สภาเขียว-สภาแดงผ่านฉลุยพ.ร.บ. JobKeeper บริษัทกว่า 7.3 แสนแห่ลงทะเบียน

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS ตอนค่ำของวันที่ 9 เม.ย. 2020 เสนอข่าวรัฐสภากลางไฟเขียวร่างพ.ร.บ. JobKeeper มูลค่า 130 พันล้านเหรียญ

10 เม.ย. 2020 โครงการเงินอุดหนุนค่าแรงงานหรือ JobKeeper scheme มูลค่า 130 พันล้านเหรียญได้ผ่านรัฐสภากลางเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากการประชุมรัฐสภาเป็นการพิเศษในกรุงแคนเบอร์ร่า

(หมายเหตุ อันที่จริงข่าวนี้เป็นข่าวเมื่อวานนี้ แต่ทำรายงานไม่เสร็จ เนื่องจากเป็นข่าวสำคัญวันนี้จึงขออนุญาตนำมารายงานต่อ)

เงินช่วยเหลือค่าจ้างแรงงาน 130 พันล้านเหรียญจะถูกโอนให้กับแรงงานทั่วออสเตรเลีย อันเป็นแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ระบาด โดยจะมีแรงงานชาวออสเตรเลียได้รับเงินช่วยเหลือครั้งนี้ 6 ล้านคน (จากแรงงานชาวออสเตรเลียทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 14.3 ล้านคนหรือประมาณ 42% ของแรงงานทั่วประเทศ)

สภาสูงของออสเตรเลียหรือที่เรียกกันว่า the red chamber ได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติครั้งประวัติศาสตร์เมื่อคืนวันพุธที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากร่างพ.ร.บ.ผ่านสภาล่าง (สภาเขียว) มาก่อนหน้านี้เพื่อปูทางให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่แรงงานของบริษัทกิจการห้างร้านที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสในอัตรา 1,500 เหรียญต่อคนต่อสองสัปดาห์เป็นเวลา 6 เดือน

บริษัทและกิจการห้างร้านที่มีสิทธิ์ยื่นขอความช่วยเหลือภายใต้โครงการ JobKeeper จะต้องเป็นบริษัทที่มียอดขายตกลง 30% จากเหตุการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาด โดยจะเริ่มโอนเงินให้ในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม

ส่วนบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรายได้เกินกว่า 1 พันล้านเหรียญต่อปี จะต้องมียอดขายต่ำกว่า 50% จึงจะเข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือ

นับจากที่รัฐบาลได้ประกาศโครงการเงินสวัสดิการ JobKeeper เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีบริษัทห้างร้านกว่า 730,000 แห่งได้ยื่นจดทะเบียนขอรับความช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เดิมรัฐบาลประกาศจะโอนเงินให้ในวันที่ 30 มีนาคม 2020)

สำหรับลูกจ้างที่เข้าข่ายได้สิทธิ์รับความช่วยเหลือคือพนักงานทำงานเต็มเวลา, พนักงานประจำทำงานไม่เต็มเวลา (น้อยกว่า 38 ชั่วโมงต่อสัปดาห์), รวมถึงลูกจ้างชั่วคราว (casuals) ที่มีความเกี่ยวข้องกับการจ้างงาน 12 เดือนขึ้นไป, นายช่างรับจ้างงานส่วนตัว (sole traders) และชาวนิวซีแลนด์ผู้ถือวีซ่า 444

นสพ. The Herald Sun วันที่ 8 เม.ย. 2020 สภาเขียวผ่านร่างพรบ. JobKeeper วันเดียวกับที่เมืองอู่ฮั่นยกเลิกคำสั่งปิดเมือง / ในภาพนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลังเอาศอกแตะกันเพื่อแสดงความดีใจแทนการจับมือ

นาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลได้ตอบสนองต่อวิกฤติการณ์ไวรัส COVID-19 ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดของชาติเท่าที่เคยมีมา

เขากล่าวว่า “JobKeeper จะช่วยรักษาชาวออสเตรเลียให้ยังคงมีงานทำและจะช่วยให้ธุรกิจยังคงจ้างแรงงานต่อไป เพื่อทั้งคู่ในขณะนี้และในอนาคต”

อย่างไรก็ตามฝ่ายค้านมีความกังวลว่า แรงงานชั่วคราวและแรงงานต่างชาติผู้ถือวีซ่าชั่วคราวที่ตกค้างอยู่ในออสเตรเลียจำนวน 2 ล้านคนจะไม่ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม หลังจากถูกปิดช่องทางช่วยเหลือจากโครงการ JobKeeper

นาย Anthony Albanese  หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า แม้เขาไม่เห็นด้วยต่อการที่รัฐบาลตัดความช่วยเหลือแก่แรงงานต่างชาติผู้ถือวีซ่าชั่วคราว แต่พรรคฝ่ายค้านเต็มใจให้การสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ก็เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ โดยหยิบยกเอาสำนวนอมตะมากล่าวว่า “อย่าปล่อยให้ความสมบูรณ์แบบเป็นศัตรูของความดี”

เงินอัดฉีดโครงการ JobKeeper 130 พันล้านเหรียญเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณจำนวน 320 พันล้านเหรียญที่รัฐบาลกลางนำออกมาใช้เพื่อสู้ศึกกับการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019

การประชุมรัฐสภาจะยังไม่เปิดสมัยประชุมจนกว่าจะถึงเดือนสิงหาคม เมื่อวานนี้สภาสูงได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาการใช้จ่ายของรัฐบาลโดยมีส.ว. Katy Gallagher  จากพรรคเลเบอร์เป็นประธาน มีวุฒิสมาชิกจากพรรคเลเบอร์อีก 2 คน, จากฝ่ายรัฐบาล 2 คน, พรรคกรีนส์ 1 คนและส.ว. Jacqui Lambie วุฒิสมาชิกอิสระอีก 1 คนร่วมเป็นคณะกรรมการ

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: