สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 7 ก.ค. 2020 / สองวันนี้ออสซี่ติดเชื้อโควิด-19 ถึง 306 คน

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 7 ก.ค. 2020 เสนอข่าวรัฐบาลรัฐวิกตอเรียสั่งล็อคดาวน์พื้นที่ส่วนใหญ่ของนครเมลเบิร์นครอบคลุมประชากร 4.9 ล้านคน (นครเมลเบิร์นมีประชากรประมาณ 5 ล้านคน) เป็นเวลา 6 สัปดาห์ หลังวันนี้รัฐวิกฯมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทุบสถิติ 191 คน

7 ก.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมในออสเตรเลียในช่วงสองวันนี้เพิ่มขึ้น 306 คนรวมเป็น 8,755 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิต 2 รายมาอยู่ที่ 106 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศทำไปแล้ว 2,801,107 คน พบอัตราการติดเชื้อโดยเฉลี่ยที่ 0.3%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 1,194 คน เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 39 คน รักษาตัวในห้องไอซียู 10 คน ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ตามศูนย์กักตัวและสถานที่พักส่วนบุคคล

ข่าวออนไลน์นสพ. Herald Sun วันที่ 7 ก.ค. 2020 เสนอข่าวนครเมลเบิร์นกลับเข้าสู่มาตรการล็อคดาวน์อีกครั้ง (โปรดสังเกตถนนว่างไร้ผู้คน) และคาดว่าอาจจะยึดเยื้อเป็นเดือนกว่าจะเอาอยู่ไปพร้อมกับเปิดช่องโหว่เศรษฐกิจอีก 6 พันล้านเหรียญ ในขณะที่นาย Josh Frydenberg รัฐมนตรีการคลังของรัฐบาลกลางเตือนว่า COVID-19 ระบาดในรัฐวิกตอเรียจำเป็นจะต้องหยุดให้ได้โดยเร็ว ไปพร้อมกับภาคธุรกิจได้รับเสียหายอย่างหนักเรียบร้อยแล้ว

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 11,662,574 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 2,948,397 คน, บราซิล 1,623,284 คน, อินเดีย 719,664 คน, รัสเซีย 693,215 คน, เปรู 305,703 คน, ชิลี 298,557 คน, สหราชอาณาจักร 287,291 คน, เม็กซิโก 261,750 คน, สเปน 251,789 คน, อิหร่าน 245,688 คน, อิตาลี 241,918 คน, ปากีสถาน 234,509 คน, ซาอุดิอาระเบีย 217,108 คน, ตุรกี 206,844 คน, แอฟริกาใต้ 205,721 คน, ฝรั่งเศส 205,597 คน, เยอรมนี 198,234 คน,  บังคลาเทศ 168,645 คน, โคลัมเบีย 117,412 คน, แคนาดา 107,815 คน, กาตาร์ 100,945 คน, จีน 84,889 คน, อาร์เจนตินา 80,447 คน, อียิปต์ 76,222 คน, สวีเดน 73,344 คน,   อินโดนีเซีย 66,226 คน, เบลารูส 64,003 คน, เอกวาดอร์ 62,380 คน, อิรัก 62,275 คน, เบลเยี่ยม 62,058 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 52,600 คน, คูเวต 51,245 คน, เนเธอร์แลนด์ 50,907 คน, ยูเครน 50,622 คน, คาซัคสถาน 49,683 คน, โอมาน 48,997 คน, ฟิลิปปินส์ 47,873 คน, สิงคโปร์ 45,140 คน, โปรตุเกส 44,416 คน, โบลิเวีย 40,509 คน, ปานามา 39,334 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 38,128 คน, โปแลนด์ 36,412 คน, อัฟกานิสถาน 33,384 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 32,369 คน, อิสราเอล 31,271 คน, บาห์เรน 29,821 คน, โรมาเนีย 29,620 คน, ไนจีเรีย 29,286 คน,และอาร์มาเนีย 29,285 คน,และ/ ออสเตรเลีย 8,755 คน,และประเทศไทย 3,195 คน (ไทยอยู่อันดับที่ 99 ของโลก ในสองวันนี้มีผู้ป่วยเพิ่ม 5 คน เป็นผู้ป่วยมาจากต่างประเทศในโรงแรมที่กักกันทั้งสิ้น ทำให้ประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศมาเป็นเวลา 43 วันติดต่อกัน) 

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 539,058 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 130,430 คน, บราซิล 65,487 คน, สหราชอาณาจักร 44,321 คน, อิตาลี 34,869 คน, เม็กซิโก 31,119 คน, ฝรั่งเศส 29,923 คน, สเปน 28,388 คน, อินเดีย 20,159 คน, อิหร่าน 11,931 คน, เปรู 10,772 คน, รัสเซีย 10,478 คน, เบลเยี่ยม 9,774 คน, เยอรมนี 9,031 คน, แคนาดา 8,748 คน, ชิลี 6,384 คน, เนเธอร์แลนด์ 6,151 คน, สวีเดน 5,447 คน, ตุรกี 5,241 คน, ปากีสถาน 4,839 คน, เอกวาดอร์ 4,821 คน,  จีน 4,641 คน, โคลัมเบีย 4,305 คน, อียิปต์ 3,422 คน, แอฟริกาใต้ 3,310 คน, อินโดนีเซีย 3,309 คน, อิรัก 2,567 คน, บังคลาเทศ 2,151 คน, ซาอุดิอาระเบีย 2,017 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 1,966 คน,  โรมาเนีย 1,799 คน, ไอร์แลนด์ 1,741 คน, โปรตุเกส 1,629 คน, อาร์เจนตินา 1,602 คน, โปแลนด์ 1,528 คน,และโบลิเวีย 1,476 คน,/ ออสเตรเลีย 106 คน (แยกเป็นน.ซ.ว. 49 คน, วิกตอเรีย 22 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) และประเทศไทย 58 คน

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 6,328,000 คน เรียงจากมากไปหาน้อย บราซิล 1,071,229 คน, สหรัฐอเมริกา 904,875 คน, รัสเซีย 463,880 คน, อินเดีย 439,947 คน, ชิลี 268,245 คน, อิหร่าน 207,000 คน, เปรู 197,619 คน, อิตาลี 192,241 คน, ตุรกี 182,995 คน, เยอรมนี 182,667 คน, เม็กซิโก 159,657 คน, สเปน 150,376 คน (ยอดไม่เคลื่อนไหวมาเป็นเดือนแล้ว),  ซาอุดิอาระเบีย 149,634 คน, ปากีสถาน 134,957 คน, แอฟริกาใต้ 97,848 คน, การ์ต้า 94,903 คน, จีน 78,528 คน (เหลือผู้ป่วย 403 คน), บังคลาเทศ 76,149 คน, แคนาดา 69,570 คน, เบลารุส 51,120 คน, โคลัมเบีย 50,370 คน, คูเวต 41,001 คน, สหรัฐอาหรับอิมิเรทต์ 40,721 คน, สิงคโปร์ 40,717 คน, อิรัก 37,741 คน, อินโดนีเซีย 30,785 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 29,300 คน (เหลือผู้ป่วย 1,329 คน), โปรตุเกส 29,166 คน, โอมาน 29,146 คน, อาร์เจนตินา 28,518 คน, บาเรน 25,178 คน,/ ญี่ปุ่น 17,124 คน (เหลือผู้ป่วย 1,674 คน), เกาหลีใต้ 11,914 คน (เหลือผู้ป่วย 982 คน), ออสเตรเลีย 7,399 คน (เหลือผู้ป่วย 1,194 คน), ประเทศไทย 3,072 คน (เหลือผู้ป่วย 65 คน), (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน และสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายงานผู้หายป่วยมาตั้งแต่แรก)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 ม.ค. 2020 ถึง 7 ก.ค. 2020 ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ในช่วงระหว่างวันที่ 12 เม.ย. ถึง 7 ก.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 26.17 คน / ส่วนกร๊าฟเส้นสีเหลืองแสดงยอดผู้ป่วยสะสมในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 7 ก.ค. 2020

ภาพกร๊าฟปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factor) ของวันที่ 7 ก.ค. 2020 ขึ้นมาอยู่ที่ 1.12 แสดงว่าออสเตรเลียอยู่ในระยะประสบปัญหาในการควบคุมการแพร่ของเชื้อไวรัส COVID-19 ติดต่อกันเป็นวันที่ 25 ซึ่งต้นเหตุยังอยู่ที่รัฐวิกตอเรีย และในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 112 คน : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อสะสม 8,755 คน  โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงสองวัน 306 คนนับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น

รัฐน.ซ.ว. 3,433 คน (เพิ่มขึ้น 14 คน), รัฐวิกตอเรีย 2,824 คน (เพิ่มขึ้น 288 คน), รัฐควีนสแลนด์ 1,068 คน (เพิ่มขึ้น 1 คน), รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 621(เพิ่มขึ้น 3 คน), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 443 คน, รัฐแทสเมเนีย 228 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 108 คน,  นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 30 คน 

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 106 คน มีผู้รักษาหาย 7,455 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 2,801,000 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 0.3%   

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

และผู้ป่วยจากเรือสำราญ Ruby Princess จำนวน 189 คน, เรือสำราญ Ovation of the Seas 66 คน, Voyager of the Seas เรือสำราญ 26 คน, และจากเรือสำราญ Celebrity Solstice 2 คนให้ถือเป็นผู้ป่วยสะสมในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเครือรัฐออสเตรเลีย วันที่ 7 กรกฎาคม 2020 แสดงจำนวนวันที่แต่ละรัฐและดินแดนปลอดจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ จะเห็นว่ารัฐแทสเมเนียปลอดผู้ติดเชื้อเป็นวันที่ 53 และ ACT มีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์มา 30 วันติดต่อกัน : ข้อมูลจากสำนักข่าว ABC

นสพ. The West Australian ฉบับ 7 ก.ค. 2020 แสดงความแปลกใจว่า “เกิดอะไรขึ้นกับรัฐวิกตอเรีย” มีผู้เสียชีวิตสองคน, มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติใหม่ทุกวันโดยวันนี้ 191 คน, สั่งล็อกดาวน์อาคารสงเคราะห์ห้ามผู้อยู่อาศัยเข้าออก, ปิดพรมแดนและกลับมาประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินขั้นที่ 3 ในพื้นที่นครเมลเบิร์นครอบคลุมประชากร 4.9 ล้านคน

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้อยู่ที่ 1,536 คน มีผู้เสียชีวิต 22 คน และรักษาหายแล้ว 1,490 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้  อินโดนีเซีย 66,226 คน, ฟิลิปปินส์ 47,873 คน (กลับแซงสิงคโปร์อีกครั้ง), สิงคโปร์ 45,140 คน,  มาเลเซีย 8,674 คน (ถูกออสเตรเลียแซงด้วยผู้ติดเชื้อ 6,755 คน), ไทย 3,195 คน, เวียดนาม 369 คน, พม่า 316 คน, บรูไน 141 คน, กัมพูชา 141 คน, ติมอร์-เลสเต 24 คน,และลาว 19 คน (ลาวมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์มา 83 วันติดต่อกัน ปลอดผู้ติดเชื้อ 100% มาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน)

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 3,171 คน, ฟิลิปปินส์ 1,297 คน, มาเลเซีย 121 คน, ประเทศไทย 58 คน, สิงคโปร์ 26 คน, พม่า 6 คน, บรูไน 3 คน, เวียดนาม 0 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

นสพ. Herald Sun ฉบับ 7 ก.ค. 2020 เสนอข่าวรัฐวิกตอเรียถูกถล่มอย่างย่อยยับโดยไวรัสโคโรน่า 2019 และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 101 ปีที่รัฐวิกตอเรียถูกตัดขาดจากรัฐอื่น ๆ ภาพบนเป็นภาพตรงจุดที่จะข้ามชายแดนเข้าสู่เมือง Albury มีป้ายบอกว่า “ห้ามเขาไปรัฐน.ซ.ว. มีโทษปรับหนัก” / ส่วนภาพล่างเป็นจุดเดียวกันในปี 1919 เมื่อครั้งปิดพรมแดนระหว่างกันอันเนื่องมาจากการระบาดของไข้หวัดสเปนที่ฆ่าคนทั่วโลกกว่า 50 ล้านคน

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: