สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 2 ส.ค. 2020

ข่าวออนไลน์นสพ. Sunday Herald Sun วางแผงในตอนเช้าของวันที่ 2 ส.ค. 2020 พาดหัวข่าว “พร้อมที่จะลุย” จากการที่รัฐบาลรัฐวิกตอเรียออกมาตรการคุมเข้มไวรัสโควิด-19 ในระดับ 4 ขณะหนังสือพิมพ์วางแผงรัฐวิกตอเรียยังไม่มีการประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ

2 ส.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมในออสเตรเลียในช่วงสองที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 1,018 คนรวมเป็น 17,923 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 12 คนเป็น 208 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศทำไปแล้ว 4,346,382 คน พบอัตราการติดเชื้อโดยเฉลี่ยที่ 0.4%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 7,295 คน เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 408 คน (ห้องไอซียู 46 คน) ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ตามที่กักตัวและสถานที่พักส่วนบุคคล

ข่าวออนไลน์นสพ. Herald Sun วันที่ 2 ส.ค. 2020 เสนอข่าวนครเมลเบิร์นและปริมณฑลจะเข้าสู่มาตรการคุมเข้มขั้นที่ 4 จากเวลา 18.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. หลังจากวันนี้รัฐวิกตอเรียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 671 คนและมียอดยืนยันผู้เสียชีวิตอีก 7 คน

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 23.00 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 17,833,658 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 4,635,279 คน, บราซิล 2,707,877 คน, อินเดีย 1,750,723 คน, รัสเซีย 849,277 คน, แอฟริกาใต้ 503,290 คน, เม็กซิโก 434,193 คน,  ชิลี 357,658 คน, เปรู 342,077 คน (ยอดปรับลดอย่างลงมาก), อิหร่าน 309,437 คน, สหราชอาณาจักร 306,315 คน, โคลัมเบีย 306,181 คน, สเปน 288,522 คน, ปากีสถาน 279,699 คน, ซาอุดิอาระเบีย 278,835 คน, อิตาลี 248,070 คน, บังคลาเทศ 240,746 คน, ตุรกี 231,869 คน, ฝรั่งเศส 225,198 คน, เยอรมนี 211,102 คน, อาร์เจนตินา 196,543 คน, อิรัก 129,151 คน, แคนาดา 118,523 คน, อินโดนีเซีย 111,455 คน, กาตาร์ 111,107 คน, ฟิลิปปินส์ 103,185 คน, อียิปต์ 94,316 คน, คาซัคสถาน 91,593 คน, จีน 87,942 คน, เอกวาดอร์ 86,232 คน, สวีเดน 80,422 คน, โอมาน 79,159 คน, โบลิเวีย 78,793 คน, ยูเครน 73,761 คน, อิสราเอล 72,315 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 71,415 คน, เบลเยี่ยม 69,402 คน, เบลารูส 68,067 คน, คูเวต 67,911 คน, ปานามา 66,383 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 60,999 คน, เนเธอร์แลนด์ 55,023 คน, โรมาเนีย 53,186 คน, สิงคโปร์ 52,825 คน, โปรตุเกส 51,463 คน,  กัวเตมาลา 50,979 คน, โปแลนด์ 46,894 คน, ไนจีเรีย 43,537 คน, ฮอนดูรัส 42,685 คน, บาห์เรน 41,190 คน,และญี่ปุ่น 39,112 คน (กลับเข้ามา 50 อันดับแรกอีกครั้ง),/ ออสเตรเลีย 17,923 คน,และประเทศไทย 3,317 คน (ออสเตรเลียพุ่งพรวดมาอยู่ในอันดับที่ 69 ของโลก / ไทยอยู่อันดับที่ 109 ของโลก ในสองวันนี้มีผู้ป่วยเพิ่ม 7 คน เป็นผู้ป่วยมาจากต่างประเทศในโรงแรมที่กักกันทั้งสิ้น ทำให้ประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศมาเป็นเวลา 69 วันติดต่อกัน) 

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 679,435 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 154,598 คน, บราซิล 93,563 คน, เม็กซิโก 47,472 คน, สหราชอาณาจักร 46,286 คน, อินเดีย 37,364 คน, อิตาลี 35,154 คน, ฝรั่งเศส 30,268 คน, สเปน 28,445 คน, อิหร่าน 17,190 คน, รัสเซีย 14,104 คน, เปรู 12,557 คน (ยอดปรับลดลงอย่างมาก), โคลัมเบีย 10,330 คน, เบลเยี่ยม 9,845 คน, ชิลี 9,533 คน, เยอรมนี 9,154 คน, แคนาดา 8,986 คน, แอฟริกาใต้ 8,153 คน, เนเธอร์แลนด์ 6,167 คน, ปากีสถาน 5,976 คน, สวีเดน 5,743 คน, เอกวาดอร์ 5,736 คน, ตุรกี 5,710 คน, อินโดนีเซีย 5,236 คน, อิรัก 4,868 คน, อียิปต์ 4,834 คน, จีน 4,668 คน, อาร์เจนตินา 3,612 คน, บังคลาเทศ 3,154 คน, โบลิเวีย 3,064 คน, ซาอุดิอาระเบีย 2,917 คน, โรมาเนีย 2,413 คน, ฟิลิปปินส์ 2,059 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 1,981 คน, กัวเตมาลา 1,959 คน,และไอร์แลนด์ 1,763 คน,/ ออสเตรเลีย 208 คน (แยกเป็นวิกตอเรีย 123 คน, น.ซ.ว. 50 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) และประเทศไทย 58 คน

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 10,564,263 คน เรียงจากมากไปหาน้อย สหรัฐอเมริกา 2,301,821 คน, บราซิล 1,884,051 คน, อินเดีย 1,094,374 คน, รัสเซีย 650,173 คน, แอฟริกาใต้ 342,361 คน, ชิลี 330,507 คน, เปรู 290,835 คน, เม็กซิโก 284,847 คน, อิหร่าน 265,830 คน, ปากีสถาน 248,577 คน, ซาอุดิอาระเบีย 237,548 คน, ตุรกี 216,494 คน, อิตาลี 200,229 คน, เยอรมนี 191,781 คน, โคลัมเบีย 160,708 คน, สเปน 150,376 คน (ยอดไม่เคลื่อนไหวมาเป็นเดือนแล้ว),  บังคลาเทศ 136,253 คน, การ์ต้า 107,779 คน, แคนาดา 101,436 คน, อิรัก 89,275 คน, อาร์เจนตินา 86,486 คน, ฝรั่งเศส 81,500 คน, จีน 78,989 คน (เหลือผู้ป่วย 714 คน), อินโดนีเซีย 68,975 คน, เบลารุส 62,896 คน, โอมาน 61,421 คน, คาซัคสถาน 60,825 คน, คูเวต 58,525 คน, สหรัฐอาหรับอิมิเรทต์ 54,615 คน, สิงคโปร์ 46,926 คน, อียิปต์ 41,137 คน, อิสราเอล 45,102 คน, ปานามา 40,081 คน, ยูเครน 39,543 คน, / ญี่ปุ่น 25,506 คน (เหลือผู้ป่วย 9,319 คน สถานการณ์น่าเป็นห่วง), เกาหลีใต้ 13,259 คน (เหลือผู้ป่วย 806 คน เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ), ออสเตรเลีย 10,420 คน (เหลือผู้ป่วย 7,295 คน น่าเป็นห่วง), ประเทศไทย 3,142 คน (เหลือผู้ป่วย 117 คน), (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน และสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายงานผู้หายป่วยมาตั้งแต่แรก)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 ม.ค. 2020 ถึง 2 ส.ค. 2020 ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน / นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึง 2 ส.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 312.6 คน / ส่วนกร๊าฟเส้นสีเหลืองแสดงยอดผู้ป่วยสะสมในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 2 ส.ค. 2020 จะเห็นว่ากร๊าฟแท่งของการระบาดระลอกที่สองโตกว่าระลอกแรกและยังไม่มีท่าทีว่าจะขึ้นถึงจุดสูงสุด

ภาพกร๊าฟปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factor) ของวันที่ 2 ส.ค. 2020 อยู่ที่ 1.05 แสดงว่าออสเตรเลียยังอยู่ในระยะประสบปัญหาในการควบคุมการแพร่ของเชื้อไวรัส COVID-19 ติดต่อกันเป็นวันที่ 51 ซึ่งต้นเหตุยังอยู่ที่รัฐวิกตอเรีย และในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 518 คน : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อสะสม 17,923 คน  โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงสองวัน 1,018 คนนับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น

รัฐวิกตอเรีย 11,557 คน (เพิ่มขึ้น 980 คน), รัฐน.ซ.ว. 3,784 คน (เพิ่มขึ้น 28 คน), รัฐควีนสแลนด์ 1,085 คน (เพิ่มขึ้น 2 คน), รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 669 คน (เพิ่มขึ้น 3 คน), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 453 คน (เพิ่มขึ้น 3 คน), รัฐแทสเมเนีย 229 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 113 คน, นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 33 คน (เพิ่มขึ้น 2 คน)

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 208 คน มีผู้รักษาหาย 10,420 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 4,346,000 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 0.4%   

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

และผู้ป่วยจากเรือสำราญ Ruby Princess จำนวน 189 คน, เรือสำราญ Ovation of the Seas 66 คน, Voyager of the Seas เรือสำราญ 26 คน, และจากเรือสำราญ Celebrity Solstice 2 คนให้ถือเป็นผู้ป่วยสะสมในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลีย วันที่ 2 สิงหาคม 2020 แสดงจำนวนวันที่แต่ละรัฐและดินแดนปลอดจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ ในวันนี้เหลือเพียงรัฐแทสเมเนียและกรุงแคนเบอร์ราเท่านั้นที่ปลอดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

ข่าวออนไลน์นสพ. The Courier Mail ตอนค่ำของวันที่ 2 ส.ค. 2020 เสนอข่าวนาย Daniel Andrew นายกรัฐมนตรีรัฐวิกตอเรียประกาศ ‘สถานการณ์ภัยพิบัติ’ หลังจากเจอไวรัสโควิด-19 กระหน่ำอย่างไม่มีท่าทีซาลง และประกาศใช้มาตรการล็อคดาวน์ขั้นที่สี่ ในขณะที่สถานการณ์ไวรัสในออสเตรเลียไม่ดีขึ้น

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้อยู่ที่ 1,565 คน มีผู้เสียชีวิต 22 คน และรักษาหายแล้ว 1,518 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้  อินโดนีเซีย 111,455 คน, ฟิลิปปินส์ 103,185 คน (ใกล้จะแซงหน้าอินโดนีเซีย), สิงคโปร์ 52,825 คน, มาเลเซีย 8,999 คน, ไทย 3,317 คน, เวียดนาม 620 คน, พม่า 353 คน, กัมพูชา 240 คน, บรูไน 141 คน, ติมอร์-เลสเต 24 คน,และลาว 20 คน

นสพ. The Sunday Mail ฉบับ 2 ส.ค. 2020 จั่วหัวข่าว “โควิด-189 อยู่ในเมนู” เป็นการบอกถึงเรื่องราวของสามสาวผิวสีที่ไปซ่าอยู่ในนครเมลเบิร์นแล้วนำเชื้อโควิด-19 กลับมานครบริสเบน ทำให้นครหลวงของรัฐควีนสแลนด์อยู่ในความเสี่ยงต่อการเกิดระลอกคลื่นของการระบาด หลังจากเธอใช้ชีวิตในการไปรับทานมื้อกลางวันและค่ำตามร้านอาหารต่าง ๆ

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 5,236 คน, ฟิลิปปินส์ 2,059 คน, มาเลเซีย 125 คน, ประเทศไทย 58 คน, สิงคโปร์ 27 คน, พม่า 6 คน, เวียดนาม 5 คน, บรูไน 3 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

The Sunday Times หนังสือพิมพ์วันอาทิตย์ของ The West Australian ฉบับ 2 ส.ค. 2020 เสนอข่าวนาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีมีหนังสือถึงนาย Mark McGowan นายกฯรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเพื่อแจ้งให้ทราบว่ารัฐบาลกลางจะถอนตัวจากการเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องที่นาย Clive Palmer อภิมหาเศรษฐีและนักการเมืองดำเนินคดีรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียต่อการใช้นโยบายปิดพรมแดน

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: