วิทยาลัยศัลยกรรมเสริมงามเตือนฉีดฟิลเลอร์ต้องระวังผิดพลาดอาจเป็นสาวตาบอด

google image แสดงภาพความผิดพลาดจากการฉีดฟิลเลอร์เพื่อให้ริมฝีปากหนา

22 ก.ค. 2019 วิทยาลัยศัลยกรรมเสริมความงามแห่งออสเตรเลีย (ACCS) ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดทางเวชสำอางและศัลยกรรมได้ออกเตือนการฉีดฟิลเลอร์ให้ริมฝีปากและแก้มอวบอิ่มว่าอาจจะหมดสวยและจบลงที่ตาบอด

การออกมาเตือนเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานผู้ฉีดฟิลเลอร์มีอาการตาบอดเพิ่มขึ้น 94% จากทั่วโลก มาพร้อมกับความนิยมเสริมความงามด้วยการการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ศจ.พญ. Irene Kushelew ประธานวิทยาลัย ACCS กล่าวว่ามีคนทั่วโลกตาบอดแล้วเกือบ 200 คนจากการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือทำการฉีดให้โดยหมอเถื่อนผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์

เธอกล่าวว่า ชาวออสเตรเลียหลายคนเข้าใจผิดว่า การเสริมความงามที่มีฟิลเลอร์เติมเต็มผิวหนัง (dermal fillers) เป็นการบำบัดเสริมความงามที่ได้ผลอย่างเดียวกับการใช้สารอื่นที่ใช้เสริมความงามบนใบหน้า

นอกจากนั้นยังพบว่ามีการลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายเพื่อใช้ในการศัลยกรรมมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ลักลอบนำเข้ามามักนำมาใช้ตามคลินิกที่แอบลักลอบเปิดดำเนินกิจการอยู่ทั่วไป

พญ. Kushelew ได้เตือนว่าผู้ทำการบำบัดรักษาด้านศัลยกรรมความงามหลายคนไม่มีระดับทักษะและการฝึกอบรมต้องตามมาตรฐานของออสเตรเลีย

ACCS พบว่ามีผู้ปฏิบัติบางคนใช้เวลาฝึกอบรมเพียงแค่สองวัน เพื่อเรียนรู้วิธีฉีดยาตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้าเท่านั้น ในขณะที่แพทย์ศัลยกรรมเสริมความงามกว่าจะได้ใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์จะต้องใช้เวลาเรียนรู้และฝึกอบรมเป็นเวลาหลายปี

เธอกล่าวว่าผู้บำบัดบางคนได้ทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงด้วยการฉีดสารฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดแดงหรือหลอดเลือดแดง สารนี้จะไปปิดกันการไหลเวียนของโลหิตทำให้ถึงตาบอดได้

นอกจากนั้นสิ่งที่พบในออสเตรเลียและทั่วโลกก็คือความเข้าใจผิดว่าโบท็อกและฟิลเลอร์ว่าเป็นสารเติมเต็มเพื่อการบำบัดความงามเหมือนกันและอยู่ในประเภทเดียวกันเพราะใช้กับใบหน้าเหมือนกัน

อันตรายยังเกิดขึ้นกับผู้รับทำเสริมความงามบางรายไปเสนอบริการชั่วคราวด้วยการใช้พื้นที่ตามศูนย์การค้า, ร้านทำผมหรือแม้แต่การจัดปาร์ตี้โบท็อก

พญ. Kushelew แนะนำว่าก่อนตัดสินใจฉีดสารอะไรเข้าใบหน้า จำเป็นต้องขอคำปรึกษาจากแพทย์ประจำตัว เพื่อแพทย์จะได้พิจารณาประวัติของคนไข้ ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีประชาชนใช้เงินไปกับการทำศัลยกรรมพลาสติกต่อประชากรมากกว่าสหรัฐอเมริกา ที่รวมถึงการใช้เงิน 350 ล้านเหรียญด้วยการฉีดโบท็อกในปีที่ผ่านมา แม้ว่ามันจะเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบข้างเคียงก็ตาม

ในเดือนเมษายนปี 2018 ที่ผ่านมา มีสตรีวัย 30 ปีจากนครเมลเบิร์น* ต้องตาบอดไปข้างหนึ่งหลังจากเธอเข้ารับการบำบัดที่คลินิกเสริมความงามเครือลูกโซ่ชื่อดังแห่งหนึ่ง จากการฉีดฟิลเลอร์ต่อต้านผิวหนังเหวี่ยวย่น

หมายเหตุ *สื่ออีกสำนักหนึ่งอ้างว่าสตรีผู้นี้เป็นชาวซิดนีย์ เธอถูกฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดใหญ่ทำให้ตาข้างหนึ่งมองไม่เห็น   เธอถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล Prince of Wales Hospital แต่คณะแพทย์ไม่สามารถกู้เส้นประสาทตาที่เสียหายกลับคืนมาได้

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว / ใช้ strongly55@hotmail.com แทน)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: