เผยคนมาเลเซียครองอันดับหนึ่งฉ้อฉลระบบวีซ่าออสเตรเลีย

ข่าวออนไลน์นสพ. The Australia ที่ออกมาตอนกลางดึกของวันที่ 3 ก.ค. 2019 ซ้ายมือพาดหัวข่าวถึงชาวมาเลเซียฉ้อฉลระบบวีซ่าออสเตรเลียเป็นจำนวนหลายคนจนผิดสังเกต

4 ก.ค. 2019 เผยชาวมาเลเซียใช้วิธียื่นขอวีซ่าคุ้มครองจากออสเตรเลียเพราะต้องการค่าจ้างที่สูงกว่า, สภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่า และยังเป็นช่องทางที่ประหยัดและมีบทลงโทษเล็กน้อยหากถูกตรวจพบว่าการยื่นขอวีซ่าเป็นเท็จ

ชาวมาเลเซียครองความเป็นชนชาติที่อยู่เกินวีซ่าในออสเตรเลียมากที่สุด*มานับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา นอกจากนั้น คนจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ยังยื่นขอวีซ่าคุ้มครองเป็นอันดับที่สองอีกด้วย

(*ตามข่าวจิงโจ้นิวส์ในหัวข้อ “อยู่เกินวีซ่าสูงสุดไม่ใช่จีนอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นมาเลเซีย-ส่วนไทย 2030 คน” ลงวันที่ 23 มีนาคม 2016 และหัวข้อข่าว “ยอดผู้อยู่เกินวีซ่าปี 2017 มาเลย์สูงสุด ไทยอันดับ 10 – คนอยู่นานที่สุด 40 ปี” วันที่ 21 มิถุนายน 2017)

จากรายงานเสนอต่อรัฐสภากลางพบว่าในบางไตรมาสก่อนสิ้นสุดปลายปี 2018 มีชาวมาเลเซียอยู่เกินวีซ่าถึงไตรมาสละ 10,000 คนทีเดียว

ในช่วงเก้าเดือนนับจากเดือนกรกฎาคม 2018 ถึงเดือนเมษายน 2019 มีชาวมาเลเซียยื่นขอวีซ่าคุ้มครองจากคณะอนุญาโตตุลาการพิจารณาคำอุทธรณ์ด้านการจัดการ (AAT) ถึง 4,973 คน

นาย Marzuki Yahya ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของมาเลเซียกล่าวในรัฐสภากลางออสเตรเลียในสัปดาห์นี้ว่า ชาวมาเลเซียเหล่านี้อ้างเหตุผลต่าง ๆ นานาอาทิเช่นความกดดันทางครอบครัว, การเกลียดชังทางเชื้อชาติหรือศาสนาและการทำร้ายร่างการภายในครอบครัว แต่แท้จริงแล้วพวกเขาต้องการแสวงหาความเป็นอยู่ที่ดีกว่าและค่าจ้างที่สูงกว่าในประเทศบ้านเกิดเท่านั้น

นอกจากนั้นระบบการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกของออสเตรเลียเป็นสิ่งที่ีทำให้คนมาเลเซียต้องการใช้เวลาอยู่ในออสเตรเลียให้นานมากขึ้นเท่าที่จะทำได้

นาย Yahya กล่าวว่าชาวมาเลเซียเสียค่าใช้จ่ายเงินเพียงไม่มากกับค่ายื่นขอวีซ่าคุ้มครอง 5 ปี โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียง 100 ริงกิตมาเลเซีย (34 เหรียญออสเตรเลีย) และถ้าหากคำขอได้รับการปฏิเสธพวกเขาก็ถูกส่งกลับบ้าน

แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จพวกเขาก็สามารถใช้ชีวิตและทำงานต่อไปอย่างถาวร

รายงานผลการศึกษาต่อรัฐสภากรุงแคนเบอร์ร่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาถึงเอเยนซี่การศึกษาและการเข้าเมืองพบว่า ในระหว่างปี 2014 ถึง 2017 จำนวนชาวมาเลเซียยื่นขอวีซ่าคุ้มครองเพิ่มขึ้นเกือบเป็นหนึ่งเท่าตัว เฉพาะในปีการเงิน 2016-2017 เพียงปีเดียวมีชาวมาเลเซียยื่นขอถึง 26,247 คน

อย่างไรก็ตามมีผู้ประสบความสำเร็จเพียง168 คน แต่เงินภาษีของประชาชนที่ค่าใช้จ่ายในการพิจารณา ซึ่งบางกรณีกินเวลาพิจารณาถึงแปดปี ทำให้รัฐเสียงบประมาณในส่วนนี้ไปมากกว่า 46 ล้านเหรียญ

หลังจากเจอคลื่นชาวมาเลย์ใช้ลูกไม้เดียวกันแห่ยื่นขอวีซ่าคุ้มครอง เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์พรมแดน (ABF) เริ่มรู้ตัวและเพิ่มการปฎิเสธชาวมาเลเซียเข้าข่ายต้องสงสัยที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองตามสนามบินมากขึ้น ตกเฉลี่ย 20 คนต่อสัปดาห์

พวกเขาเหล่านี้ส่วนใหญ่เข้ามาโดยถือวีซ่าท่องเที่ยวที่ขอทางออนไลน์โดยมีความตั้งใจจะขอยื่นเป็นผู้ขอลี้ภัยทันทีเมื่อมาถึงออสเตรเลียหรือบางคนตั้งใจเข้ามาทำงานตามฟาร์มเกษตรเป็นเวลา 3 เดือนก่อนแล้วจึงยื่นขอเป็นผู้ลี้ภัย ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้วีซ่าคุ้มครองในระหว่างรอคิวถูกประเมินสภาพ ทั้งที่รู้ตัวอยู่ว่าพวกเขาไม่เข้าข่ายเป็นผู้ขอลี้ภัย

รายงานยังพบองค์กรอาชญากรรมและบริษัทรับหาแรงงานผิดกฎหมายได้ใช้ระบบวีซ่าออนไลน์นำแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาทำงานอย่างเอาเปรียบแรงงานด้วยการทำงานหนัก, อันตรายและจ่ายค่าจ้างแรงงานต่ำกว่ากฏหมายกำหนด

ผู้ร่วมก่อการฉ้อฉลส่วนใหญ่เป็นเอเยนซี่ท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซีย ทำการโปรโมทการทำงานฟาร์มเกษตรโดยอาศัยวีซ่าท่องเที่ยวเป็นไปเบิกทางเข้าประเทศ เอเยนซี่จะแนะนำให้ยื่นขอวีซ่าคุ้มครองทันทีที่วีซ่าท่องเที่ยวหมดอายุ

เอเยนซี่จะทำการจัดเตรียมตั๋วเครื่องบินและวีซ่าท่องเที่ยว แต่เมื่อไปถึงออสเตรเลียจะมีบริษัทรับจัดงานอย่างผิดกฎหมายมารับตัวพาไปทำงานตามฟาร์มเกษตรทั่วประเทศ

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: