โรคหัดกลายเป็นประเด็นระดับชาติหลังมีผู้ป่วยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

8 เม.ย. 2019 รัฐบาลกลางเตรียมแผนรณรงค์ให้การศึกษาชุดใหม่ด้วยการตั้งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวเพื่อหวังลดจำนวนผู้ติดเชื้อโรคหัดในหลายรัฐทั่วประเทศ โดยมีรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้รับผลกระทบมากที่สุด

นาย Greg Hunt รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของรัฐบาลกลางได้แต่งตั้งนักวิทยาศาสตร์ระดับชั้นแนวหน้าของประเทศเข้าช่วยในการผลิตวิดีโอต่อต้านโรคหัดจำนวน 4 ชุด เพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ชักชวนให้ประชาชนทำการฉีดวัคซีนเต็มรูปแบบในต่อต้านการติดเชื้อโรคหัด

ชาวออสเตรเลียที่เกิดระหว่างปี 1966 ถึงปี 1994 จะเป็นกลุ่มเป้าหมาย อันเนื่องมาจากโปรแกรมรณรงค์การฉีดวัคซีนฟรีในปัจจุบันไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้มีผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนต้องตกอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

นอกจากนั้นแพทย์ตรวจโรคทั่วไป (GP) จะถูกขอให้เพิ่มการให้ความรู้แก่คนไข้ถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน

ทางด้านนาย Brad Hazzard รัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐบาลรัฐน.ซ.ว.ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลกลางทำมากกว่านั้น ด้วยการเพิ่มการณรงค์เตือนนักท่องเที่ยวถึงอันตรายต่อการเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาดของโรคหัดเช่นในหมู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การออกมาผลักดันของนาย Hazzard เกิดขึ้นหลังจากมีนักท่องเที่ยวจาก North Coast ทางฝั่งเหนือของรัฐน.ซ.ว.สองคนในวัย 20 ปีเศษซึ่งไม่ได้ฉีดวัคซีน ไปติดเชื้อโรคหัดในขณะท่องเที่ยวอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งสองมีอาการป่วยขณะอยู่บนเครื่องบินของสายการบิน Scoot เที่ยวบินที่ TR6 จากสิงคโปร์มายังเมืองโกลด์โคสต์ในวันที่ 29 ต่อวันที่ 30 มีนาคม 2019 ที่ผ่านมา

กระทรวงสาธารณสุขได้ติดต่อและเตือนผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมากับเที่ยวบิน TR6 โดยผ่านอีเมลและข้อความเท็กซ์ให้เฝ้าดูอาการของตนจนกว่าจะผ่านพ้นระยะปลอดภัยในวันที่ 22 เมษายน

เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเช่นกันหญิงสาววัย 20 ปีคนหนึ่งได้ติดเชื้อโรคหัดขณะไปตรวจร่างกายที่ศูนย์การแพทย์ในย่าน Eastwood ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนคนซิดนีย์ จากผู้ป่วยโรคหัดคนหนึ่งที่ติดเชื้อมาจากประเทศไทย

และสตรีวัย 40 เศษคนหนึ่งได้ติดเชื้อโรคหัดขณะอยู่ที่นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (NT) จากนั้นเธอได้ไปเที่ยวงานรื่นเริงสาธารณะอีกหลายแห่งในนครเมลเบิร์นรัฐวิกตอเรียก่อนที่อาการโรคหัดจะกำเริบ

เฉพาะรัฐน.ซ.ว.มีผู้ป่วยโรคหัดทั้งสิ้น 33 คนนับตั้งแต่วันคริสต์มาสที่ผ่านมา

ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ป่วยในปี 2018 ทั่วรัฐน.ซ.ว.มีเพียง 19 ราย, ปี 2017 มี 30 ราย, 2016 มี 18 รายและปี 2015 มีเพียง 5 รายเท่านั้น

นอกจากออสเตรเลียแล้ว พบว่าโรคหัดกำลังระบายทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา, นิวซีแลนด์และฟิลิปปินส์

นาง Cecily Johnson อดีตพยาบาลดูแลเด็กเล็กจาก North Coast เล่าถึงประสบการณ์อันขมขื่นในชีวิตของเธอว่า Laine บุตรสาวของเธอได้ติดเชื้อโรคหัดในขณะอายุ 10 เดือน

แม้จะรักษาหายแล้วแต่อีก 7 ปีต่อมาเชื้อหัดที่อยู่ในร่างกายมีส่วนทำให้ Laine เกิดโรคภาวะสมองอักเสบแบบกึ่งเฉียบพลัน (subacute sclerosing panencephalitis หรือ SSPE) โรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ บุตรสาวของเธอต้องตาบอด, เดินไม่ได้และในที่สุดก็พูดไม่ได้

นาง Johnson กล่าวว่า หนึ่งในคำพูดของบุตรสาวในช่วงก่อนที่เธอจะเสียชีวิตก็คือ “แม่ช่วยให้หนูมองเห็นอีกสักครั้งได้ไหม?”

นาง Johnson กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ว่าการเป็นโรคหัดมันสามารถเป็น “ระเบิดเวลา” ของโรค SSPE ที่จะค่อย ๆ พัฒนาอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะเข้าควบคุมทุกส่วนทั่วร่างกายโดยใช้เวลาเฉลี่ย 7 ปี

เธอกล่าวว่าพื้นที่ North Coast ถือเป็นพื้นที่ที่มีประชากรได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดอย่างเต็มรูปแบบต่ำที่สุดในรัฐน.ซ.ว.โดยเด็กอายุ 5 ขวบเข้ารับการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันเพียง 90.6% ในขณะที่มาตรฐานของประเทศกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 95%

ในขณะที่ผู้มีภมูิคุ้มกันของเมืองโกลด์โคสต์ทางชายฝั่งตอนใต้ของรัฐควีนสแลนด์ซึ่งประสบปัญหาการระบาดของเชื้อโรคหัดเช่นกัน ที่นี่เด็ก 5 ขวบก็มีอัตราฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันอยู่ที่ 92.2%

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: