ผู้ไม่ประสงค์ออกนามเสนอเงิน $25k ให้กับผู้นำมือถือบันทึกรูปภาพทารก Amiyah มาคืน

นาย Jay และนาง Dee Windross ขณะอุ้มทารก Amiyah (ภาพกลางแถวล่าง) ส่วนที่เหลือเป็นภาพนาง Siti Nurhidayah Kamal ผู้ต้องหาคดีกรรโชคทรัพย์ : ภาพครอปมาจาก google image ให้ดูพอสังเขปเนื่องจากภาพจริงเกรงว่าจะติดลิขสิทธิ์

8 พ.ค. 2019 นักธุรกิจผู้ไม่ขอเปิดเผยนามได้เสนอเงิน 25,000 เหรียญแก่ผู้ช่วยเหลือให้เกิดการคืนโทรศัพท์มือถือที่ใช้บันทึกภาพของทารก Amiyah บุตรสาววัย 11 เดือนก่อนเสียชีวิตแก่ผู้เป็นบิดาและมารดาของเธอ

โทรศัพท์ดังกล่าวได้ถูกหยิบไปหลังจากนาง Dee Windross มารดาของทารก Amiyah เผลอทิ้งไว้ในห้องน้ำภายในศูนย์การค้า Chadstone Shopping Centre ในเวลาประมาณ 17.30 น.ของวันเสาร์ที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา

โทรศัพท์ Samsung Galaxy S8 ได้ใช้บันทึกภาพเธอ, นาย Jay Windross สามีและบุตรสาวของเธอในช่วงป่วยระยะสุดท้ายเพียงชุดเดียวที่เป็นความทรงจำอันมีคุณค่าทางจิตใจของพวกเขา ก่อนที่ทารกน้อยจะเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา

ขณะนี้มีนักธุรกิจที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัวได้เสนอเงิน 25,000 เหรียญ (556,000 บาท*) แก่ใครก็ได้ที่นำโทรศัพท์พร้อมภาพบันทึกของทารกน้อยมาคืน

นาง Windross กล่าวว่า ผู้บริจาคเคยมีประสบการณ์บุตรชายป่วยหนักจนต้องถูกทำให้อยู่ในภาวะไม่รู้สึกตัว (into an induced coma) ในห้องไอ.ซี.ยู.แผนกกุมารเวชของโรงพยาบาลเด็ก MCH (Monash Children’s Hospital ) เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงรับรู้ถึงความเจ็บปวดนี้

แต่บุตรชายของนักธุรกิจโชคดีที่สามารถรักษาหายจนเป็นปกติ เขาจึงเข้าใจถึงหัวอกของคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องการบันทึกภาพของบุตรสาวกลับคืนมาอย่างไม่ถูกทำลาย

ก่อนหน้านี้นาย Windross ได้ใช้เฟสบุ๊คอ้อนวอนขอร้องให้ใครก็ได้ที่หยิบโทรศัพท์มือถือไปนำมาคืนด้วยการทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล MCH หรือที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของศูนย์การค้า Chadstone Shopping Centre

เฟสบุ๊คของนาย Windross ได้ถูกแชร์และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว หนึ่งในผู้ได้อ่านแล้วเกิดความคิดที่จะกรรโชกทรัพย์เอากับนายและนาง Windross คือนาง Siti Nurhidayah Kamal วัย 24 ปี ทำการติดต่อนาย Windross ในช่วงเวลาที่ทารก Amiyah กำลังจะสิ้นลมพอดี โดยเธออ้างว่ามีโทรศัพท์ของนาง Windross อยู่ในมือ แต่ต้องการแลกเปลี่ยนกับเงิน 1,000 เหรียญมิฉะนั้นเธอจะขายโทรศัพท์ออกไป

แท้จริงแล้วนาง Kamal ไม่มีโทรศัพท์แต่อย่างใด เพียงแต่ใช้สถานการณ์ที่สองสามีภรรยากำลังโศกเศร้าและปรารถนาอยากได้ภาพถ่ายคืนมาเป็นจุดในการรีดเงิน

นาง Kamal ได้ถูกตำรวจจับกุมในเวลาไม่นาน เธอถูกตั้งข้อหากรรโชกทรัพย์และต่อมาศาลได้ปฏิเสธการให้ประกันตัวทำให้เธอต้องติดคุกยาว 2 เดือนเศษจนกว่าจะถึงการพิจารณาคดีในวันที่ 8 กรกฎาคม

ข่าวการจับกุมนาง Kamal ได้แพร่กระจายไปถึงประเทศมาเลเซียบ้านเกิดของเธอ ทำให้ทราบว่าทางการมาเลเซียก็ต้องการตัวเธอ จากคดีฉ้อโกงประชาชนด้วยการขายตั๋วเครื่องบินสายการบิน AirAsia โดยไม่มีตั๋วเครื่องบินจริงแต่อย่างใด

หมายเหตุ ท่านสามารถอ่านข่าวเกี่ยวเนื่องกับคดีกรรโชกทรัพย์โดยมีนาง Kamal เป็นผู้ต้องหาได้ด้วยการกดคลิก “คดีนาง Siti Nurhidayah Kamal” ที่ Tags ท้ายข่าวนี้

หมายเหตุ *อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศในวันที่ 8 พฤษภาคม 2019 เงิน 1 ดอลลาร์ออสเตรเลียเท่ากับ 70 เซนต์สหรัฐและเท่ากับ 22.23 บาท (ข้อมูลกลางจาก google.com.au ณ เวลา UTC 16.40 น. 8/05/2019)

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: