COVID-19 : หากฝ่าฝืนกฎกักตัวเอง 14 วันในแต่ละรัฐเขามีบทลงโทษหนักเบากันอย่างใด

โรงแรม Grand Chancellor Hotel ในนครโฮบาร์ทที่นักศึกษาชายวัย 20 ปีผู้ถูกสั่งให้กักกันตัวเองอยู่ภายในที่พัก ได้ฝ่าฝืนคำสั่งมาทำงานจนเดือดร้อนไปทั่วทั้งโรงแรมทั้งแขกเข้าพัก : ภาพประชาสัมพันธ์จาก grandchancellorhotels.com

13 มี.ค. 2020 ในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือ COVID-19 ยังคงคุกคามออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีโรงเรียนต้องทยอยปิดตัวเอง, การยกเลิกกิจกรรมกีฬา,บันเทิงและเทศกาลประจำปีและการถดถอยของเศรษฐกิจ

และที่สำคัญก็คือมีประชาชนจำนวนหนึ่งได้ขัดขืนต่อคำของแพทย์ในการกักกันตัวออกจากสังคม เพื่อลดความเสี่ยงต่อชุมชนหากบุคคลผู้นัันเกิดติดเชื้อโรคร้ายขึ้นมา

รัฐบาลกลางและรัฐบาลรัฐได้พยายามหยุดยั้งการกระจายของเชื้อไวรัสด้วยการแยกหรือสกัดกั้นบุคคลและกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงออกไป

เมื่อเดือนที่ผ่านมารัฐบาลกลางได้ขอให้ผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีนกักตัวเองอยู่ภายในบ้านและได้ขยายมาตรการควบคุมการแพร่เชื้อโรคห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 14 วันออกไปอีก

ในสัปดาห์นี้นักเรียนและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนทางเหนือของนครซิดนีย์จำนวน 69 คนถูกสั่งให้กักกันตัวเองในที่พักอาศัย

และล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขของรัฐบาลกลาง, รัฐบาลรัฐและดินแดนเห็นชอบว่าบุคคลที่เข้าไปใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 หรือผู้ที่เดินทางมาจากจีน, อิหร่าน, อิตาลีและเกาหลีใต้ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาให้กักตัวเองออกจากชุมชน อันเป็นข้อบังคับกับทุกคน

อย่างไรก็ตามได้มีผู้ละเมิดกฎกักกันตัวเองแต่กลับออกจากบ้านจำนวนหนึ่ง พวกเขาออกมาทำกิจกรรมตามปกติ และบางคนกลับเข้าทำงาน โดยหารู้ไม่ว่าการฝ่าฝืนกฎ พวกเขามีความผิดด้วยโทษปรับนับหมื่นเหรียญและหรืออาจติดคุกด้วยซ้ำ

มีกรณีของการฝ่าฝืนที่เป็นกลายข่าวดังไปทั่วประเทศก็คือ กรณีของนักศึกษาชายเดินทางกลับจากประเทศเนปาลในวัย 20 เศษยังคงไปทำงานที่โรงแรม Grand Chancellor Hotel ในนครโฮบาร์ท แม้แพทย์จะสั่งให้เขากักกันตัวเองอยู่ภายในที่พักอาศัย นักศึกษารายนี้ต่อมาถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในสองรายแรกของรัฐแทสเมเนีย

การฝ่าฝืนของนักศึกษาชายรายนี้ทำให้นาง Sarah Courtney รัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐแทสเมเนียประกาศว่ารัฐบาลของเธอจะพิจารณาเพิ่มโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคร้าย

ภายใต้กฎหมายสาธารณสุขมาตรา 42 ของรัฐแทสเมเนียในปัจจุบัน ได้กำหนดโทษปรับผู้ฝ่าฝืนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 8,400 เหรียญ (165,000 บาท) ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐอื่น ๆ

ที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ผู้กระทำการฝ่าฝืนไม่กักตัวเองออกจากชุมชนจะมีโทษปรับ 11,000 เหรียญ (216,000 บาท) และ/หรือจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน

ในรัฐเซาท์ออสเตรเลียผู้ละเมิดข้อห้ามนี้จะมีโทษปรับ 25,000 เหรียญ (491,000 บาท)

รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียมีโทษค่อนข้างหนักด้วยโทษปรับ 50,000 เหรียญ (983,000 บาท) และ/หรือจำคุก 1 ปี

ในรัฐควีนสแลนด์มีโทษปรับที่ 13,345 เหรียญ (262,000 บาท)

หากบุคคลผู้ฝ่าฝืนเผชิญต่อกฎหมายของเครือรัฐออสเตรเลียว่าด้วย “คำสั่งควบคุมความมั่นคงทางชีวภาพต่อมนุษย์” ภายใต้พระราชบัญญัติความมั่นคงทางชีวภาพจะมีโทษปรับ 63,000 เหรียญ (1.24 ล้านบาท) และ/หรือจำคุก 5 ปี

แต่กฎหมายนี้จะนำมาใช้เมื่อประเทศอยู่ในสถานการณ์ถูกคุกคามจากการระบาดของเชื้อโรคร้ายอย่างวิกฤติ จึงยังไม่เคยถูกนำมาใช้บังคับ

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 13 มี.ค. 2020 เสนอข่าวผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 รายแรกของออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี เป็นชายวัย 30 เศษจากย่าน Weston Creek กรุงแคนเบอร์ร่า

ขออนุญาตรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกโดยย่อล่าสุด ณ เวลา 01.46 น. ของวันที่ 14 มีนาคม 2020 จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกมีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 5,074 คน แยกผู้เสียชีวิตจากมากไปหาน้อยดังนี้ มณฑลหูเป่ย 3,062 คน, อิตาลี 1,016 คน, อิหร่าน 814 คน, สเปน 92 คน, เกาหลีใต้ 66 คน, ฝรั่งเศส 61 คน, รัฐวอชิงตัน-สหรัฐอเมริกา 31 คน, มณฑลเหอหนาน 22 คน, ญี่ปุ่น 16 คน, มณฑลเฮยหลงเจียง 13 คน, อิรัก 8 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 8 คน, สหราชอาณาจักร 8 คน, กรุงปักกิ่ง 8 คน, / ออสเตรเลีย 3 คน และประเทศไทย 1 คน

มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 137,456 คน แยกเป็นประเทศจีน 80,945 คน, อิตาลี 15,113 คน, อิหร่าน 11,364 คน, เกาหลีใต้ 7,869 คน, สเปน 4,073 คน, เยอรมนี 3,059 คน, ฝรั่งเศส 2,882 คน,   สหรัฐอเมริกา 1,701 คน, สวิตเซอร์แลนด์ 858 คน, เนเธอร์แลนด์ 804 คน, เดนมาร์ก 788 คน, นอรเวย์ 702 คน, บนเรือสำราญ 696 คน, ญี่ปุ่น 639 คน, สวีเดน 599 คน, สหราชอาณาจักร 593 คน, เบลเยี่ยม 556 คน, ออสเตรีย 302 คน, กาตาร์ 262 คน, บาห์เรน 189 คน, สิงคโปร์ 187 คน, อิสราเอล 157 คน, ฟินแลนด์ 155 คน, มาเลเซีย 149 คน, / ออสเตรเลีย 128 คน (รายงานจากกระทรวงสาธารณสุข 156 คน), ประเทศไทย 75 คน

มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายแล้ว 69,643 คน เรียงจากมากไปหาน้อย มณฑลหูเป่ย 51,553 คน, อิหร่าน 2,959 คน, มณฑลกวางตุ้ง 1,296 คน, มณฑลเหอหนาน 1,249 คน, มณฑลเจ้อเจียง 1,197 คน, อิตาลี 1,045 คน, มณฑลหูหนาน 1,005 คน, มณฑลอานฮุย 984 คน, มลฑลเจียงซี 934 คน, มณฑลซานตง 739 คน,   / ประเทศไทย 34 คนและออสเตรเลีย 21 คน (ควีนสแลนด์ 8 คน, วิกตอเรีย 7 คน, น.ซ.ว. 4 คน, เซาท์ออสเตเลีย 2 คน)

สำหรับผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากตัวเลขล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ณ 9.00 น. ของวันที่ 13 มีนาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อ 156 คนแยกเป็น รัฐน.ซ.ว. 77 คน, รัฐควีนสแลนด์ 24 คน, รัฐวิกตอเรีย 23 คน, รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 11 คน, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 7 คน, รัฐแทสเมเนีย 3 คน, ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี 1 คน, และจากเรือสำราญ Diamond Princess 10 คน

รายละเอียดเพิ่มเติม

-18 คนเป็นผู้ป่วยทางตรงและทางอ้อมจากประเทศอิหร่าน

-15 คนเป็นผู้ป่วยทางตรงและทางอ้อมจากเมืองอู่ฮั่นมณฑลหูเป่ยประเทศจีน

-70 คนมีประวัติท่องเที่ยวในต่างประเทศรวมถึงสหรัฐอเมริกา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, อิตาลี, ไอร์แลนด์, สิงคโปร์, ประเทศไทย, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, คิวบา, ทรินิแดดแอนด์โตบาโก, เนปาล, อียิปต์, ออสเตรีย, ฝรั่งเศส, สเปนและฮ่องกง (ในจำนวนนี้น่าจะยังไม่รวมนาย Peter Dutton รัฐมนตรีกิจการภาพในประเทศที่ไปติดเชื้อในระหว่างเยือนทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน เพราะยืนยันหลังเวลา 9.00 น.)

-10 คนจากเรือสำราญ Diamond Princess ที่อพยพมาอยู่ที่ค่ายกักกันชั่วคราวบนเกาะ Christmas Island (หนึ่งในจำนวนนี้ได้เสียชีวิตลง)

-29 คนไม่มีประวัติการท่องเที่ยวต่างประเทศแยกย่อยเป็น

@ 8 คนเกี่ยวข้องกับสถานดูแลคนชราในรัฐน.ซ.ว. (ชายชราในสถานดูแลคนชรา 2 คนได้เสียชีวิตลง)

@ 2 คนเกี่ยวกับการติดเชื้อในสถานที่ทำงานทั้งทางตรงและทางอ้อม

@ 19 คนเข้าใกล้รู้ตัวกับผู้ติดเชื้อแต่ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

-14 คนอยู่ในระหว่างการประเมินเพื่อการจัดชั้นต่อไป

หมายเหตุ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศในวันที่ 13 มี.ค. 2020 เงิน 1 ดอลล่าร์ออสเตรเลียเท่ากับ 62 เซนต์สหรัฐและเท่ากับ 19.65 บาท (ข้อมูลกลางจาก google.com.au ณ เวลา UTC 18.02 น. 13/03/2020)

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: