สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 30 เม.ย. 2020 / เผย 16 แหล่งไวรัสโคโรนาชุกชุม

ข่าวออนไลน์นสพ. The NT News วันที่ 30 เม.ย. 2020 เสนอข่าวรัฐบาลนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีได้ปลดล็อค COVID-19 และให้เสรีภาพแก่ประชาชนมากที่สุดกว่าในทุกรัฐและดินแดนของออสเตรเลีย หลังจากนาย Michael Gunner ผู้นำรัฐบาล NT เปิดเผยแผนงานผ่อนปรนการล็อคดาวน์ไวรัสโคโรนา 2019

30 เม.ย. 2020 ยอดผู้ติดเชื้อจากไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ในออสเตรเลียวันนี้เพิ่มขึ้นอีก 7 รายเป็น 6,753 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 91 คน ผลการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศทำไปแล้ว 563,641 คน

แหล่งติดเชื้อไวรัส COVID-19 สูงสุด 16 แห่งแรกของออสเตรเลีย

 

ลำดับ

พื้นที่/เขต

รัฐ/ดินแดน

ติดเชื้อ

ข้อมูลเพิ่มเติม

01

Waverly

นิวเซาท์เวลส์

177

หนักที่ Bondi

02

Sydney City

นิวเซาท์เวลส์

155

 

03

Northern Beaches

นิวเซาท์เวลส์

150

หนักที่ Dee Why

04

Central Coast

นิวเซาท์เวลส์

115

 

05

Blacktown

นิวเซาท์เวลส์

106

 

06

Woolahra

นิวเซาท์เวลส์

92

 

07

Canterbury-Bankstown

นิวเซาท์เวลส์

88

 

08

Stonnington

วิกตอเรีย

88

 

09

Penrith

นิวเซาท์เวลส์

77

Newmarch House

10

Ryde

นิวเซาท์เวลส์

66

Dorothy Henderson Lodge

11

Burnie

แทสเมเนีย

60

North-west Tasmania

12

Barossa Valley

เซาท์ออสฯ

39

 

13

Wollongong

นิวเซาท์เวลส์

38

จากงานแต่งงาน

14

Adelaide Airport

เซาท์ออสฯ

33

พื้นที่ลำเลียง

กระเป๋า

15

Mandurah

เวสเทิร์นออสเตรเลีย

27

 

16

Noosa Heads

ควีนสแลนด์

17

ที่ Sails Restaurant

 

รายงานสรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ของกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 30 เม.ย. 2020 แบบหน้าเดียวสามารถเข้าใจทุกประเด็น ในวันนี้เหลือผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 948 คน เป็นผู้เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 89 คนและในห้องไอซียูอีก 34 คน ส่วนที่เหลือเก็บตัวพักฟื้นอาการอยู่ที่บ้านหรือในหอผู้ป่วยเฉพาะโรค (hospitel)

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 21.00 น. ของวันที่ 30 เมษายน 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 3,222,107 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 1,042,874 คน, สเปน 239,639 คน, อิตาลี 203,591 คน, ฝรั่งเศส 166,628 คน (ยอดน้อยกว่าเมื่อวาน), สหราชอาณาจักร 166,441 คน, เยอรมนี 161,845 คน, ตุรกี 117,589 คน, รัสเซีย 106,498 คน, อิหร่าน 94,640 คน, จีน 83,944 คน, บราซิล 79,685 คน, แคนาดา 52,865 คน, เบลเยี่ยม 48,519 คน,  เนเธอร์แลนด์ 39,512 คน, เปรู 33,931 คน, อินเดีย 33,610 คน,  สวิตเซอร์แลนด์ 29,586 คน, โปรตุเกส 25,045 คน, เอกวาดอร์ 24,675 คน, ซาอุดิอาระเบีย 22,753 คน, สวีเดน 21,092 คน, ไอร์แลนด์ 20,253 คน, เม็กซิโก 17,799 คน, สิงคโปร์ 16,169 คน, ปากีสถาน 16,117 คน, ชิลี 16,023 คน, อิสราเอล 15,870 คน, ออสเตรีย 15,452 คน, เบลารูส 14,027 คน, ญี่ปุ่น 13,965 คน, กาตาร์ 13,409 คน, โปแลนด์ 12,781 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 12,481 คน, โรมาเนีย 12,240 คน, เกาหลีใต้ 10,765 คน, ยูเครน 10,406 คน,  อินโดนีเซีย 10,118 คน, เดนมาร์ก 9,356 คน, ฟิลิปปินส์ 8,488 คน, นอรเวย์ 7,710 คน, บังคลาเทศ 7,667 คน, สาธารณรัฐเช็ก 7,581 คน,  ออสเตรเลีย 6,754 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 6,652 คน, เซอร์เบีย 6,630 คน, ปานามา 6,378 คน, โคลัมเบีย 6,211 คน, มาเลเซีย 6,002 คน, แอฟริกาใต้  5,350 คน,และอียิปต์ 5,268 คน,/ ประเทศไทย 2,954 คน (ไทยอยู่อันดับที่ 60 ของโลก ของไทยวันนี้มีผู้ป่วยเพิ่ม 7 คน), 

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 228,757 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ อิตาลี 27,682 คน, สหราชอาณาจักร 26,097 คน, สเปน 24,543 คน, ฝรั่งเศส 24,087 คน,  นิวยอร์กซิตี้-นิวยอร์ก-สหรัฐ 18,076 คน, เบลเยี่ยม 7,594 คน, เยอรมนี 6,470 คน, อิหร่าน 6,028 คน, บราซิล 5,513 คน, เนเธอร์แลนด์ 4,795 คน, มณฑลหูเป่ย-จีน 4,512 คน (มลฑลหูเป่ยไม่มีผู้ป่วยอีกแล้วจึงปิดประตูผู้เสียชีวิต), ตุรกี 3,081 คน, สวีเดน 2,586 คน, ควิเบก-แคนาดา 1,762 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 1,737 คน, เม็กซิโก 1,732 คน, เวน-มิชิแกน-สหรัฐ 1,727 คน, แนสซอ-นิวยอร์ก-สหรัฐ 1,678 คน, คุก-อิรินอย-สหรัฐ 1,516 คน, ไอร์แลนด์ 1,190 คน, ซัฟโฟล์ค-นิวยอร์ก-สหรัฐ 1,155 คน, ออนตาริโอ-แคนาดา 1,153 คน, เอสเซก-นิวเจอร์ซีย์-สหรัฐ 1,139 คน, อินเดีย 1,079 คน, รัสเซีย 1,073 คน, ลอสแอนเจลีส-แคลิฟอร์เนีย 1,065 คน, เบอร์เจน-นิวเจอร์ซีย์-สหรัฐ 1,057 คน, เวสต์เชสเตอร์-นิวยอร์ก-สหรัฐ 1,006 คน, โปรตุเกส 989 คน, เปรู 943 คน,และเอกวาดอร์ 883 คน/ ออสเตรเลีย 91 คน (แยกเป็นน.ซ.ว. 40 คน, วิกตอเรีย 18 คน, แทสเมเนีย 12 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 8 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) และประเทศไทย 54 คน (สรุปผู้เสียชีวิตในสหรัฐทั้งประเทศ 61,700 คน, และจีนทั้งประเทศ 4,633 คน) 

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น  985,957 คน เรียงจากมากไปหาน้อย สหรัฐอเมริกา 126,596 คน, เยอรมนี 114,130 คน, สเปน 112,050 คน, จีน 77,610 คน (เหลือผู้ป่วย 619 คน), อิหร่าน 75,103 คน, อิตาลี 71,252 คน, ฝรั่งเศส 48,228 คน, ตุรกี 44,022 คน, บราซิล 33,132 คน,  สวิตเซอร์แลนด์ 23,100 คน, แคนาดา 20,936 คน, ออสเตรีย 12,779 คน, (เหลือผู้ป่วย 2,005 คน), เบลเยี่ยม 11,576 คน, รัสเซีย 11,619 คน, เปรู 10,037 คน, เกาหลีใต้ 9,059 คน (เหลือผู้ป่วย 1,459 คน), ชิลี 8,580 คน, อิสราเอล 8,412 คน, อินเดีย 8,373 คน, เดนมาร์ก 6,546 คน, ออสเตรเลีย 5,714 คน (เหลือผู้ป่วย 948 คน),  มาเลเซีย 4,171 คน (เหลือผู้ป่วย 1,729 คน), ปากีสถาน 4,105 คน, โรมาเนีย 4,017 คน, ญี่ปุ่น 3,466 คน, ซาอุดิอาระเบีย 3,163 คน, ลักเซมเบิร์ก 3,134 คน (เหลือผู้ป่วย 546 คน),และสาธารณเช็ค 3,108 คน, / ประเทศไทย 2,684 คน (เหลือผู้ป่วย 216 คน),  (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน)

การควบคุมการระบาดของไวรัส COVID-19 ให้ได้ จำเป็นจะต้องรักษาปัจจัยการเจริญเติบโตไม่ให้เกิน 1.0 ณ ในภาพจะเห็นเส้นกร๊าฟสีแดงอยู่เหนือระดับ 1.0 และเส้นสีเขียวอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.0 ส่วนในวันที่ 30 เมษายนอยู่ที่ 0.91: ภาพกร๊าฟจากสำนักข่าว ABC

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 30 เมษายน 2020 มีผู้ติดเชื้อ 6,753 คน  โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 7 คนนับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น (ม.จอห์นฮอปกินส์ระบุออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อ 6,754 คน ส่วนวิกีพีเดียระบุ 6,754 คน)

รัฐน.ซ.ว. 3,016 คน, รัฐวิกตอเรีย 1,361 คน, รัฐควีนสแลนด์ 1,033 คน, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 551 คน, รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 438 คน, รัฐแทสเมเนีย 221 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 106 คน,  นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 27 คน 

ในจำนวนนี้เสียชีวิต 91 คน มีผู้รักษาหาย 5,714 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 563,000 คน 

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

ภาพกร๊าฟของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียแสดงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2020 ถึง 30 เมษายน 2020 ในรูปแบบของยอดเพิ่มในแต่ละวัน (กร๊าฟแท่งสีฟ้า) และยอดสะสม (กร๊าฟเส้นสีเหลือง) ในช่วงระหว่างวันที่ 12 ถึง 30 เมษายนยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่เฉลี่ยวันละ 24.3 คนเท่านั้น

 ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้เพิ่มมาอยู่ที่ 1,476 คน มีผู้เสียชีวิต 19 คน และรักษาหายแล้ว 1,229 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้  สิงคโปร์ 16,169 คน, อินโดนีเซีย 10,118 คน, ฟิลิปปินส์ 8,488 คน, มาเลเซีย 6,002 คน, ไทย 2,954 คน, เวียดนาม 270 คน, พม่า 150 คน, บรูไน 138 คน, กัมพูชา 122 คน, ติมอร์-เลสเต 24 คน,และลาว 19 คน

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 792 คน, ฟิลิปปินส์ 568 คน, มาเลเซีย 102 คน, ประเทศไทย 54 คน, สิงคโปร์ 14 คน, พม่า 6 คน, บรูไน 1 คน, เวียดนาม 0 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

และควรจับตาดูประเทศเบลารุส ประธานธิบดี Alexander Lukashenko ของประเทศนี้ได้ประกาศไม่ก้มหัวให้กับไวรัสโคโรนา 2019 สั่งให้ยังคงจัดงานทุกงาน, แนะประชาชนออกไปเชียร์การแข่งขันกีฬา, กินเที่ยวเต็มที่, ใช้ชีวิตปกติและเมินต่อการทิ้งระยะห่างทางสังคม นับจากประกาศในวันที่ 16 มีนาคมตอนนั้นประเทศมีผู้ติดเชื้อ 27 คนถึงวันนี้เบลารุสมียอดผู้ติดเชื้อแล้ว 14,027 คน โดยเพิ่มขึ้นจาก 846 คนและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 89 คน   

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: