สรุปสถานการณ์ไวรัส COVID-19 วันที่ 22 เม.ย. / ยอดออสซี่เสียชีวิตวันนี้ 3 แต่ยอดติดเชื้อเพิ่มแค่ 4 คน

ข่าวสังคมออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 22 เม.ย. 2020 เสนอข่าว ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา 2019 ในออสเตรเลียเพิ่มเป็น 74 คนหนึ่งในสามของผู้เสียชีวิตในรัฐน.ซ.ว.เป็นหญิงชราวัย 92 ปีจากสถานดูแลคนชรา Newmarch House ของนิกายแองกลิกันอีกแล้ว

22 เม.ย. 2020 ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ในวันนี้เพิ่มขึ้นอีก 3 ราย แต่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 4 รายเท่านั้น ถือเป็นสถิติน้อยที่สุดนับจากเส้นกร๊าฟพุ่งทะยานครั้งแรกในวันที่ 10 มีนาคม ในขณะที่ประเทศไทยก็มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติที่ 15 คนเท่านั้น

ผู้เสียชีวิตในออสเตรเลียได้เพิ่มเป็น 74 คน โดยแยกเป็นรัฐนิวเซาท์เวลส์ 31 คนตามด้วยรัฐวิกตอเรีย 15 คน, รัฐแทสเมเนีย 8 คน, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 7 คน, รัฐควีนสแลนด์ 6 คน, รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและดินแดนออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรีอีก 3 คน

ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมมีทั้งสิ้น 6,649 คน รักษาหายแล้ว 4,761 คน ทำให้มีผู้ป่วยเหลือเพียง 1,814 คน ในจำนวนนี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพียง 162 คนเท่านั้น แยกเป็นรัฐน.ซ.ว. 50 คน, วิกตอเรีย 30 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 25 คน, ควีนสแลนด์ 20 คน, แทสเมเนีย 18 คน, นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 14 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 1 คน

ในขณะที่มีการทดสอบผู้ติดเชื้อทั่วประเทศแล้ว 452,441 คน พบผู้ติดเชื้อในอัตราเฉลี่ย 1.5% โดยพบสูงสุดที่รัฐแทสเมเนียในอัตรา 2.8% ต่ำสุดที่นอร์เทิร์นเทร์ริทอรีในอัตรา 0.7%

รายงานสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ของกระทรวงสาธารณสุขแบบใหม่ล่าสุดออกในวันนี้ (22 เม.ย. 2020) หน้าเดียวสามารถเข้าใจทุกประเด็น

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกล่าสุด

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 สะสมทั่วโลก 50 ประเทศแรก ณ เวลา 21.00 น. ของวันที่ 22 เมษายน 2020 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 2,603,147 คน แยกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 826,248 คน, สเปน 208,389 คน, อิตาลี 183,957 คน, ฝรั่งเศส 159,315 คน, เยอรมนี 149,044 คน, สหราชอาณาจักร 134,635 คน, ตุรกี 95,591 คน, อิหร่าน 85,996 คน, จีน 83,868 คน, รัสเซีย 57,999 คน, บราซิล 43,592 คน, เบลเยี่ยม 41,889 คน, แคนาดา 39,405 คน, เนเธอร์แลนด์ 35,026 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 28,268 คน, โปรตุเกส 21,982 คน, อินเดีย 20,471 คน, เปรู 17,837 คน, ไอร์แลนด์ 16,040 คน, สวีเดน 16,004 คน, ออสเตรีย 14,925 คน, อิสราเอล 14,326 คน, ซาอุดิอาระเบีย 12,772 คน, ญี่ปุ่น 11,512 คน, ชิลี 11,296 คน, เกาหลีใต้ 10,694 คน,  เอกวาดอร์ 10,398 คน, สิงคโปร์ 10,141 คน, ปากีสถาน 10,076 คน, โปแลนด์ 10,034 คน, โรมาเนีย 9,710 คน, เม็กซิโก 9,501 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 8,238 คน, เดนมาร์ก 8,108 คน, อินโดนีเซีย 7,418 คน, บลารูส 7,281 คน, นอรเวย์ 7,275 คน, กาตาร์ 7,141 คน, สาธารณรัฐเช็ก 7,041 คน, ฟิลิปปินส์ 6,710 คน, เซอร์เบีย 6,630 คน,  ยูเครน 6,592 คน, ออสเตรเลีย 6,547 คน (ควรเป็น 6,649), มาเลเซีย 5,532 คน, สาธารณรัฐโดมินิกัน 5,530 คน, ปานามา 4,821 คน, โคลัมเบีย 4,149 คน, ฟินแลนด์ 4,129 คน, บังคลาเทศ 3,772 คน, ลักเซมเบิร์ก 3,618 คน, / ประเทศไทย 2,826 คน (ไทยอยู่อันดับที่ 55 ของโลก), 

และผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของมหาวิทยลัยจอห์นฮอปกินส์มีทั้งสิ้น 179,778 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ อิตาลี 24,648 คน, สเปน 21,717 คน, ฝรั่งเศส 20,796 คน, สหราชอาณาจักร 18,100 คน, นิวยอร์กซิตี้-นิวยอร์ก-สหรัฐ 14,887 คน, เบลเยี่ยม 6,262 คน, อิหร่าน 5,391 คน, เยอรมนี 5,127 คน, มณฑลหูเป่ย-จีน 4,512 คน, เนเธอร์แลนด์ 4,052 คน, บราซิล 2,769 คน, ตุรกี 2,259 คน, สวีเดน 1,937 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 1,478 คน, แนสซอ-นิวยอร์ก-สหรัฐ 1,390 คน, เวน-มิชิแกน-สหรัฐ 1,278 คน, ควิเบก-แคนาดา 1,044 คน, คุก-อิรินอย-สหรัฐ 1,002 คน, ซัฟโฟล์ค-นิวยอร์ก-สหรัฐ 888 คน, เม็กซิโก 857 คน, เวสต์เชสเตอร์-นิวยอร์ก-สหรัฐ 809 คน, เบอร์เจน-นิวเจอร์ซีย์-สหรัฐ 787 คน, โปรตุเกส 785 คน, เอสเซก-นิวเจอร์ซีย์-สหรัฐ 751 คน, ไอร์แลนด์ 730 คน, ออนตาริโอ-แคนาดา 700 คน, ลอสแอนเจลีส-แคลิฟอร์เนีย 666 คน, อินเดีย 652 คน, ฮัดสัน-นิวเจอร์ซี่-สหรัฐ 636 คน,  อินโดนีเซีย 635 คน, แฟร์ฟิลด์-คอนเนคติกัส-สหรัฐ 544 คน, เอกวาดอร์ 520 คน,/ ออสเตรเลีย 74 คน (แยกเป็นน.ซ.ว. 31 คน, วิกตอเรีย 15 คน, แทสเมเนีย 8 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 7 คน, ควีนสแลนด์ 6 คน, เซาท์ออสเตรเลีย 4 คนและ ACT 3 คน) และประเทศไทย 49 คน (สรุปผู้เสียชีวิตในสหรัฐทั้งประเทศ 46,013 คน, และจีนทั้งประเทศ 4,632 คน) 

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้วข้อมูลจากสารนุกรมเสรีวิกิพีเดียมีทั้งสิ้น  701,426 คน เรียงจากมากไปหาน้อย เยอรมนี 90,750 คน, สเปน 85,915 คน, จีน 77,151 คน (เหลือผู้ป่วย 1,005 คน) , สหรัฐอเมริกา 75,540 คน, อิหร่าน 66,311 คน, อิตาลี 54,543 คน, ฝรั่งเศส 39,181 คน, บราซิล 24,325 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 19,400 คน, ตุรกี 16,477 คน, แคนาดา 13,896 คน, ออสเตรีย 10,971 คน, เบลเยี่ยม 9,434 คน, เกาหลีใต้ 8,213 คน (เหลือผู้ป่วย 2,233 คน), เปรู 6,968 คน, ชิลี 4,969 คน, เดนมาร์ก 4,700 คน, อิสราเอล 4,961 คน, รัสเซีย 4,420 คน, ออสเตรเลีย 4,291 คน (เหลือผู้ป่วย 2,282 คน), อินเดีย 3,963 คน, มาเลเซีย 3,452 คน (เหลือผู้ป่วย 1,987 คน), ประเทศไทย 2,352 คน (เหลือผู้ป่วย 425 คน), เม็กซิโก 2,627 คน, โรมาเนีย 2,406 คน, ปากีสถาน 2,156 คน, ฟินแลนด์ 2,000 คน (เหลือผู้ป่วย 1,980 คน), สาธารณรัฐเช็ค 1,989 คน,และ (หมายเหตุ ที่มีวงเล็บต่อท้ายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยจนเหลือต่ำกว่า 2,500 คน)

ข่าวออนไลน์นสพ. The Age วันที่ 22 เม.ย. 2020 เสนอข่าวเพื่อนบ้านติดกันสองครอบครัว ช่วงนี้ไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้ด้วยกฎการทิ้งระยะห่างทางสังคม พวกเขาจึงไปห้างฮาร์ดแวร์ Bunning ไปซื้อรั้วแบบซี-ทรูจ์มาติดตั้งหนึ่งแผง เพื่อพวกเขาจะได้สนทนาข้ามรั้วและมองทะลุรั้วเห็นซึ่งกันและกัน

รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย

ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 15.00 น. ของวันที่ 22 เมษายน 2020 มีผู้ติดเชื้อ 6,649 คน  โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 4 คนนับจากเวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้สามารถแยกผู้ป่วยเป็น (ม.จอห์นฮอปกินส์ระบุออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อ 6,547 คน ส่วนวิกีพีเดียระบุ 6,649 คน)

รัฐน.ซ.ว. 2,971 คน, รัฐวิกตอเรีย 1,336 คน, รัฐควีนสแลนด์ 1,024 คน, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 546 คน, รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 438 คน, รัฐแทสเมเนีย 203 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 104 คน,  นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 27 คน 

ในจำนวนนี้เสียชีวิต 74 คน (วิดีพีเดียเมื่อวานระบุ 73 คนวันนี้ถูกปรับลดลงเหลือ 71 คน) มีผู้รักษาหาย 4,761 ราย, มีการทดสอบการตรวจเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 452,000 คน 

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้มาจากเรือสำราญ Diamond Princess จำนวน 10 คน แยกเป็นรัฐวิกตอเรีย 4 คน, ควีนสแลนด์ 3 คน, เวสเทิร์นออสเตรเลีย 2 คน และเซาท์ออสเตรเลีย 1 คน

ข่าวออนไลน์นสพ. The Mercury วันที่ 22 เม.ย. 2020 เสนอข่าวตำรวจรัฐแทสเมเนียทำการตรวจผู้ฝ่าฝืนกฎคุมเข้มกว่า 10,000 ราย สามารถจับคุมผู้ผ่าฝืนมาตรการล็อคดาวน์และสั่งปรับทั้งสิ้น 150 ราย รัฐแทสซี่ยังเป็นรัฐเดียวของออสเตรเลียที่เส้นการการติดเชื้อ COVID-19 พุ่งปี๊ดไม่ยอมเอนราบ

ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศนิวซีแลนด์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในนิวซีแลนด์ในวันนี้เพิ่มมาอยู่ที่ 1,451 คน  มีผู้เสียชีวิต 14 คน และรักษาหายแล้ว 1,036 คน

ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมเรียงจากมากไปหาน้อยดังนี้  สิงคโปร์ 10,141 คน, อินโดนีเซีย 7,418 คน, ฟิลิปปินส์ 6,710 คน, มาเลเซีย 5,532 คน, ไทย 2,826 คน, เวียดนาม 268 คน, บรูไน 138 คน, กัมพูชา 122 คน, พม่า 121 คน, ติมอร์-เลสเต 23 คน,และลาว 19 คน            

ยอดผู้เสียชีวิตในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยอินโดนีเซีย 635 คน, ฟิลิปปินส์ 446 คน, มาเลเซีย 93 คน, ประเทศไทย 49 คน, สิงคโปร์ 12 คน, พม่า 5 คน, บรูไน 1 คน, เวียดนาม 0 คน, กัมพูชา 0 คน, ลาว 0 คนและติมอร์-เลสเต 0 คน

และควรจับตาดูประเทศเบลารุส ประธานธิบดี Alexander Lukashenko ของประเทศนี้ได้ประกาศไม่ก้มหัวให้กับไวรัสโคโรนา 2019 สั่งให้ยังคงจัดงานทุกงาน, แนะประชาชนออกไปเชียร์การแข่งขันกีฬา, กินเที่ยวเต็มที่, ใช้ชีวิตปกติและเมินต่อการทิ้งระยะห่างทางสังคม นับจากประกาศในวันที่ 16 มีนาคมตอนนั้นประเทศมีผู้ติดเชื้อ 27 คนถึงวันนี้เบลารุสมียอดผู้ติดเชื้อแล้ว 7,281 คน โดยเพิ่มขึ้นจาก 549 คนและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 58 คน   

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: