สาวมาเลย์เจอข้อหากรรโชกทรัพย์เรียกเงินจากพ่อแม่ทารกป่วยระยะสุดท้าย

นาง Siti Nurhidayah Kamal ผู้พยายามกรรโชกทรัพย์สองสามีภรรยาที่กำลังบอกลาบุตรสาวขณะสิ้นลม : ภาพจาก facebook

30 เม.ย. 2019 ข่าวนี้เป็นคดีกรรโชกทรัพย์เพียงแค่ 1,000 เหรียญแต่กลายเป็นข่าวใหญ่กว่าคดีกรรโชกทรัพ์มูลค่าเป็น 10 ล้านก็เนื่องจากความไร้ใจของผู้ต้องหาที่เรียกร้องเอาเงินจากบิดามารดาผู้ซึ่งกำลังจะสูญเสียบุตรวัย 11 เดือนอย่างไม่มีวันกลับมา

คดีนี้เริ่มจากนาย Jay และนาง Dee Windross ถูกคนร้ายฉกโทรศัพท์มือถือไป ทั้งสองไม่เสียดายโทรศัพท์แต่สิ่งที่มีค่าเหนือโทรศัพท์อย่างไม่สามารถหาสิ่งใดมาชดเชยได้ก็คือภาพและคลิปบันทึกความทรงจำของพวกเขากับบุตรสาววัย 11 เดือนขณะที่เธอกำลังรักษาตัวจากอาการป่วยระยะสุดท้ายอยู่ที่โรงพยาบาลในนครเมลเบิร์น

นายและนาง Windross ได้เรียกร้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหวังว่าจะให้ผู้ที่ครอบครองโทรศัพท์มือถือเห็นใจและยอมคืนโทรศัพท์มาให้พวกเขา

โทรศัพท์ Samsung Galaxy S8 มีปลอกหุ้มสีม่วงของนาง Windross ถูกฉกไปขณะอยู่ที่ห้องน้ำใกล้ห้าง Target ภายในศูนย์การค้า Chadstone Shopping Centre ย่าน Malvern East เขต City of Stonnington ทางตะวันออกเฉียงใต้ของนครเมลเบิร์นในเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเสาร์ที่ 20 เมษายนอันเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ยาวของเทศกาลอีสเตอร์

ในครั้งนี้นาย Daniel Andrews นายกรัฐมนตรีรัฐวิกตอเรียได้ร่วมรณรงค์เรียกร้องการคืนโทรศัพท์ให้กับนายและนาง Windross โดยกล่าวในเฟสบุ๊คว่า “ผมไม่สามารถจะจินตนาการได้เลยว่านายและนาง Windross จะผ่านชีวิตช่วงนี้ไปอย่างไร โปรดช่วยพวกเขาให้ได้รูปภาพที่ีทรงคุณค่ากลับคืนมา”

หลังจากคำร้องขอของนายและนาง Windross กระจายออกไป ได้มีนาง Siti Nurhidayah Kamal สัญชาติมาเลเซียวัย 24 ปีติดต่อเข้ามาโดยอ้างว่ามีโทรศัพท์ของนาง Windross อยู่กับเธอ

นาย Windross กล่าวว่าเขาและภรรยากำลังกล่าวลา Amiyah บุตรสาว เป็นครั้งสุดท้ายพอดี เขาก็ได้รับข้อความเท็กซ์จากใครคนหนึ่งอ้างว่าโทรศัพท์ของภรรยาของเขาที่หายไปอยู่กับผู้ที่ติดต่อเข้ามา

ข้อความในเท็กซ์อธิบายว่า “รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่เก็บโทรศัพท์มือถือได้แล้วไม่ได้คืนในทันที แต่อย่างไรก็ตามพวกเราต้องการเงิน 1,000 เหรียญ ขอให้โอนเข้ามาในบัญชีของพวกเราเพื่อแลกกับการคืนโทรศัพท์มือถือ”

นาย Windross กล่าวถึงความรู้สึกในตอนนั้นว่าแย่เอามาก ๆ กับช่วงเวลาที่เขาและภรรยากำลังโศกเศร้ากับนาทีที่บุตรสาวกำลังจะหมดลมหายใจ ไปพร้อมกับข้อความที่มีคนโทรมากรรโชกเอาเงินเพื่อคืนโทรศัพท์มือถือของภรรยา

หนูน้อย Amiyah เสียชีวิตในช่วงโมงแรก ๆ ของเช้าวันพุธที่ 24 เมษายนที่โรงพยาบาลเด็ก Monash Children’s จากอาการสภาพทางระบบประสาทที่ไม่สามารถวินิจฉัยได้ (undiagnosed neurological condition จิงโจ้นิวส์บัญญัติคำภาษาไทยขึ้นมาเองผิดพลาดต้องขออภัย) ซึ่งเป็นโรคที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด

หนูน้อย Amiyah Windross วัย 11 เดือนขณะนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล Monash Children’s : ภาพจากทีวี 9 ต้นฉบับ facebook

นาย Windross กล่าวถึงบุคคลที่ส่งข้อความเท็กซ์เข้ามา (นาง Kamal) ว่า “พวกเขาเห็นว่าเรากำลังโศกเศร้า, เห็นว่าเราไม่มีปัญหาในการจ่ายเงินและได้ใช้ความได้เปรียบของพวกเขา….มันไม่เพียงแต่ทำลายเวลาของผมอย่างสิ้นเชิง แต่มันได้ขัดจังหวะช่วงเวลาสุดท้ายของพวกเรากับบุตรสาวที่กำลังจะสิ้นลม”

อย่างไรก็ตามข้อความดังกล่าวส่งมาจากบุคคลที่ฉวยโอกาสเพื่อหวังตบทรัพย์ บุคคลนั้นไม่ได้พบโทรศัพท์แท้จริงแต่อย่างใด ตำรวจใช้เวลาไม่นานจึงจับตัวการได้คือนาง Siti Nurhidayah Kamal ผู้ถือวีซ่าทำงาน-ท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย

เธอถูกนำตัวขึ้นศาลแขวง Ringwood ในนครเมลเบิร์นภายใต้การดูแลคดีโดยผู้พิพากษาหญิง Jan McLean ในวันจันทร์ที่ 29 เมษายนด้วยข้อหากรรโชกทรัพย์ โดยมีนายและนาง Windross เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีที่ศาล

ศาลได้รับฟังว่านาง Kamal และสามีซึ่งมีบุตรด้วยกันสองคนอยู่ที่มาเลเซีย ในขณะที่ทั้งสองเดินทางมาทำงานเป็นพนักงานขี่จักรยานส่งอาหารตามบ้านให้กับ Uber Eats ในนครเมลเบิร์น โดยอ้างถึงเหตุที่ทำไปก็เพราะประสบปัญหาทางการเงิน

ภาพครอปจาก google image 4 ภาพแรกเป็นภาพของนาง Siti Nurhidayah Kamal ถัดมานาย Jay และนาง Dee Windross ขณะอุ้มลูกน้อย และสุดท้ายภาพสามีของนาง Kamal ขณะเดินออกจากศาล

นาง Windross กล่าวภายนอกศาลว่า เธอดีใจที่ผู้ทำการกรรโชกทรัพย์เธอถูกดำเนินคดีและศาลปฏิเสธการให้ประกันตัว และกล่าวว่า “พวกเขามีรายได้มากกว่าที่เราได้รับ ใน 11 เดือนที่ผ่านมาเรามีรายได้จากคนคนเดียว (แต่)เราต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล, ค่าจอดรถ, ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง, ค่าผ่อนส่งบ้าน, เราต้องจ่ายทุกอย่าง แต่เธอเอาแต่รำไห้แล้วอ้างว่า (ที่ทำไป) เพราะเธอและสามีมีรายได้ไม่เพียงพอ”

นาง Kamal ซึ่งอยู่อาศัยในย่าน Springvale เขต City of Greater Dandenong ทางตะวันออกเฉียงใต้ของนครเมลเบิร์นได้รับการปฏิเสธการให้ประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าเธออาจหลบหนีออกนอกประเทศ ก่อนที่ผู้พิพากษา McLean กำหนดขึ้นเธอถูกนำตัวขึ้นศาลครั้งต่อไปในวันอังคารที่ 30 เมษายน (วันนี้) ที่ศาลแขวงนครเมลเบิร์น

ในขณะนี้ครอบครัว Windross ยังไม่ได้รับโทรศัพท์มือถือคืน สมาชิกในชุมชนที่ทราบข้อมูลบางอย่างสามารถโทรแจ้งเบาะแสได้ที่ Crime Stoppers หมายเลข 1800 333 000

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: