สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 23 พ.ค. 2020

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 23 พ.ค. 2020 เสนอข่าวยอดชาวออสซี่เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มอีก 1 รายมาอยู่ที่ 102 คน

23 พ.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมในออสเตรเลียวันนี้เพิ่มขึ้นอีก 11 รายเป็น 7,106 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 102 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศทำไปแล้ว 1,192,262 คน พบผู้ติดเชื้อที่เฉลี่ย 0.6%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 510 คน เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 35 คน รักษาตัวในห้องไอซียู 5 คน ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ตามศูนย์กักตัวและสถานที่พักส่วนบุคคล

ยอดผู้เสียชีวิตรายที่ 102 เป็นชายวัย 60 ปีเศษเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในรัฐวิกตอเรีย ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในสองรัฐคือรัฐนิวเซาท์เวลส์ 2 ราย และรัฐวิกตอเรีย 9 ราย แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือผู้ติดเชื้อทั้ง 9 รายในรัฐวิกตอเรียไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรงงานชำแหละเนื้อ Cedar Meat หรือร้าน McDonald’s สาขา Fawkner หรือที่สถานดูแลคนชราแต่อย่างใด ทำให้การระบาดมีวงกว้างออกไปอีก

ข่าวออนไลน์นสพ. The Daily Telegraph วันที่ 23 พ.ค. 2020 เสนอข่าวทางการเป็นกังวลกับมาตรการผ่อนคลายล็อคดาวน์ผับและบาร์ว่าจะกลายเป็น “โซนอันตราย” ถ้ามีลูกค้าไม่มีอาการหรือละเลยเมื่อมีอาการเล็กน้อยเข้ามาใช้บริการ อย่างในภาพหากใครติดเชื้อ COVID-19 เข้ามาหนึ่งคน โอกาสที่คนอื่นจะติดเชื้อไวรัสมีสูงมาก

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 23.00 น. ของวันที่ 23 พฤษภาคม 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 5,260,624 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 1,608,298 คน, รัสเซีย 335,882 คน, บราซิล 330,890 คน, สหราชอาณาจักร 258,504 คน, สเปน 234,824 คน, อิตาลี 229,327 คน, ฝรั่งเศส 182,018 คน, เยอรมนี 179,787 คน, ตุรกี 154,500 คน, อิหร่าน 133,521 คน, อินเดีย 130,859 คน, เปรู 111,698 คน, จีน 84,081 คน, แคนาดา 83,973 คน, ซาอุดิอาระเบีย 70,161 คน, ชิลี 65,393 คน, เม็กซิโก 62,527 คน, เบลเยี่ยม 56,810 คน, ปากีสถาน 52,437 คน, เนเธอร์แลนด์ 45,265 คน, กาตาร์ 42,213 คน, เอกวาดอร์ 35,828 คน, เบลารูส 35,244 คน, สวีเดน 33,188 คน, บังคลาเทศ 32,078 คน, สิงคโปร์ 31,068 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 30,725 คน, โปรตุเกส 30,471 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 27,892 คน, ไอร์แลนด์ 24,582 คน, อินโดนีเซีย 21,745 คน, โปแลนด์ 20,838 คน, ยูเครน 20,580 คน, คูเวต 20,464 คน, แอฟริกาใต้ 20,125 คน, โคลัมเบีย 19,131 คน, โรมาเนีย 17,857 คน, อิสราเอล 16,712 คน, ญี่ปุ่น 16,513 คน, ออสเตรีย 16,486 คน, อียิปต์ 15,786 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 13,989 คน,  ฟิลิปปินส์ 13,777 คน, เดนมาร์ก 11,487 คน, เกาหลีใต้ 11,165 คน, เซอร์เบีย 11,092 คน, อาร์เจนตินา 10,649 คน, ปานามา 10,267 คน,  อัฟกานิสถาน 9,998 คน, สาธารณรัฐเช็ก 8,853 คน,และ / ออสเตรเลีย 7,111 คน,และ / ประเทศไทย 3,040 คน (ไทยอยู่อันดับที่ 74 ของโลก วันนี้มีผู้ป่วยเพิ่ม 3 คน) 

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 339,627 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 96,283 คน, สหราชอาณาจักร 36,757 คน, อิตาลี 32,735 คน, สเปน 28,628 คน, ฝรั่งเศส 28,218 คน, บราซิล 21,048 คน, เบลเยี่ยม 9,237 คน, เยอรมนี 8,256 คน, อิหร่าน 7,359 คน, เม็กซิโก 6,989 คน, แคนาดา 6,360 คน, เนเธอร์แลนด์ 5,830 คน, จีน 4,638 คน, ตุรกี 4,276 คน, สวีเดน 3,992 คน, อินเดีย 3,860 คน, รัสเซีย 3,388 คน, เปรู 3,244 คน, เอกวาดอร์ 3,056 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 1,905 คน, ไอร์แลนด์ 1,604 คน, อินโดนีเซีย 1,351 คน, โปรตุเกส 1,302 คน, โรมาเนีย 1,170 คน, ปากีสถาน 1,101 คน, โปแลนด์ 990 คน, ฟิลิปปินส์ 863 คน, ญี่ปุ่น 796 คน, อียิปต์ 707 คน, โคลัมเบีย 682 คน, ชิลี 673 คน, ออสเตรีย 639 คน, ยูเครน 605 คน, อัลจีเรีย 592 คน,และเดนมาร์ค 561 คน,/ ออสเตรเลีย 102 คน (แยกเป็นน.ซ.ว. 48 คน, วิกตอเรีย 19 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) และประเทศไทย 56 ค

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 2,081,303 คน เรียงจากมากไปหาน้อย สหรัฐอเมริกา 318,669 คน, เยอรมนี 159,976 คน, สเปน 150,376 คน, อิตาลี 138,840 คน, บราซิล 135,430 คน, ตุรกี 117,602 คน, รัสเซีย 107,936 คน, อิหร่าน 104,072 คน, จีน 78,258 คน (เหลือผู้ป่วย 79 คน), ฝรั่งเศส 64,209 คน, อินเดีย 51,784 คน, เปรู 44,848 คน, แคนาดา 43,207 คน, เม็กซิโก 42,725 คน, ซาอุดิอาระเบีย 39,003 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 27,900 คน, ชิลี 26,546 คน, ปากีสถาน 16,653 คน, เบลเยี่ยม 15,155 คน, ออสเตรีย 15,005 คน (เหลือผู้ป่วย 751 คน), อิสราเอล 13,915 คน (เหลือผู้ป่วย 2,496 คน), สิงคโปร์ 13,882 คน, สหรัฐอาหรับอิมิเรทต์ 13,798 คน, เบลารุส 13,528 คน, ญี่ปุ่น 13,005 คน, โรมาเนีย 11,187 คน, เกาหลีใต้ 10,194 คน (เหลือผู้ป่วย 705 คน), เดนมาร์ก 9,836 คน (เหลือผู้ป่วย 892 คน), โปแลนด์ 8,977 คน, นอร์เวย์ 7,999 คน (เหลือผู้ป่วย 98 คน),และ / ออสเตรเลีย 6,494 คน (เหลือผู้ป่วย 510 คน), ประเทศไทย 2,916 คน (เหลือผู้ป่วย 68 คน กลับมาแซงจีนอีกครั้ง),  (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน และสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายงานผู้หายป่วยมาตั้งแต่แรก)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 23 พ.ค. 2020  ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ในช่วงระหว่างวันที่ 12 เม.ย. ถึง 23 พ.ค.ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 19.38 คน

ภาพ หากต้องการควบคุมการระบาดของไวรัส COVID-19 ให้ได้ จำเป็นจะต้องรักษาเส้นกร๊าฟปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factor) ไม่ให้เกิน 1.0 ในวันที่ 23 พฤษภาคมเส้นกร๊าฟอยู่ที่ 0.94 : ภาพกร๊าฟจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 23 พฤษภาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อ 7,106 คน  โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 11 คนนับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น (ม.จอห์นฮอปกินส์ระบุออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อ 7,111 คน ส่วนวิกีพีเดียระบุ 7,106 คน)

รัฐน.ซ.ว. 3,086 คน, รัฐวิกตอเรีย 1,602 คน, รัฐควีนสแลนด์ 1,058 คน, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 557 คน, รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 439 คน, รัฐแทสเมเนีย 228 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 107 คน,  นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 29 คน 

ในจำนวนนี้เสียชีวิตสะสมที่ 102 คน มีผู้รักษาหาย 6,494 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 1,192,000 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 0.6%   

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

ข่าวออนไลน์นสพ. NT News วันที่ 23 พ.ค. 2020 เสนอข่าวธุรกิจห้างร้านในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีได้รับการเตือนอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากตำรวจหลังจากบกพร่องต่อการปฏิบัติตามกฎป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะที่มีร้านจำนวนหนึ่งฝ่าฝืนร้ายแรงได้ถูกบังคับให้ปิดตัวลง

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้อยู่ที่ 1,504 คน มีผู้เสียชีวิต 21 คน และรักษาหายแล้ว 1,455 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้  สิงคโปร์ 31,068 คน, อินโดนีเซีย 21,745 คน, ฟิลิปปินส์ 13,777 คน, มาเลเซีย 7,185 คน, ไทย 3,040 คน, เวียดนาม 324 คน, พม่า 201 คน, บรูไน 141 คน, กัมพูชา 124 คน, ติมอร์-เลสเต 24 คน,และลาว 19 คน (ลาวมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์มา 39 วันติดต่อกัน)

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 1,351 คน, ฟิลิปปินส์ 863 คน, มาเลเซีย 115 คน, ประเทศไทย 56 คน, สิงคโปร์ 23 คน, พม่า 6 คน, บรูไน 1 คน, เวียดนาม 0 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: