สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 9 ก.ค. 2020 / สองวันนี้ออสซี่ติดเชื้อโควิด-19 อีก 304 คน ลาวปลอดเชื้อเป็นวันที่ 85

ข่าวออนไลน์นสพ. Herald Sun วันที่ 9 ก.ค. 2020 เสนอข่าว 1 ใน 9 ของอาคารสงเคราะห์ในนครเมลเบิร์นซึ่งมีผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างน้อย 53 คนยังคงถูกฮาร์ท-ล็อคดาวน์คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้าต่อไป ส่วนที่เหลือกลับมาใช้มาตรการณ์ควบคุมระยะที่ 3 ‘stay-at-home’ เช่นเดียวกับที่ใช้ทั่วนครเมลเบิร์น / ในภาพจะเห็นทีมตรวจการติดเชื้อเชิงรุกพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเข้าตรวจทุกคนบนอาคาร / และทีมจัดอาหารและสิ่งจำเป็นให้ผู้ถูกกักตัวในตัวอาคารสูง

9 ก.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมในออสเตรเลียในช่วงสองวันนี้เพิ่มขึ้น 304 คนรวมเป็น 9,059 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 106 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศทำไปแล้ว 2,910,831 คน พบอัตราการติดเชื้อโดยเฉลี่ยที่ 0.3%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 1,378 คน เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 45 คน รักษาตัวในห้องไอซียู 10 คน ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ตามศูนย์กักตัวและสถานที่พักส่วนบุคคล

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว ABC วันที่ 9 ก.ค. 2020 นักเที่ยวผับเขาแถวยาวเหยียดที่ Golden Sheaf Hotel ในย่าน Double ทางซิดนีย์ตะวันออกในคืนวันที่ 8 ก.ค.ชนิดตัวติดกันโดยไม่เกรงใจไวรัสโควิด-19 ขณะนี้กำลังถูกสอบสวนโดยสำนักงาน NSWLG ผู้ทำหน้าที่ดูแลการออกใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการพนัน งานนี้อาจมีผลถูกสั่งปิดอีกครั้ง

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 23.00 น. ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 12,081,232 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 3,057,431 คน, บราซิล 1,713,160 คน, อินเดีย 767,296 คน, รัสเซีย 706,179 คน, เปรู 312,911 คน, ชิลี 303,083 คน, สหราชอาณาจักร 288,512 คน, เม็กซิโก 275,003 คน, สเปน 252,513 คน, อิหร่าน 250,458 คน, อิตาลี 242,149 คน, ปากีสถาน 240,848 คน, แอฟริกาใต้ 227,665 คน, ซาอุดิอาระเบีย 223,327 คน, ตุรกี 208,938 คน, ฝรั่งเศส 206,735 คน, เยอรมนี 199,001 คน, บังคลาเทศ 175,494 คน, โคลัมเบีย 124,494 คน, แคนาดา 108,334 คน, กาตาร์ 102,110 คน, อาร์เจนตินา 87,030 คน, จีน 84,950 คน, อียิปต์ 78,304 คน, สวีเดน 74,333 คน,   อินโดนีเซีย 70,736 คน, อิรัก 69,612 คน, เบลารูส 64,411 คน, เอกวาดอร์ 64,221 คน, เบลเยี่ยม 62,210 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 53,577 คน, คาซัคสถาน 53,021 คน, คูเวต 52,840 คน, ยูเครน 52,285 คน, ฟิลิปปินส์ 51,754 คน, โอมาน 51,725 คน, เนเธอร์แลนด์ 51,011 คน, สิงคโปร์ 45,423 คน, โปรตุเกส 45,277 คน, โบลิเวีย 42,984 คน, ปานามา 41,251 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 39,588 คน, โปแลนด์ 36,951 คน, อิสราเอล 33,947 คน, อัฟกานิสถาน 33,908 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 32,586 คน, บาห์เรน 30,931 คน, โรมาเนีย 30,789 คน, อาร์มาเนีย 30,346 คนและไนจีเรีย 30,249 คน,/ ออสเตรเลีย 9,095 คน,และประเทศไทย 3,202 คน (ไทยอยู่อันดับที่ 99 ของโลก ในสองวันนี้มีผู้ป่วยเพิ่ม 7 คน เป็นผู้ป่วยมาจากต่างประเทศในโรงแรมที่กักกันทั้งสิ้น ทำให้ประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศมาเป็นเวลา 45 วันติดต่อกัน) 

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 550,440 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 132,360 คน, บราซิล 67,964 คน, สหราชอาณาจักร 44,602 คน, อิตาลี 34,914 คน, เม็กซิโก 32,796 คน, ฝรั่งเศส 29,968 คน, สเปน 28,396 คน, อินเดีย 21,129 คน, อิหร่าน 12,305 คน, เปรู 11,133 คน, รัสเซีย 10,825 คน, เบลเยี่ยม 9,778 คน, เยอรมนี 9,056 คน, แคนาดา 8,786 คน, ชิลี 6,573 คน, เนเธอร์แลนด์ 6,156 คน, สวีเดน 5,500 คน, ตุรกี 5,282 คน, ปากีสถาน 4,983 คน, เอกวาดอร์ 4,900 คน,  จีน 4,641 คน, โคลัมเบีย 4,606 คน, แอฟริกาใต้ 3,602 คน, อียิปต์ 3,564 คน, อินโดนีเซีย 3,417 คน, อิรัก 2,882 คน, บังคลาเทศ 2,238 คน, ซาอุดิอาระเบีย 2,100 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 1,966 คน, โรมาเนีย 1,834 คน, ไอร์แลนด์ 1,738 คน, อาร์เจนตินา 1,707 คน, โปรตุเกส 1,644 คน, โบลิเวีย 1,577 คน,และโปแลนด์ 1,551 คน,/ ออสเตรเลีย 106 คน (แยกเป็นน.ซ.ว. 49 คน, วิกตอเรีย 22 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) และประเทศไทย 58 คน

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 6,611,524 คน เรียงจากมากไปหาน้อย บราซิล 1,117,911 คน, สหรัฐอเมริกา 936,249 คน, รัสเซีย 481,316 คน, อินเดีย 476,377 คน, ชิลี 274,992 คน, อิหร่าน 209,463 คน, เปรู 204,748 คน, อิตาลี 193,640 คน, ตุรกี 187,511 คน, เยอรมนี 183,094 คน, เม็กซิโก 167,795 คน, ซาอุดิอาระเบีย 158,050 คน, สเปน 150,376 คน (ยอดไม่เคลื่อนไหวมาเป็นเดือนแล้ว), ปากีสถาน 145,311 คน, แอฟริกาใต้ 106,864 คน, การ์ต้า 97,272 คน, บังคลาเทศ 80,838 คน, จีน 78,590 คน (เหลือผู้ป่วย 357 คน จีนเริ่มกลับมาดีวันดีคืน), ฝรั่งเศส 77,985 คน, แคนาดา 70,247 คน, โคลัมเบีย 53,634 คน, เบลารุส 52,854 คน, สหรัฐอาหรับอิมิเรทต์ 42,282 คน, คูเวต 42,108 คน, สิงคโปร์ 41,002 คน, อิรัก 37,879 คน, อาร์เจนตินา 36,489 คน, คาซัคสถาน 35,137 คน, อินโดนีเซีย 32,651 คน, โอมาน 32,005 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 29,400 คน (เหลือผู้ป่วย 1,412 คน), โปรตุเกส 29,714 คน, โอมาน 29,146 คน,/ ญี่ปุ่น 17,311 คน (เหลือผู้ป่วย 1,863 คน), เกาหลีใต้ 12,019 คน (เหลือผู้ป่วย 987 คน), ออสเตรเลีย 7,575 คน (เหลือผู้ป่วย 1,375 คน), ประเทศไทย 3,085 คน (เหลือผู้ป่วย 59 คน), (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน และสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายงานผู้หายป่วยมาตั้งแต่แรก)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 ม.ค. 2020 ถึง 9 ก.ค. 2020 ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน / ในช่วง 14 วันหลังผ่อนมาตรการคุ้มเข้มระยะที่สองและสามระหว่างวันที่ 15 มิ.ย. ถึง 9 ก.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 39.36 คน / ส่วนกร๊าฟเส้นสีเหลืองแสดงยอดผู้ป่วยสะสมในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 9 ก.ค. 2020

ภาพกร๊าฟปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factor) ของวันที่ 9 ก.ค. 2020 ขึ้นมาอยู่ที่ 1.11 แสดงว่าออสเตรเลียอยู่ในระยะประสบปัญหาในการควบคุมการแพร่ของเชื้อไวรัส COVID-19 ติดต่อกันเป็นวันที่ 27 ซึ่งต้นเหตุยังอยู่ที่รัฐวิกตอเรีย และในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 135 คน : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อสะสม 9,059 คน  โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงสองวัน 304 คนนับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น

รัฐน.ซ.ว. 3,453 คน (เพิ่มขึ้น 20 คน), รัฐวิกตอเรีย 3,098 คน (เพิ่มขึ้น 274 คน), รัฐควีนสแลนด์ 1,068 คน, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 627 (เพิ่มขึ้น 6 คน), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 443 คน, รัฐแทสเมเนีย 228 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 112 คน (เพิ่มขึ้น 4 คน), นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 30 คน 

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 106 คน มีผู้รักษาหาย 7,575 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 2,910,800 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 0.3%   

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

และผู้ป่วยจากเรือสำราญ Ruby Princess จำนวน 189 คน, เรือสำราญ Ovation of the Seas 66 คน, Voyager of the Seas เรือสำราญ 26 คน, และจากเรือสำราญ Celebrity Solstice 2 คนให้ถือเป็นผู้ป่วยสะสมในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลีย วันที่ 9 กรกฎาคม 2020 แสดงจำนวนวันที่แต่ละรัฐและดินแดนปลอดจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ จะเห็นว่ารัฐแทสเมเนียปลอดผู้ติดเชื้อเป็นวันที่ 55 ติดต่อกัน

นสพ. The Advertiser ฉบับ 9  กรกฎาคม 2020 เสนอข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐเซาท์ออสเตรเลียที่จุดพรมแดนรัฐวิกตอเรียทำการตรวจเข้มผู้เดินทางเข้ามาในรัฐของตน ผลการตรวจเข้มจะออกมาสองอย่างคือปล่อยให้ผ่านไปเพื่อเข้าโรงแรมกักกัน 14 วันหากเป็นบุคคลได้รับข้อยกเว้นตามที่ยื่นขอไว้หรือไล่ให้มาทางไหนกลับไปทางนั้น

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้อยู่ที่ 1,540 คน มีผู้เสียชีวิต 22 คน และรักษาหายแล้ว 1,493 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้  อินโดนีเซีย 70,736 คน, ฟิลิปปินส์ 51,754 คน, สิงคโปร์ 45,423 คน,  มาเลเซีย 8,683 คน, ไทย 3,202 คน, เวียดนาม 369 คน, พม่า 314 คน, บรูไน 141 คน, กัมพูชา 141 คน, ติมอร์-เลสเต 24 คน,และลาว 19 คน (ลาวมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์มา 85 วันติดต่อกัน ปลอดผู้ติดเชื้อ 100% มาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน)

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 3,417 คน, ฟิลิปปินส์ 1,314 คน, มาเลเซีย 121 คน, ประเทศไทย 58 คน, สิงคโปร์ 26 คน, พม่า 6 คน, บรูไน 3 คน, เวียดนาม 0 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

นสพ. West Australian ฉบับ 9 กรกฎาคม 2020 เสนอข่าวนายก ScoMo ขอให้ทุกคนเอาใจช่วยชาววิกตอเรียทุกคนให้พ้นจากภัยโควิด-19 โดยเร็ว (อันนี้จิงโจ้นิวส์เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าควรให้กำลังใจซึ่งกันและกันในช่วงวิกฤติ เท่าที่เกาะติดสถานการณ์ความรู้สึกของข่าวที่ออกมามีแต่ทุกคนหวาดกลัวสิ่งที่มาจากรัฐวิกตอเรีย การออกมาให้กำลังใจเพื่อนร่วมชาติแทบไม่ปรากฎในข่าว ผิดกับที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย, จีน, ไต้หวัน, เกาหลี, ญี่ปุ่นและในอีกหลายประเทศ)

รัฐวิกตอเรีย….สู้….สู้ เราต้องชนะไปด้วยกัน

You still in my heart

And we’ll get through this together

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: