สื่อออสซี่เผยถึงเบื้องหลังการจับกุม”ฤชา”ไอ้หนุ่มพีโดฯออสซี่เชื้อสายไทย

นาย Ruecha Tokputza (ฤชา โต๊ะพุทซา) หนึ่งในตัวการเผยแพร่ภาพและวิดีโอลามกอนาจารเด็กลงผ่านเว็บมืด (dark web) ที่ถูกศาลรัฐเซาท์ออสเตรเลียตัดสินจำคุก 40 ปี : ภาพนี้ไม่ทราบแหล่งที่มา

24 พ.ค. 2019 ทางการออสเตรเลียเปิดเผยถึงเบื้องหลังที่ตำรวจออสเตรเลียสามารถจับกุมนาย Ruecha Tokputza (“ฤชา โต๊ะพุทซา” ชื่อที่ระบุตามคดีที่ 291/2560 กองสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ของไทย) บุคคลต้องคดีละเมิดทางเพศเด็กที่ร้ายแรงที่สุดในประเทศออสเตรเลีย

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากตำรวจสอบสวนกลาง (AFP), ตำรวจรัฐเซาท์ออสเตรเลียร่วมมือกับตำรวจสากลและตำรวจอีกหลายประเทศที่เข้าร่วมกันสอบสวน โดยคาดว่าจะมีการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในเกือบ 60 ประเทศทั่วโลก ขณะนี้สามารถช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อได้แล้วประมาณ 50 คน

แต่ตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวเด็กและสถานที่อีกกว่า 100 คน ที่ปรากฏในภาพและคลิปวิดีโอถูกกระทำลามกอนาจารที่ตำรวจยึดได้นับหมื่นรายการ

ภายใต้ปฏิบัติการรหัส Operation Blackwrist ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมนายฤชา โต๊ะพุทซา (Ruecha Tokputza) ผู้กระทำอนาจารทางเพศและหาผลประโยชน์จากเด็ก ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาถูกศาลแขวงในนครแอดิเลดตัดสินจำคุก 40 ปี (ตามที่จิงโจ้นิวส์เสนอข่าวไปแล้วในหัวข้อ “หนุ่มพีโดฯไปมีเพศสัมพันธ์เด็กไทยเจอศาล SA ตัดสินจำคุก 40 ปี” ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2019)

เบื้องหลังของการทลายเครือข่ายแก๊งใช้เว็บมืด (dark web) เผยแพร่ภาพลามกอานาจารเด็กเริ่มจากตำรวจสากลตั้งหน่วยปฏิบัติการ Operation Blackwrist ในเดือนมิถุนายนปี 2017 หลังจบพบฐานสมาชิกเครือข่ายเผยแพร่คลิปการข่มเหงทางเพศเด็กชาย 11 คนทุกคนอายุต่ำกว่า 13 ปีโดยผ่านเว็บมืด

เว็บไซท์ดังกล่าวผู้เข้าไปจะต้องใช้ซอฟแวร์เข้ารหัสที่มีความสลับซับซ้อน ไม่สามารถค้นหาได้โดยผ่านเสิร์ชเอนจินทั่วไปและผู้ใช้จะต้องมี URL เฉพาะจึงจะสามารถเข้าไปใช้บริการได้

ข่าวออนไลน์ของนสพ. Daily Mail วันที่ 24 พ.ค. 2019 เป็นหนึ่งในสื่อฯของออสเตรเลียที่เสนอข่าวเบื้องหลังการจับกุมนาย Ruecha Tokputza (ฤชา โต๊ะพุทซา)

หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามเครือข่ายนี้คือกองสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ของประเทศไทยได้ทำงานร่วมกับตำรวจสากลในกรุงเทพมหานครในการสอบสวนความเชื่อมโยงของเครือข่ายกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อระบุตัวและสถานที่ของเด็กชายทั้ง 11 คนและผู้ดูแลเว็บไซท์

ในขณะเดียวกันยังมีหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิหรือ HSI ของสหรัฐได้พบที่อยู่ของหมายเลขรหัสของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่บนเครือข่าย (IP address) ของเว็บไซท์ที่ใช้โพสต์ภาพและคลิปลามกอนาจารเด็กใหม่ลงในทุกสัปดาห์ ในขณะที่กรมอาชญากรทางไซเบอร์ของประเทศบัลกาเรียกำลังแกะรอยเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซท์

และเช่นกันกระทรวงกิจการภายในประเทศของนิวซีแลนด์ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ในประเทศและให้ข้อมูลแก่ตำรวจสากลถึงประเทศที่เป็นแหล่งที่ส่งเข้ามา

ทางด้านศูนย์คนหายและการหาผลประโยชน์จากเด็กแห่งชาติ (NCMEC) ของสหรัฐอเมริกาได้ช่วยในงานตรวจเช็คที่อยู่อีเมลและให้ข้อมูลทางด้านงานข่าวกรอง

ตำรวจ AFP และตำรวจรัฐเซาท์ออสเตรเลียเริ่มแผนการไล่ล่าหาตัวการในประเทศออสเตรเลียทันที หลังได้รับข้อมูล IP address ระบุว่าหนึ่งในผู้ดูแลเว็บไซท์อยู่ในนครแอดิเลด จนสามารถจับตัวนายฤชาได้ในที่สุด

พบเครือข่ายเริ่มขึ้นในปี 2017 ใช้อาหารและเกมส์ฟุตบอลล่อเด็กมาติดกับ

ในที่สุดตำรวจสากลและตำรวจนานาชาติก็พบว่าเด็กที่เป็นเหยื่อรายแรกเกิดขึ้นที่ประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนปี 2017 นำไปสู่การจับกุมนายมนตรี ศาลางาม (Montri Salangam) อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยในจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นผู้ดูแลเว็บไซท์หลักและนายฤชาผู้ดูแลเว็บไซท์สาขาในนครแอดิเลด

เหยื่อรายแรกและอีกหลายคนของนายมนตรีได้ถูกล่อลวงมาที่บ้านของเขา โดยมีอาหาร, อินเตอร์เน็ทและเกมส์ฟุตบอลเป็นตัวล่อ ก่อนที่เขาจะทำการข่มเหงทางเพศเด็กชายเหล่านี้

นายมนตรีถูกพบกระทำชำเราเด็กชายจำนวน 11 คน โดยหนึ่งในจำนวนนี้เป็นหลานชายของเขาเอง

ภาพเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ของไทยขณะเข้าเก็บหลักฐานที่บ้านของนายมนตรี ศาลางาม : ภาพนี้ปรากฏในสื่อมวลชนออสเตรเลีย แต่ไม่ทราบแหล่งที่มา

ที่นครแอดิเลดตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายฤชาภาพลามกอนาจารทั้งเด็กไทยและเด็กออสเตรเลียในฮาร์ทไดฟ์ของเขาหลายพันรายการ และพบคลิปวิดีโอลามกอนาจารเด็ก 251 คลิปในฮาร์ดไดรฟ์และอีก 415 คลิปในโทรศัพท์มือถือของเขา โดยภาพและคลิปวิดีโอบางรายการปรากฎตัวเขาเป็นผู้กระทำชำเราเด็ก

นายมนตรีได้ถูกศาลไทยตัดสินจำคุกในเดือนมิถุนายนปี 2018 ด้วยโทษจำเป็นเวลา 146 ปี ในขณะที่ผู้ร่วมก่อการซึ่งเป็นครูสอนโรงเรียนอนุบาลถูกจำคุก 36 ปี (เข้าใจว่าข่าวนี้ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ในประเทศไทย เพราะเข้ายูทูปดูไม่ปรากฎมีข่าวนี้เลยแม้แต่ข่าวเดียว)

ตำรวจสากลกล่าวว่า การจับกุมนายมนตรีและนายฤชาได้ก่อให้เกิดการสืบสวนกระจายไปทั่วโลก ที่นำไปสู่การจับกุมเพิ่มเติมในประเทศไทย, ออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา

ในขณะเดียวกันตำรวจสากลได้ตรวจสอบข้อมูลจากประเทศนิวซีแลนด์ที่ระบุมีประเทศที่เข้ามาเกี่ยวข้องเกือบ 60 ประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีการทยอยจับกุมและช่วยเหลือเด็กเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ตำรวจสามารถช่วยเหลือเหยื่อจำนวน 50 คน แต่ยังเหลือเด็กอีกประมาณ 100 คนที่ยากต่อการให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากเครือข่ายเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กได้ใช้วิธีปิดบังอำพรางใบหน้าเด็ก

ตำรวจสากลกล่าวว่า ขณะนี้สามารถเปิดเผยชื่อผู้ถูกจับกุมได้เพียงนายมนตรีและนายฤชาเท่านั้น เนื่องจากทั้งสองถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุดและมีความปลอดภัยทางกฎหมายให้เปิดเผยได้ ส่วนผู้ถูกจับกุมรายอื่น ๆ ยังได้รับการปกปิดชื่อ

นาย Eric McLoughlin เจ้าหน้าที่ของ HSI ประจำที่กรุงเทพมหานครกล่าวไว้ในคำแถลงการณ์ว่า ขณะนี้ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาในสหรัฐแล้วจำนวนหลายคน (เขาใช้คำว่า “numerous arrests”)

เขากล่าวว่าผู้ถูกจับบางคน “มีตำแหน่งเป็นที่ไว้วางใจทางสาธารณะ” และมีคนหนึ่งกระทำชำเราน้องชายต่างมารดา (หรือต่างบิดา) ของเขาซึ่งเหยื่อมีอายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น

สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกเครือข่ายเว็บไซท์นี้มีเกือบ 63,000 คนจากเกือบ 60 ประเทศทั่วโลก

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย, ข่าวออสซี่ในเมืองไทย, ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: