแลนด์)”

30 ต.ค. 2020 ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมในออสเตรเลียในช่วงสี่วันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 55 คนรวมเป็น 27,582 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 คนเป็น 907 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศกระทำไปแล้ว 8,748,442 คน พบอัตราการติดเชื้อโดยเฉลี่ยที่ 0.3%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 1,590 คน (ในช่วงสี่วันที่ผ่านมามีป่วยรักษาตัวเพิ่มขึ้น 18 คน) เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 20 คน (ห้องไอซียู 1 คน) ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ตามบ้านพักและสถานที่พักส่วนบุคคล

รัฐควีนสแลนด์เปิดพรมแดนกับทุกคนจากรัฐน.ซ.ว.ยกเว้นนครซิดนีย์

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 30 ต.ค. 2020 เสนอข่าวน.ส. Gladys Berejiklian นายกรัฐมนตรีรัฐน.ซ.ว.ผิดหวังที่รัฐควีนสแลนด์ยังคงปิดพรมแดนไม่รับคนจากซิดนีย์

น.ส. Gladys Berejiklian นายกรัฐมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์แสดงความผิดหวังหลังจากนาง Annastacia Palaszczuk นายกรัฐมนตรีรัฐควีนสแลนด์ยอมเปิดพรมแดนให้กับผู้ที่มาจากเขตภูมิภาคของรัฐน.ซ.ว.แต่ยังปฏิเสธที่จะรับผู้เดินทางจากนครซิดนีย์

รัฐควีนสแลนด์ได้ประการเปิดพรมแดนนับจากเวลา 1.00 น.ของวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน แต่ยังคงขึ้นบัญชีดำปิดพรมแดนกับผู้มาจาก 32 เขตเทศบาลของนครซิดนีย์และจากรัฐวิกตอเรียทั้งรัฐ เนื่องจากความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19

พญ. Jeannette Young ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรัฐควีนสแลนด์กล่าวว่า การระบาดภายในนครซิดนีย์ที่หาแหล่งที่มามิได้คือสาเหตุของการตัดสินใจยังคงไม่เปิดรับผู้เดินทางจากนครซิดนีย์

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 23.00 น. ของวันที่ 30 ต.ค. 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 45,170,690 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 8,948,099 คน, อินเดีย 8,088,851 คน, บราซิล 5,494,376 คน, รัสเซีย 1,588,433 คน, ฝรั่งเศส 1,327,853 คน, สเปน 1,160,083 คน, อาร์เจนตินา 1,143,800 คน, โคลัมเบีย 1,048,055 คน, สหราชอาณาจักร 968,461 คน, เม็กซิโก 912,811 คน, เปรู 897,594 คน, แอฟริกาใต้ 721,770 คน, อิตาลี 616,595 คน, อิหร่าน 604,952 คน, เยอรมนี 507,495 คน, ชิลี 507,050 คน, อิรัก 470,633 คน, อินโดนีเซีย 406,945 คน, บังคลาเทศ 406,364 คน, เบลเยี่ยม 392,258 คน, ยูเครน 390,272 คน, ฟิลิปปินส์ 378,933 คน, ตุรกี 370,832 คน, เนเธอร์แลนด์ 347,748 คน, ซาอุดิอาระเบีย 346,880 คน, โปแลนด์ 340,834 คน, ปากีสถาน 332,186 คน, อิสราเอล 313,701 คน, สาธารณเช็ค 310,068 คน, โรมาเนีย 235,586 คน, แคนาดา 231,383 คน, โมร็อกโค 212,038 คน, เนปาล 168,235 คน, เอกวาดอร์ 166,302 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 154,251 คน, โบลิเวีย 141,484 คน, โปรตุเกส 132,616 คน, กาตาร์ 132,343 คน, ปานามา 132,045 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 131,508 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 125,913 คน, คูเวต 125,337 คน, สวีเดน 124,355 คน, โอมาน 114,434 คน, คาซัคสถาน 111,492 คน, ตอสตาริก้า 107,570 คน, อียิปต์ 107,209 คน, กัวเตมาลา 106,790 คน, ญี่ปุ่น 100,455 คน,และออสเตรีย 99,576 คน, /

จีน 91,306 คน, ออสเตรเลีย 27,582 คน, เกาหลีใต้ 26,385 คน,และประเทศไทย 3,775 คน (ออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่ 89 ของโลก / ไทยอยู่อันดับที่ 141 ของโลก ในสี่วันนี้ไทยมีผู้ป่วยเพิ่ม 32 คนเป็นผู้เดินทางมาจากประเทศตรวจพบขณะกักกันตัวอยู่ในโรงแรมทั้งสิ้น)

ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากไวรัส COVID-19 สูงสุด

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 1,183,116 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 228,678 คน, บราซิล 158,969 คน, อินเดีย 121,090 คน, เม็กซิโก 90,773 คน, สหราชอาณาจักร 46,045 คน, อิตาลี 38,122 คน, ฝรั่งเศส 36,058 คน, สเปน 35,639 คน, อิหร่าน 34,478 คน, เปรู 34,362 คน, โคลัมเบีย 30,926 คน, อาร์เจนตินา 30,442 คน, รัสเซีย 27,462 คน, แอฟริกาใต้ 19,164 คน, ชิลี 14,118 คน, อินโดนีเซีย 13,782 คน, เอกวาดอร์ 12,622 คน, เบลเยี่ยม 11,308 คน, อิรัก 10,862 คน, เยอรมนี 10,365 คน, แคนาดา 10,127 คน, ตุรกี 10,099 คน, โบลิเวีย 8,705 คน, เนเธอร์แลนด์ 7,408 คน, ยูเครน 7,235 คน, ฟิลิปปินส์ 7,185 คน, โรมาเนีย 6,867 คน, ปากีสถาน 6,795 คน, อียิปต์ 6,247 คน, สวีเดน 5,938 คน, บังคลาเทศ 5,905 คน, ซาอุดิอาระเบีย 5,383 คน, โปแลนด์ 5,351 คน, จีน 4,739 คน, และกัวเตมาลา 3,704 คน,และ/

ออสเตรเลีย 907 คน (แยกเป็นวิกตอเรีย 819 คน, น.ซ.ว. 53 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) และประเทศไทย 59 คน

ประเทศที่มีผู้หายป่วยแล้วจากมากไปหาน้อย

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 30,372,861 คน เรียงจากมากไปหาน้อย อินเดีย 7,373,375 คน, สหรัฐอเมริกา 5,514,583 คน, บราซิล 4,954,159 คน, รัสเซีย 1,200,560 คน, โคลัมเบีย 950,348 คน, อาร์เจนตินา 946,121 คน, เปรู 819,717 คน, เม็กซิโก 668,667 คน, แอฟริกาใต้ 649,935 คน, ชิลี 479,877 คน, อิหร่าน 485,152 คน, อิรัก 397,241 คน, เยอรมนี 345,700 คน, อินโดนีเซีย 334,295 คน, ซาอุดิอาระเบีย 333,005 คน, ฟิลิปปินส์ 330,457 คน, บังคลาเทศ 322,703 คน, ตุรกี 322,465 คน, ปากีสถาน 313,527 คน, อิสราเอล 299,822 คน, อิตาลี 279,282 คน, แคนาดา 192,005 คน, โมร็อกโค 174,911 คน, โรมาเนีย 167,897 คน, ยูเครน 155,026 คน, สเปน 150,376 คน (ยอดไม่เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ 19 พ.ค. 2020), เอกวาดอร์ 141,759 คน, โปแลนด์ 134,724 คน, การ์ต้า 129,349 คน, เนปาล 128,958 คน,สาธารณรัฐเช็ค 128,628 คน, สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ 127,607 คน, คูเวต 116,202 คน, ฝรั่งเศส 115,287 คน, โบลิเวีย 110,759 คน,และปานามา 108,320 คน, /

ญี่ปุ่น 91,890 คน (เหลือผู้ป่วย 5,988 คน เริ่มไม่สู้ดี), จีน 80,967 คน (เหลือผู้ป่วย 339 คน อยู่ในระดับน่าพอใจ), สิงคโปร์ 57,899 คน (เหลือผู้ป่วย 67 คน ดีขึ้นเป็นอย่างมาก), ออสเตรเลีย 25,085 คน (เหลือผู้ป่วย 1,590 คน), เกาหลีใต้ 24,227 คน (เหลือผู้ป่วย 1,695 คน เริ่มไม่สู้ดี), ประเทศไทย 3,585 คน (เหลือผู้ป่วย 131 คน), (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน และสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายงานผู้หายป่วยมาตั้งแต่แรก)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 ม.ค. 2020 ถึง 30 ตุลาคม 2020 ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน / นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึง 30 ต.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 156.8 คน / ส่วนกร๊าฟเส้นสีเหลืองแสดงยอดผู้ป่วยสะสมในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 30 ต.ค. 2020

ภาพกร๊าฟปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factor) ของวันที่ 30 ตุลาคม 2020 อยู่ที่ 0.98 เป็นวันแรกที่ออสเตรเลียสามารถกลับมาควบคุมการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้อีกครั้ง หลังจากไม่สามารถควบคุมได้มา 9 วันติดต่อกัน (ในภาพนี้ให้สีผิดควรมีสีแดงอยู่เฉพาะที่ตุ่มของวันที่ 30 ตุลาคม เพราะเมื่อวานนี้ 29 ตุลาคมยังเป็นสีแดงอยู่) และในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศอยู่ที่เฉลี่ยวันละ 15 ราย : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 30 ตุลาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อสะสม 27,582 คน โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงสี่วัน 55 คน นับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น

รัฐวิกตอเรีย 20,347 คน (เพิ่มขึ้น 6 คน), รัฐน.ซ.ว. 4,417 คน (เพิ่มขึ้น 31 คน), รัฐควีนสแลนด์ 1,172 คน (เพิ่มขึ้น 5 คน), รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 767 คน (เพิ่มขึ้น 5 คน), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 497 คน (เพิ่มขึ้น 3 คน), รัฐแทสเมเนีย 230 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 114 คน, นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 38 คน (เพิ่มขึ้น 5 คน)

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลียวันที่ 30 ตุลาคม 2020 แสดงจำนวนวันที่แต่ละรัฐและดินแดนปลอดจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ รัฐแทสเมเนียปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นวันที่ 80 ติดต่อกัน

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 907 คน มีผู้รักษาหายแล้ว 25,085 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 8,748,000 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 0.3%

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

และผู้ป่วยจากเรือสำราญ Ruby Princess จำนวน 189 คน, เรือสำราญ Ovation of the Seas 66 คน, Voyager of the Seas เรือสำราญ 26 คน, และจากเรือสำราญ Celebrity Solstice 2 คนให้ถือเป็นผู้ป่วยสะสมในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ข่าวออนไลน์นสพ. The SMH วันที่ 30 ต.ค. 2020 เสนอข่าว รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียได้กำหนดวันที่จะเปิดพรมแดนกับรัฐและดินแดนอื่น ๆ ในเดือนหน้า แต่ยังคงมีความเข้มงวดกับผู้เดินทางมาจากรัฐน.ซ.ว.และรัฐวิกตอเรีย

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้อยู่ที่ 1,950 คน (เพิ่มขึ้น 10 คน) มีผู้เสียชีวิต 25 คน และรักษาหายแล้ว 1,857 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้ อินโดนีเซีย 406,945 คน (เพิ่มขึ้น 14,011 คน), ฟิลิปปินส์ 378,933 คน (เพิ่มขึ้น 7,303 คน), สิงคโปร์ 58,003 คน (เพิ่มขึ้น 30 คน), พม่า 50,403 คน (เพิ่มขึ้น 4,203 คน), มาเลเซีย 30,889 คน (เพิ่มขึ้น 3,084 คน), ไทย 3,775 คน (ควบคุมสถานการณ์ได้ดีมาก แต่อยู่ในภาวะเปราะบางจากการลักลอบเข้าเมืองของชาวพม่าและคนไทยในมาเลเซียหลบหนีเข้าไทยโดยช่องทางธรรมชาติ), เวียดนาม 1,177 คน (่เพิ่มขึ้น 8 คน), กัมพูชา 291 คน (เพิ่มขึ้น 4 คน), บรูไน 148 คน, ติมอร์-เลสเต 30 คน (เพิ่มขึ้น 1 คน),และลาว 24 คน

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 13,782 คน (เพิ่มขึ้น 371 คน), ฟิลิปปินส์ 7,185 คน (เพิ่มขึ้น 146 คน), พม่า 1,217 คน (เพิ่มขึ้น 95 คน), มาเลเซีย 249 คน (เพิ่มขึ้น 13 คน), ประเทศไทย 59 คน, เวียดนาม 35 คน, สิงคโปร์ 28 คน, บรูไน 3 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

ข่าวออนไลน์นสพ. The Mercury ฉบับ 30 ต.ค. 2020 เสนอข่าวทางการรัฐแทสเมเนียปรับหนักสตรีเดินทางมาจากรัฐน.ซ.ว.แล้วฝ่าฝืนออกจากโรงแรมใช้กักกันโควิด-19 ไปจับจ่ายซื้อของ เข้าข่ายกระทำผิดร้ายแรงทำให้รัฐแทสเมเนียตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคร้าย

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: