ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้านออสซี่เรียกร้องมหาอำนาจหาวิธียุติสงครามการค้าด่วนจี๋

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS เสนอข่าวออสเตรเลียเรียกร้องให้จีนและสหรัฐหาทางแก้ปัญหาการทำสงครามการค้าระหว่างกัน เพื่อเห็นแก่ความสงบสุขของนานาประชาชาติ(

25 ส.ค. 2019 ผู้นำเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐและจีนยุติการเพิ่มระดับการทำสงครามการค้าเข้าใส่กัน เพราะหากทำสงครามกันต่อไปหายนะจะไม่เกิดเพียงแค่สองประเทศเท่านั้น

นาย Josh Frydenberg รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของรัฐบาลกลางกล่าวว่า เมื่อเกิดความตึงเครียดระหว่างสองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก มันไม่ได้กระทบเพียงเฉพาะตัวเอกเท่านั้น แต่ตัวรองและตัวประกอบก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

ในขณะที่ดร. Jim Chalmers รัฐมนตรีเงากระทรวงการคลังได้ออกมาขานรับโดยกล่าวว่า ศึกสงครามการค้าครั้งนี้จะไม่มีผู้ชนะ หากปล่อยให้มีการตอบโต้กันอย่างยืดเยื้อ

การออกมากล่าวของสองผู้นำทางการเมืองของออสเตรเลียเกิดขึ้นในทันทีหลังจากนาย Donald Trump ประธานธิบดีสหัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีการค้าอีก 5% หรือประมาณอีก 550 พันล้านเหรียญกับสินค้านำเข้าจากประเทศจีนเมื่อวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา เพียงไม่กี่วันที่จีนเปิดเผยการขึ้นกำแพงภาษีต่อสินค้าสหรัฐมูลค่า 75 พันล้านเหรียญ เพื่อตอบโต้สหรัฐที่เพิ่มกับแพงภาษีสินค้าจีนก่อนหน้านี้

นาย Trump ยังได้เรียกร้องให้บริษัทของสหรัฐถอนการดำเนินกิจการและการลงทุนออกจากประเทศจีน ซึ่งหากจีนใช้มาตรการเดียวกันโต้ตอบเชื่อว่าสหรัฐจะเจ็บตัวมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามผลของการตอบโต้ครั้งล่าสุดทำให้ตลาดทุนทั่วโลกหวั่นวิตกว่าเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ส่อแววว่าจะเกิดขึ้น

คำประกาศของนาย Trump ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้น Dow Jones Industrial Average ตกลงทันที 623 จุดหรือกว่า 2.0% ซึ่งลดลงสูงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ ของสหรัฐ เป็นที่คาดกันว่าตลาดหุ้นออสเตรเลียจะอ่อนตัวตั้งแต่เปิดทำการซื้อขายในตอนเช้าของวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม

ดร. Shane Oliver ผู้จัดการฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของ AMP Capital ยังคงยืนยันว่านาย Trump ควรที่จะหยุดการทำสงครามทางการค้า ถ้าเขาต้องการให้สหรัฐหลุดพ้นจากการเดินเข้าไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและเพื่อการได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาใหม่ในปีหน้า

ดร. Oliver กล่าวว่าถึงขณะนี้ยังไม่เห็นท่าทีว่าจะมีการยุติการทำสงครามการค้า ดังนั้นมูลค่าตลาดหุ้นก็จะยังคงตกต่อไป จนกว่านาย Trump จะออกมาหาทางแก้ปัญหาหรือลดความรุนแรงเข้าใส่กัน

นาย Frydenberg กล่าวว่า จุดประสงค์ของออสเตรเลียมีความชัดเจน คือต้องการให้จีนและสหรัฐกลับมานั่งโต๊เจรจากัน หาทางแก้ไขความเหลื่อมล้ำระหว่างกัน โดยยังคงรักษาระบบกฎกติกาการค้าที่โปร่งใสเป็นหลัก

ดร. Chalmers กล่าวเสริมว่าปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ปัญหา เพื่อประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคและทั่วโลกจะต้องไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามที่พวกเขาไม่ได้ก่อขึ้นมา

เขาย้ำว่า จะไม่มีใครได้ชัยชนะจากสงครามครั้งนี้

การออกมากล่าวของผู้ถือนโยบายทางการคลังสูงสุดของประเทศทั้งสองคน ต่างทราบดีว่าหากสหรัฐและจีนก่อสงครามการค้ากันต่อไป ออสเตรเลียจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงวิกฤติการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจได้เหมือนครั้งก่อน ๆ เพราะทั้งสองประเทศเป็นคู่ค่าอันดับหนึ่งและอันดับสองของออสเตรเลีย

จีนเป็นคู่ค้าและผู้ลงทุนรายใหญ่ในอุตสาหกรรมหลักของประเทศทั้งด้านการศึกษา, การเกษตร, เหมืองแร่, การเกษตร, การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์

ขออนุญาตเสริม เห็นนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างออกมาพูดเป็นเป็นเดียวกัน เชื่อว่าคนไทยก็คงอยากเห็นลุงตู่และลุงสมพงษ์ออกมายืนเคียงคู่กันประกาศผลักดันนโยบายสำคัญของชาติที่ยังมีปัญหามากมาย

ขอยกตัวอย่างปัญหาง่าย ๆ ในเรื่องการรับมือจากการก่อการร้ายทางไซเบอร์ ในออสเตรเลียพรรครัฐบาลและฝ่ายค้านเขาจับมือกันออกกฎหมายป้องกันไปปีมะโว้แล้ว ส่วนในประเทศไทยหากมีการโจมตีเกิดขึ้นจะไม่มีกฎหมายใด ๆ อนุญาตให้หน่วยงานใด ๆ ป้องกันได้ทันที จะต้องวิ่งไปขออำนาจศาลให้กระทำได้เสียก่อน กว่าจะได้มาประเทศไทยก็เป็นอัมพาตไปแล้ว   อันนี้อยากเห็นทั้งสองลุงออกมาสมานสามัคคีกันทำให้คนไทยได้ชื่นใจสักครั้ง

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: