‘เจสสิก้า’ เด็กไทยตามหามารดาทิ้งที่โรงพยาบาล บัดนี้ได้เจอแม่แล้ว

ข่าวออนไลน์นสพ. The Daily Mail วันที่ 13 ส.ค. 2019 ด.ญ. Jessica Boatwright ได้พบกับมารดาชาวไทยผู้ให้กำเนิดเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภาพที่หนึ่งขณะพูดกับนางพยาบาลรับเรื่อง, ภาพสองขณะเดินผ่านประตูเข้ามาในโรงพยาบาล และภาพสามคือ Jessica สาวน้อยผู้ตามหาแม่

13 ส.ค. 2019 Jessica Boatwright เด็กหญิงวัย 14 ปีที่เป็นข่าวดังออกสื่อฯตามหามารดาชาวไทยผู้ทิ้งเธอไว้ที่โรงพยาบาล Liverpool ทางตะวันตกของนครซิดนีย์ในขณะเพิ่งคลอด บัดนี้เธอได้พบมารดาของเธอเป็นที่เรียบร้อบแล้ว (ข่าวต่อจากข่าวจิ้งโจ้นิวส์วันที่ 9 เมษายน 2019 ในหัวข้อ “เด็กหญิงวัย 14 ออกสื่อฯต้องการพบมารดาผู้นำเธอมาทิ้งที่โรงพยาบาลในปี 2005”)

รายการ A Current Affair ของทีวี 9 Network ซึ่งเป็นผู้จุดประเด็นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นเจ้าเดิมที่ได้รับการติดต่อจาก PB (นามสมมุติจากตัวย่อชื่อนามสกุลของเธอที่ให้ไว้กับโรงพยาบาล) มารดาของ Jessica ภายใต้ข้อตกลงขอพบลูกและให้สัมภาษณ์ออกรายการโดยขอปิดบังความเป็นบุคคล จนเป็นที่ตกลงกันทั้งสองฝาย

PB ปัจจุบันอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทที่ีไม่ขอเปิดเผยว่าที่ใดได้ยอมเปิดเผยถึงความหลัง 14 ปี 7 เดือนที่ผ่านมากับรายการ A Current Affair ว่าเธอได้ตั้งครรภ์ไม่นานหลังจากเดินทางเข้ามาอยู่ในออสเตรเลียในขณะอายุเพียง 18 ปี

ตอนนั้นเธอรู้สึกกลัว เพราะเธอตั้งครรภ์โดยไม่มีสามีและไม่ได้แต่งงาน และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

เธอปิดบังคนในครอบครัวไม่ให้รับรู้ว่าเธอตั้งครรภ์ด้วยการอ้างว่า เธอกินเก่งทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น โดยไม่มีใครระแวงสงสัย จนเธอคลอด Jessica ออกมาซึ่งเป็นการทำคลอดโดยธรรมชาติภายในห้องนอนของเธอเองในเดือนมกราคมปี 2005

เธอจำได้ว่าตอนคลอดเธอไม่ร้อง แม้ว่ามันเจ็บปวดแทบจะทนไม่ไหว จน Jessica ออกมาลืมตาดูโลก เธอใช้กรรไกรตัดสายรกเด็กออก ส่วนลูกน้อยของเธอก็ไม่ส่งเสียงร้องให้ใครได้ยิน

PB กล่าวว่า ตอนนั้นเธอทำได้เพียงวางลูกไว้บนเตียง เอาผ้าห่มคลุมเพื่อให้บุตรสาวได้อบอุ่น กอดลูกน้อยแล้วก็นั่งลงดูลูก แล้วก็กอดอีกสลับกันไป แต่ก็คิดว่าเพื่อความปลอดภัยเธอควรพาลูกไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล

เธอรอจะทุกคนในบ้านหลับไปแล้ว เธอจึงอุ้มลูกออกจากบ้านเดินไปขอความช่วยเหลือที่สถานีตำรวจ แต่คืนนั้นไม่มีตำรวจอยู่ที่สถานีแม้แต่คนเดียว (อันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปกติจะมีตำรวจอยู่อย่างน้อยหนึ่งคน)

เธอจึงออกเดินมาตามถนนเพื่อโบกรถขอให้ช่วยพาไปส่งโรงพยาบาล จนกระทั่งมีแท็กซี่คันหนึ่งจอดรับเธอไปส่งโรงพยาบาล Liverpool แทนที่แท็กซี่คนนั้นจะเรียกเก็บค่าโดยสาร เขากลับไม่คิดเงิน แล้วยังยื่นเงินให้อีก 20 เหรียญบอกว่าเอาไว้เป็นเงินติดตัว

PB (นามสมมุติ) สาวไทยกำลังอุ้มบุตรสาววัย 1 วันขณะพูดกับพยาบาลรับผู้ป่วย : ภาพจาก The Daily Mail ต้นฉบับกล้อง CCTV ของโรงพยาบาล

กล้อง CCTV ของโรงพยาบาล Liverpool ในเวลา 1.37 น. จับภาพ PB เดินอุ้ม Jessica เข้ามาให้ห้องรอรับการตรวจของโรงพยาบาล แต่หลังจากพยาบาลรับตัว Jessica ไปตรวจและให้ PB นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ ไม่นานเธอก็เดินออกไปจากโรงพยาบาล แล้วไม่กลับเข้ามาอีก

PB กล่าวว่า ภาพที่เธอเดินไปมาเป็นภาพที่เธอเดินหาลูกแต่ไม่พบ ก่อนตัดสินใจที่จะทิ้งลูกไว้ที่โรงพยาบาล

เธอให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันไม่มีโอกาสที่จะบอกลาลูก” “มันเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับฉันในการตัดสินใจเดินออกจากโรงพยาบาลในวันนั้น”

PB อ้างว่า นับจากนั้นมาเธอรู้สึกผิดในทุก ๆ วัน ในใจของเธอร้องไหว้ทุกวัน แม้ภายนอกเธอจะดูยิ้มแย้มก็ตาม

หลังจากออกจากโรงพยาบาลเธอได้กลับบ้านไปนอน ตื่นขึ้นมาก็ไปเรียนหนังสือตามปกติ (เข้าใจว่าเป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ) โดยที่ไม่มีใครในบ้านเฉลียวใจว่าเธอเพิ่งคลอดบุตรมา

นับจากที่ PB เดินออกจากโรงพยาบาลตำรวจได้ออกสื่อฯอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 เดือนเพื่อตามหามารดาของ Jessica และขอให้เธอปรากฎตัวออกมา แต่ก็ไร้ร่องรอยของผู้เป็นมารดา ก่อนกระทรวงบริการสังคมจะอนุญาตให้นาย Brad Boatwright และ Anna ภรรยาเชื้อสายเอเชียรับ Jessica ไปเป็นบุตรบุญธรรมในขณะอายุ 5 เดือน

นาย Brad และ Ann Boatwright สองสามีภรรยาผู้รับ Jessica เป็นบุตรบุญธรรม : ภาพจากนสพ. The Daily Mail ต้นฉบับ A Current Affair

PB กล่าวว่าตอนที่ Jessica ออกรายการ A Current Affair ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเธอก็ดูรายการดังกล่าว ได้ยินลูกอ้อนวอนอยากเห็นมารดา เธอตัดสินใจทันทีว่าจะต้องพบลูกให้ได้ และรอจนมีความกล้าพอจึงตัดสินใจติดต่อกลับมายังรายการ A Current Affair

จ่านักสืบ Patrick Keating เจ้าของคดีเมื่อกว่า 14 ปีที่แล้วกล่าวว่า ตำรวจได้นำคดีของ Jessica กลับมาเปิดแฟ้มสืบสวนใหม่ พร้อมยืนยันว่าผลการตรวจ DNA ของทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย, ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: