จีนชำระแค้นออสซี่ระลอก 3 เตือนนักศึกษาคิดให้ดีก่อนมาเรียนแดนจิงโจ้

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว ABC วันที่ 10 มิ.ย. 2020 เสนอข่าวจีนเตือนนักศึกษาถึงเหตุการณ์รังเกียจเชื้อชาติในช่วงไวรัสโคโรนา 2019 ระบาดหากพวกเขากลับไปศึกษาต่อในออสเตรเลีย

10 มิ.ย. 2020 รัฐบาลจีนเปิดแถลงในวันอังคารที่ 9 มิถุนายนเรียกร้องให้นักศึกษาของตนที่มีแผนเดินทางไปศึกษาต่างประเทศขอให้คิดให้รอบครอบก่อนเลือกมาเรียนที่ออสเตรเลีย เนื่องจากมีการรังเกียจคนเอเชียอย่างกว้างขวางในช่วงไวรัสโคโรนา 2019 ระบาด

รัฐมนตรีศึกษาธิการของประเทศจีนออกมาเตือนหลังจากรัฐมนตรีวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนออกมาเตือนประชาชนของตนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาท่องเที่ยวออสเตรเลียด้วยเหตุผลเดียวกัน (ตามที่ออสซี่นิวส์เสนอข่าวไปแล้วในหัวข้อข่าว “จีนเอาคืนออสเตรเลียบอกคนของตนเลี่ยงเดินทางมาท่องเที่ยวเพราะอันตราย” ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2020)

ตามเอกสารแถลงของรัฐมนตรีศึกษาธิการกล่าวว่า “นักศึกษาที่จะไปศึกษาต่างประเทศควรทำการประเมินความเสี่ยงให้ดี และระมัดระวังในการเลือกที่จะเรียนในออสเตเลียหรือกลับไปศึกษาต่อในออสเตรเลีย”

และเตือนนักศึกษาของตนว่า สถานการณ์ระบบของไวรัส COVID-19 ในออสเตรเลียยังมีความเสี่ยง หากนักศึกษาต้องการไปเรียนหรือกลับเข้าไปเรียนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นอย่างมาก  หลังจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียจะเริ่มกลับมาเปิดชั้นเรียนในเดือนกรกฎาคมนี้

และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ออสเตรเลียต้องออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาในเรื่องของการรังเกียจเชื้อชาติ โดยส.ว. Simon Birmingham รัฐมนตรีการค้า, ท่องเที่ยวและการลงทุนของรัฐบาลกลางออกมากล่าวว่า “เราขอปฎิเสธข้ออ้างนี้ ซึ่งได้ออกมาให้อย่างผิดพลาดในก่อนหน้านี้โดยทางการของประเทศจีน ซึ่งพวกเขาก็รู้ดี(ว่าไม่เป็นความจริง)”

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 10 มิ.ย. 2020 เสนอข่าวจีนเตือนนักศึกษาต่อการศึกษาในออสเตรเลียจากการขยายประเด็นเรื่องไวรัส COVID-19 ล่าสุด

จีนเริ่มต้นชำระแค้นออสเตรเลียต่อการที่ทำตัวเป็นกระบอกเสียงให้กับนาย Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในการออกมาเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระถึงที่มาของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระบาด โดยชี้ประเด็นสงสัยว่าเกิดจากเชื้อไวรัสรั่วไหลออกมาจากห้องทดลองในเมืองอู่ฮั่นมณฑลหูเป่ยประเทศจีน

จีนเริ่มลงโทษด้วยการยกเลิกนำเข้าเนื้อวัวจากออสเตรเลียและเพิ่มกำแพงภาษีข้าวบาร์เลย์ 80% ตามด้วยการเตือนนักท่องเที่ยวเป็นระลอกที่สองและนักศึกษาเป็นระลอกที่สามตามหลังมาติด ๆ กับกรณีออสเตรเลียออกมาต่อต้านการออกกฎหมายความมั่นคงที่เสนอโดยประเทศจีนสำหรับบังคับใช้ในฮ่องกง

เป็นที่คาดว่ามหาวิทยาลัยในออสเตรเลียจะสูญเสียรายได้ราว 16 พันล้านเหรียญในช่วงสี่ปีข้างหน้า อันเป็นผลมาจากมาตรการข้อจำกัดในการเดินทางที่ทำให้นักศึกษาต่างชาติประสบปัญหาในการมาศึกษาในออสเตรเลีย

ภายใต้แบบจำลองสถานการณ์การศึกษาที่จัดทำโดย Universities Australia องค์กรซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนสถาบันอุดมศึกษาคาดว่ามหาวิทยาลัยจะสูญเสียรายได้รวมกัน 4.8 พันล้านเหรียญในปีนี้

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

3 replies

  1. จีนผิดก่อนนะ ที่ทำให้เกิดเชื้อโรคนี้ติดต่อ และเดือดร้อนไปทั่วโลก ก่อให้เกิดความรุนแรง และบาดหมางตามมา เศรษฐกิจหลายๆประเทศย่อยยับ จนหลายครอบครัวต้องสูญเสียคนที่รักไป จีนควรลดความยะโสลง และเข้าใจสถานะการณ์อันตึงเครียดนี้มาดขึ้น ควรเป็นมิตรที่ดี ที่คอยช่วยเหลือ, เยียวยา ชดใช้ในสิ่งที่จีนเป็นต้นสายปลายเหตุทั้งหมดนี้

  2. China is wrong, the first cause of this disease is contagious. And suffering throughout the world Causing violence And the feud followed Many economies are crushing. Until many families have lost their loved ones. so China should reduce stress. And understand this stressful situation Should be friendly That helps, heals all of the things that China is the root of this issues

  3. มีผู้ให้ความคิดเห็นมาสำหรับบเนื้อข่าวนี้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จิงโจ้นิวส์ได้กด approved ซ้ำแล้วซ้ำอีกได้ก็ไม่ปรากฎออกมา เข้าใจว่าคงถูกบล็อค ซึ่งเคยปรากฎเช่นนี้มาก่อน บางครั้งเป็นเดือนจึงปรากฎออกมา แต่บางครั้งก็ไม่เคยปรากฎเลย

    จิงโจ้นิวส์เข้าใจว่าเกิดจากการถูกบล็อค เพราะมีผู้อ่านจากสหรัฐเข้ามาเพียง 3 วิวในช่วงชั่วโมงแรก ๆ แล้วก็หยุดนิ่ง จากนั้นยอดอ่านในวันต่อมาเป็น 0, 0, 3, 3, และ 3 วิวในวันนี้ (14 มิ.ย. 2020) ทั้งที่นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีผู้อ่านจากสหรัฐในระดับ 100 วิวมาทุกวัน

    แต่ยอดผู้อ่านกลับไปเพิ่มที่ประเทศแคนาดาแทน

Leave a Reply

%d bloggers like this: