COVID-19 ส่งผลยอดผู้อพยพลดครึ่ง ผู้เชี่ยวชาญหวั่นกระทบเศรษฐกิจฟื้นตัว

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 2 พ.ค. 2020 เสนอข่าวไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลผู้อพยพเข้าประเทศลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการพื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศหลังการระบาดผ่านพ้นไปแล้ว

2 พ.ค. 2020 ผู้อพยพในออสเตรเลียปีนี้คาดว่าจะลดลงอย่างฮวบฮาบ อันเนื่องมาจากการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ก่อให้เกิดข้อจำกัดในการเดินทาง แต่จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

โครงการรับผู้อพยพถือเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้เศรษฐกิจของออสเตรเลียเติบโตมาอย่างต่อเนื่องตลอดสามสี่ทศวรรษที่ผ่านมา

แต่เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกได้ใช้มาตรการปิดพรมแดนเพื่อหยุดยั้งการระบาดของไวรัส COVID-19  ทำให้จำนวนผู้อพยพเข้าประเทศออสเตรเลียทั้งผู้ถือวีซ่าถาวรและชั่วคราวในปีการเงินนี้ (1 ก.ค. 2019-30 มิ.ย. 2020) ต่ำกว่าที่ควรเป็นมาก

จากข้อมูลของรัฐบาลกลางระบุผู้ถือวีซ่าชั่วคราวเกือบ 300,000 คนได้เดินทางออกจากออสเตรเลียนับจากต้นปีนี้ และมีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้ถือวีซ่าชั่วคราวเข้ามาในประเทศลดลง 240,000 คนในช่วงที่เหลือของปี

ดร. Liz Allen นักประชากรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออสเตรเลียนเนชั่นแนล (ANU) กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะก่อให้เกิด “ผลกระทบต่อประชากรเป็นระลอกคลื่น” เพราะออสเตรเลียจำเป็นต้องใช้ผู้อพยพจำนวนมากในการฟื้นฟูประเทศหลังจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ผ่านพ้นไป

ดร. Allen กล่าวว่า ออสเตรเลียต้องการผู้อพยพเข้ามาในการขับเคลื่อนกลไกทางเศรษฐกิจในขั้นต่อไปในอนาคต

เธอกล่าวว่า ออสเตรเลียมีผู้สูงอายุที่ออกจากแรงงานมากกว่าคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ นั้นหมายถึงออสเตรเลียจะมีแรงงานน้อยลงต่อการเข้ามามีส่วนในการเสียภาษี ที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในโครงสำคัญเช่นสร้างถนน, โครงสร้างพื้นฐาน, โรงพยาบาล, โรงเรียน ฯลฯ

การรับผู้อพยพเข้ามาจะช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้

ในด้านเป้าหมายการรับผู้อพยพประเภทผู้อยู่อาศัยถาวร (PR) ในปีการเงินนี้ (2019-2020) รัฐบาลตั้งไว้ที่ 160,000 คน โคยคาดว่าจะไม่ถึงเป้าที่วางไว้     

โฆษกของนาย Alan Tudge รักษาการแทนรัฐมนตรีการเข้าเมืองกล่าวว่าไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อโครงการรับผู้อพยพอย่างเด่นชัด แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกถึงตัวเลขที่แท้จริงว่าออกมาอย่างใด

ข้อมูลจากกระทรวงกิจการภายในประเทศระบุการออกวีซ่าถาวรในเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้ลดลงอย่างฮวบฮาบ โดยมีการออกวีซ่าถาวรประเภทชำนาญในวิชาชีพ 189 ซึ่งอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าสามารถทำงานในทุกแห่งของออสเตรเลียมียอดรับเพียง 50 ราย เปรียบเทียบกับ 1,750 รายในเดือนมีนาคม

วีซ่าถาวรประเภทชำนาญในวิชาชีพ 491 ซึ่งผู้ถือวีซ่าจะต้องทำงานเฉพาะในพื้นที่ชนบทได้ลดจาก 300 คนเหลือ 50 คนในช่วงเวลาเดียวกัน

ข้อมูลของกระทรวงยังระบุว่าในเดือนธันวาคมปี 2019 มีผู้ถือวีซ่าชั่วคราวในออสเตรเลียทั้งสิ้น 2.43 ล้านคน ลดลงเหลือ 2.17 ล้านคน โดยลดลง 260,000 คนในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

เป็นที่เชื่อแน่ว่าจำนวนผู้ถือวีซ่าชั่วคราวจะลดลงอีก เนื่องจากผู้ถือวีซ่าส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในโครงการ JobKeeper ให้เงินสนับสนุนค่าแรงงานสัปดาห์ละ 750 เหรียญเป็นเวลา 6 เดือนโดยผ่านนายจ้าง

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 2 พ.ค. 2020 เสนอข่าวนาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีอ้าง ออสเตรเลียรับผู้อพยพลดลง 85% เป็นผลมาจากไวรัสโคโรนา 2019

นาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า รัฐบาลคาดว่าผู้อพยพในปี 2019-20 จะลดลง 30% นับจากปีการเงินที่ผ่านมา (2018-19) และในปี 2020-21 จะลดลง 85% เมื่อเทียบกับปี 2018-19

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ABS) ระบุว่ายอดผู้อพยพสุทธิในปีที่ผ่านมามีทั้งสิ้น 239,600 คน (มาจากจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่อาศัยในออสเตรเลียเกินกว่า 12 เดือนขึ้นไปหักด้วยยอดชาวต่างชาติที่เดินทางออกจากออสเตรเลียในช่วงเวลาเดียวกัน)

ด้วยมาตรการปิดพรมแดนในหลายประเทศซึ่งรัฐบาลกลางคาดว่าจะยืดเยื้อต่อไปอีก 3 หรือ 4 เดือน ทำให้คาดว่ายอดผู้อพยพสุทธิในปี 2020-21 จะอยู่ที่ 36,000 คนซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 40 ปี

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: