สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 23 ก.ค. 2020

นสพ. The Daily Telegraph ฉบับ 23 ก.ค. 2020 พาดหัวข่าว ‘หนี้ของเรา 850,000,000,000 เหรียญ’ เป็นการเปิดเผยต้นทุนจากไวรัส COVID-19 ที่จะต้องใช้เวลา 30 ปีจึงจะชำระหนี้หมด ถือเป็นภาระหนี้ของประเทศที่ใหญ่ที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นการเปิดเผยหลังจากรัฐบาลประกาศใช้งบฉุกเฉินอีก 289 พันล้านเหรียญในการรับมือกับไวรัสโคโรนา 2019

23 ก.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมในออสเตรเลียในช่วงสองที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 878 คนรวมเป็น 13,306 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 7 คนเป็น 133 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศทำไปแล้ว 3,719,837 คน พบอัตราการติดเชื้อโดยเฉลี่ยที่ 0.4%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 4,398 คน เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 211 คน ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ตามที่กักตัวและสถานที่พักส่วนบุคคล

ข่าวออนไลน์นสพ. Herald Sun วันที่ 23 ก.ค. 2020 เสนอข่าวตำรวจรัฐวิกตอเรียและทหารจากกองทัพออสเตรเลียร่วมกันออกเดินลาดตระเวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในนครเมิลเบิร์น อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนต่อต้านไวรัสโคโรนา 2019 หลังจากมีชาวรัฐวิกตอเรียเสียชีวิตอีก 5 คนและติดเชื้อรายใหม่อีก 403 คนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาภายใน 14 วัน

(อาจมีข่าวขั้นเพิ่มเติม)

ข่าวออนไลน์นสพ. The Courier Mail วันที่ 23 ก.ค. 2020 เสนอข่าวนาง Annastacia Palaszczuk นายกรัฐมนตรีรัฐควีนสแลนด์ได้เปิดเผยจุดฮอตสปอตต่อการระบาดของไวรัส COVID-19 ในนครซิดนีย์เพิ่มขึ้นอีกรวม 27 ย่านคิดเป็นประชากรกว่า 210,000 คน จะเข้ามาอยู่ในบัญชีบุคคลต้องห้ามเข้ารัฐของเธอไม่ว่าใครก็ตามที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวภายใน 14 วัน

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 23.00 น. ของวันที่ 23 กรกฎาคม 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 15,284,136 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 3,987,584 คน, บราซิล 2,227,514 คน, อินเดีย 1,238,798 คน, รัสเซีย 793,720 คน, แอฟริกาใต้ 394,948 คน, เปรู 366,550 คน, เม็กซิโก 362,274 คน, ชิลี 334,683 คน, สหราชอาณาจักร 298,721 คน, อิหร่าน 284,034 คน, สเปน 270,166 คน, ปากีสถาน 269,191 คน,  ซาอุดิอาระเบีย 260,394 คน, อิตาลี 245,338 คน, ตุรกี 222,402 คน, โคลัมเบีย 218,428 คน, บังคลาเทศ 216,110 คน, ฝรั่งเศส 215,605 คน, เยอรมนี 204,580 คน, อาร์เจนตินา 141,900 คน, แคนาดา 113,957 คน, กาตาร์ 107,871 คน, อิรัก 102,226 คน, อินโดนีเซีย 93,657 คน, อียิปต์ 89,745 คน, จีน 86,027 คน, สวีเดน 78,763 คน, เอกวาดอร์ 77,257 คน, คาซัคสถาน 76,799 คน, ฟิลิปปินส์ 74,390 คน, โอมาน 72,646 คน, เบลารูส 66,688 คน, เบลเยี่ยม 64,627 คน, โบลิเวีย 64,135 คน, ยูเครน 63,169 คน, คูเวต 61,872 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 57,988 คน, อิสราเอล 56,043 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 56,043 คน, ปานามา 55,906 คน, เนเธอร์แลนด์ 52,640 คน, โปรตุเกส 49,379 คน, สิงคโปร์ 49,098 คน, โปแลนด์ 41,580 คน, โรมาเนีย 41,275 คน, กัวเตมาลา 41,135 คน, ไนจีเรีย 38,344 คน, บาห์เรน 37,637 คน, อาร์มาเนีย 36,162 คน,และฮอนดูรัส 36,102 คน,/ ออสเตรเลีย 13,306 คน,และประเทศไทย 3,269 คน, (ออสเตรเลียพุ่งพรวดมาอยู่ในอันดับที่ 72 ของโลก / ไทยอยู่อันดับที่ 103 ของโลก ในสองวันนี้มีผู้ป่วยเพิ่ม 14 คน เป็นผู้ป่วยมาจากต่างประเทศในโรงแรมที่กักกันทั้งสิ้น ทำให้ประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศมาเป็นเวลา 59 วันติดต่อกัน) 

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 624,665 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 143,446 คน, บราซิล 82,771 คน, สหราชอาณาจักร 45,639 คน, เม็กซิโก 41,190 คน, อิตาลี 35,092 คน, ฝรั่งเศส 30,175 คน, อินเดีย 29,861 คน, สเปน 28,429 คน, อิหร่าน 15,074 คน, เปรู 13,767 คน, รัสเซีย 12,873 คน, เบลเยี่ยม 9,808 คน, เยอรมนี 9,109 คน, แคนาดา 8,915 คน, ชิลี 8,677 คน, โคลัมเบีย 7,373 คน, เนเธอร์แลนด์ 6,158 คน, แอฟริกาใต้ 5,940 คน, ปากีสถาน 5,709 คน, สวีเดน 5,676 คน,  ตุรกี 5,545 คน, เอกวาดอร์ 5,418 คน,  จีน 4,648 คน, อินโดนีเซีย 4,576 คน, อียิปต์ 4,440 คน, อิรัก 4,122 คน, บังคลาเทศ 2,801 คน, ซาอุดิอาระเบีย 2,635 คน, อาร์เจนตินา 2,617 คน, โบลิเวีย 2,328 คน, โรมาเนีย 2,126 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 1,975 คน, ฟิลิปปินส์ 1,871 คน, ไอร์แลนด์ 1,754 คน, โปรตุเกส 1,705 คน, และ/ ออสเตรเลีย 133 คน (แยกเป็นน.ซ.ว. 49 คน, วิกตอเรีย 49 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) และประเทศไทย 58 คน

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 8,711,047 คน เรียงจากมากไปหาน้อย บราซิล 1,532,138 คน, สหรัฐอเมริกา 1,199,314 คน, อินเดีย 782,607 คน, รัสเซีย 580,607 คน, ชิลี 309,241 คน, เปรู 252,246 คน, อิหร่าน 244,840 คน, เม็กซิโก 231,403 คน, แอฟริกาใต้ 229,175 คน, ปากีสถาน 210,468 คน, ซาอุดิอาระเบีย 210,398 คน, ตุรกี 205,214 คน, อิตาลี 197,628 คน, เยอรมนี 188,546 คน, สเปน 150,376 คน (ยอดไม่เคลื่อนไหวมาเป็นเดือนแล้ว), บังคลาเทศ 117,202 คน, การ์ต้า 105,018 คน, โคลัมเบีย 101,613 คน, แคนาดา 98,142 คน, ฝรั่งเศส 79,957 คน, จีน 78,855 คน (เหลือผู้ป่วย 240 คน), อิรัก 67,147 คน, อาร์เจนตินา 60,518 คน, เบลารุส 59,439 คน, อินโดนีเซีย 52,164 คน, คูเวต 51,520 คน, โอมาน 51,349 คน, สหรัฐอาหรับอิมิเรทต์ 50,848 คน, คาซัคสถาน 48,220 คน, สิงคโปร์ 45,015 คน, โปรตุเกส 34,369 คน, ยูเครน 34,000 คน, บาห์เรน 33,894 คน, โปแลนด์ 31,319 คน,/ ญี่ปุ่น 20,651 คน (เหลือผู้ป่วย 4,663 คน น่าจะมีปัญหา), เกาหลีใต้ 12,758 คน (เหลือผู้ป่วย 883 คน), ออสเตรเลีย 8,541 คน (เหลือผู้ป่วย 4,398 คน น่าจะมีปัญหา), ประเทศไทย 3,105 (เหลือผู้ป่วย 106 คน), (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน และสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายงานผู้หายป่วยมาตั้งแต่แรก)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 ม.ค. 2020 ถึง 23 ก.ค. 2020 ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน / นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึง 23 ก.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 244.82 คน / ส่วนกร๊าฟเส้นสีเหลืองแสดงยอดผู้ป่วยสะสมในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 23 ก.ค. 2020

ภาพกร๊าฟปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factor) ของวันที่ 23 ก.ค. 2020 อยู่ที่ 1.05 แสดงว่าออสเตรเลียอยู่ในระยะประสบปัญหาในการควบคุมการแพร่ของเชื้อไวรัส COVID-19 ติดต่อกันเป็นวันที่ 41 ซึ่งต้นเหตุยังอยู่ที่รัฐวิกตอเรีย และในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 338 คน : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 23 กรกฎาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อสะสม 13,306 คน  โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงสองวัน 878 คนนับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น

รัฐน.ซ.ว. 3,633 คน (เพิ่มขึ้น 34 คน), รัฐวิกตอเรีย 7,125 คน (เพิ่มขึ้น 836 คน), รัฐควีนสแลนด์ 1,074 คน (เพิ่มขึ้น 2 คน), รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 654 คน (เพิ่มขึ้น 3 คน) , รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 447 คน (เพิ่มขึ้น 3 คน), รัฐแทสเมเนีย 229 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 113 คน, นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 31 คน

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 133 คน มีผู้รักษาหาย 8,775 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 3,719,800 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 0.4%   

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

และผู้ป่วยจากเรือสำราญ Ruby Princess จำนวน 189 คน, เรือสำราญ Ovation of the Seas 66 คน, Voyager of the Seas เรือสำราญ 26 คน, และจากเรือสำราญ Celebrity Solstice 2 คนให้ถือเป็นผู้ป่วยสะสมในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ข่าวออนไลน์นสพ. Mercury วันที่ 23 ก.ค. 2020 เสนอข่าวเกิดความตื่นตระหนกหลังจากมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่และพยาบาลจำนวนหนึ่งของโรงพยาบาล Royal Hobart ในนครโฮบาร์ทถูกสั่งพักงานเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 หลังจากการยืนยันมีสตรีติดเชื้อไวรัสร้ายในโรงแรมที่ใช้กักกัน

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้อยู่ที่ 1,555 คน มีผู้เสียชีวิต 22 คน และรักษาหายแล้ว 1,509 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้  อินโดนีเซีย 93,657 คน, ฟิลิปปินส์ 74,390 คน, สิงคโปร์ 49,098 คน, มาเลเซีย 8,840 คน, ไทย 3,269 คน, เวียดนาม 412 คน, พม่า 343 คน, กัมพูชา 198 คน, บรูไน 141 คน, ติมอร์-เลสเต 24 คน,และลาว 19 คน (ลาวมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์มา 99 วันติดต่อกัน ปลอดผู้ติดเชื้อ 100% มาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน)

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 4,143 คน, ฟิลิปปินส์ 1,831 คน, มาเลเซีย 123 คน, ประเทศไทย 58 คน, สิงคโปร์ 27 คน, พม่า 6 คน, บรูไน 3 คน, เวียดนาม 0 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

นสพ. Herald Sun ฉบับ 23 ก.ค. 2020 เสนอข่าวการสวมหน้ากากอนามัยจะกลายเป็นชีวิตวิถีใหม่ของชาวนครเมลเบิร์น และข่าวล่างมีการเปิดเผยข้อมูลโควิด-19 พบผู้ป่วยอาการถึงนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นในหมู่คนรุ่นหนุ่มสาวรวมถึงวัยรุ่นและเด็กเล็ก

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: