สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 5 พ.ค. 2020 / นายกฯนิวซีแลนด์ร่วมครม.ออสซี่ถกเรื่องเปิดท่องเที่ยวสองประเทศ

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 5 พ.ค. 2020 เสนอข่าวนาง Jacindra Ardern นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีออสเตรเลียท่ามกลางเจรจาการเปิดอาณาเขตท่องเที่ยวข้ามทะเลแทสมัน

5 พ.ค. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ในออสเตรเลียวันนี้เพิ่มขึ้นอีก 24 รายเป็น 6,849 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 96 คน และผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศทำไปแล้ว 664,756 คน พบผู้ติดเชื้อที่เฉลี่ย 1.0%

ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 864 คน เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 66 คนและในห้องไอซียูอีก 27 คน ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอยู่ที่พักอาศัยและหอผู้ป่วยเฉพาะโรค (hospitel)

ในวันนี้ (5 พ.ค. 2020) นาง Jacindra Ardern นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีของออสเตรเลียตามคำเชิญของนาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย

เป้าหมายการมาเยือนของนาง Ardern ก็เพื่อการเปิดพรมแดนให้ประชาชนทั้งสองประเทศสามารถเดินทางระหว่างกัน หลังจากที่ทั้งสองประเทศประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้อย่างดีทั้งสองประเทศ

ก่อนเกิดไวรัส COVID-19 ระบาด ชาวออสเตรเลียเดินทางไปนิวซีแลนด์เฉลี่ยปีละ 1.5 ล้านคน ในขณะที่ชาวนิวซีแลนด์เดินทางมาออสเตรเลียในจำนวนใกล้เคียงกัน ก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานระหว่างสองประเทศในมูลค่ามหาศาล

นาง Ardern ยังหวังที่จะให้ประชากรทั้งสองประเทศสามารถผ่านพรมแดนได้โดยไม่ต้องเก็บตัวเป็นเวลา 14 วัน

ข่าวออนไลน์นสพ. The Courier Mail  วันที่ 6 พ.ค. 2020 เสนอข่าว นาย Scott Morrison แถลงข่าวความคืบหน้าของประเทศในเรื่องไวรัส COVID-19 หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีที่มีนาง Jacindra Ardern นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เข้าร่วมการประชุม ผลออกมาโปรดดูภาพผู้นำทั้งสองที่สื่อฯนำมาลงก็พอเดาได้

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 21.00 น. ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 3,610,006 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 1,181,885 คน, สเปน 218,011 คน, อิตาลี 211,938 คน, สหราชอาณาจักร 191,832 คน, ฝรั่งเศส 169,583 คน, เยอรมนี 166,304 คน, รัสเซีย 155,370 คน, ตุรกี 127,659 คน, บราซิล 108,620 คน, อิหร่าน 99,970 คน, จีน 83,966 คน, แคนาดา 61,957 คน, เบลเยี่ยม 50,509 คน, เปรู 47,372 คน, อินเดีย 46,476 คน, เนเธอร์แลนด์ 41,285 คน, เอกวาดอร์ 31,881 คน, ซาอุดิอาระเบีย 30,251 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 30,009 คน,  โปรตุเกส 25,702 คน, เม็กซิโก 24,905 คน, สวีเดน 23,216 คน, ชิลี 22,016 คน, ไอร์แลนด์ 21,772 คน,  ปากีสถาน 21,501 คน,  สิงคโปร์ 19,410 คน, เบลารูส 18,350 คน, กาตาร์ 17,142 คน, อิสราเอล 16,268 คน, ออสเตรีย 15,650 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 15,192 คน, ญี่ปุ่น 15,078 คน, โปแลนด์ 14,242 คน, โรมาเนีย 13,837 คน, ยูเครน 12,697 คน, อินโดนีเซีย 12,071 คน, บังคลาเทศ 10,929 คน, เกาหลีใต้ 10,804 คน, เดนมาร์ก 10,019 คน, ฟิลิปปินส์ 9,684 คน, เซอร์เบีย 9,557 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 8,480 คน, โคลัมเบีย 7,973 คน, นอรเวย์ 7,904 คน, สาธารณรัฐเช็ก 7,841 คน, ปานามา 7,387 คน, แอฟริกาใต้  7,220 คน, อียิปต์ 7,201 คน, ออสเตรเลีย 6,851 คน,และมาเลเซีย 6,383 คน / ประเทศไทย 2,988 คน (ไทยอยู่อันดับที่ 62 ของโลก ของไทยวันนี้มีผู้ป่วยเพิ่ม 1 คน), 

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 252,346 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ สหรัฐ 69,079 คน, อิตาลี 29,079 คน, สหราชอาณาจักร 28,809 คน, สเปน 25,428 คน, ฝรั่งเศส 25,204 คน, เบลเยี่ยม 8,016 คน, บราซิล 7,367 คน, เยอรมนี 6,993 คน,  อิหร่าน 6,340 คน, เนเธอร์แลนด์ 5,184 คน, จีน 4,637 คน, แคนาดา 4,003 คน, ตุรกี 3,461 คน, สวีเดน 2,854 คน, เม็กซิโก 2,271 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 1,790 คน, อินเดีย 1,571 คน, เอกวาดอร์ 1,569 คน, รัสเซีย 1,451 คน, เปรู 1,344 คน, ไอร์แลนด์ 1,319 คน, โปรตุเกส 1,074 คน, อินโดนีเซีย 872 คน, โรมาเนีย 841 คน, โปแลนด์ 700 คน, ฟิลิปปินส์ 637 คน, ออสเตรีย 606 คน, ญี่ปุ่น 536 คน, เดนมาร์ค 503 คน, ปากีสถาน 486 คน, อัลจีเรีย 465 คน, อียิปต์ 436 คน, ฮังการี 363 คน, โคลัมเบีย 358 คน,และสาธารณรัฐโดมินิกัน 346 / ออสเตรเลีย 97 คน (แยกเป็นน.ซ.ว. 44 คน, วิกตอเรีย 18 คน, แทสเมเนีย 13 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 9 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) และประเทศไทย 54 คน

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น 1,167,991 คน เรียงจากมากไปหาน้อย สหรัฐอเมริกา 159,936 คน, เยอรมนี 127,643 คน, สเปน 123,486 คน, อิตาลี 85,231 คน, จีน 77,853 คน (เหลือผู้ป่วย 395 คน), อิหร่าน 80,475 คน, ตุรกี 68,166 คน, ฝรั่งเศส 51,371 คน, บราซิล 45,815 คน, แคนาดา 26,305 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 25,200 คน, รัสเซีย 19,865 คน, เปรู 14,427 คน, ออสเตรีย 13,316 คน, (เหลือผู้ป่วย 1,647 คน), อินเดีย 13,161 คน, เบลเยี่ยม 12,411 คน, ชิลี 10,710 คน, อิสราเอล 10,223 คน, เกาหลีใต้ 9,283 คน (เหลือผู้ป่วย 1,267 คน), เดนมาร์ก 7,296 คน, (เหลือผู้ป่วย 2,022 คน), ออสเตรเลีย 5,889 คน (เหลือผู้ป่วย 864 คน), ปากีสถาน 5,782 คน, โรมาเนีย 5,454 คน, ซาอุดิอาระเบีย 5,431 คน,  มาเลเซีย 4,567 คน (เหลือผู้ป่วย 1,710 คน), ญี่ปุ่น 4,496 คน, โปแลนด์ 4,280 คน, สาธารณเช็ค 3,816 คน, และลักเซมเบิร์ก 3,379 คน (เหลือผู้ป่วย 353 คน), / ประเทศไทย 2,747 (เหลือผู้ป่วย 187 คน),  (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน)

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 5 พ.ค. 2020  ในรูปแบบของกร๊าฟแท่งสีฟ้าแสดงยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ในช่วงระหว่างวันที่ 12 เมษายนถึง 5 พฤษภาคมยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 23.21 คน

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 5 พฤษภาคม 2020 ในรูปแบบของกร๊าฟเส้นสีฟ้าแสดงยอดยอดสะสม

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อ 6,849 คน  โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 24 คนนับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น (ม.จอห์นฮอปกินส์ระบุออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อ 6,851 คน ส่วนวิกีพีเดียระบุ 6,849 คน)

รัฐน.ซ.ว. 3,035 คน, รัฐวิกตอเรีย 1,423 คน, รัฐควีนสแลนด์ 1,043 คน, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 551 คน, รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 438 คน, รัฐแทสเมเนีย 223 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 107 คน,  นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 29 คน 

ในจำนวนนี้เสียชีวิต 96 คน มีผู้รักษาหาย 5,889 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 664,000 คน โดยพบผู้ติดเชื้อในอัตรา 1.0%   

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

ข่าวออนไลน์นสพ. The Herald Sun วันที่ 6 พ.ค. 2020 เสนอข่าวสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 ทรงโทรศัพท์ถึงนาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีเพื่อแสดงความยินดีที่ออสเตรเลียประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนา 2019 จนมาถึงช่วงของการคุมเข้มแต่ผ่อนคลายในปัจจุบัน

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้ไม่มีผู้ป่วยคงอยู่ที่ 1,486 คน (ลดจากเมื่อวาน 1 คน) มีผู้เสียชีวิต 20 คน และรักษาหายแล้ว 1,302 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้  สิงคโปร์ 19,410 คน, อินโดนีเซีย 12,071 คน, ฟิลิปปินส์ 9,684 คน, มาเลเซีย 6,383 คน, ไทย 2,988 คน, เวียดนาม 271 คน, พม่า 161 คน, บรูไน 138 คน, กัมพูชา 122 คน, ติมอร์-เลสเต 24 คน,และลาว 19 คน

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 872 คน, ฟิลิปปินส์ 637 คน, มาเลเซีย 106 คน, ประเทศไทย 54 คน, สิงคโปร์ 18 คน, พม่า 6 คน, บรูไน 1 คน, เวียดนาม 0 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: