หนุ่มกีวีวัย 19 ดรอปเรียนมหา’ลัยทำธุรกิจดรอปชิปทำเงินล้านภายในห้าเดือน

ข่าวออนไลน์นสพ. The Daily Mail วันที่ 15 มี.ค. 2019 เสนอข่าวเด็กมหาวิทยาลัยวัย 19 ปีสามารถทำรายได้ได้ถึง 1.2 ล้านเหรียญภายใน 5 เดือนจากธุรกิจดรอปชิป

17 มี.ค. 2019 ข่าวนี้ถือเป็นตัวอย่างของคนธรรมดาที่กลายเป็นนักธุรกิจเงินล้าน (เหรียญ) ภายใน 5 เดือนด้วยมือเปล่าและความขยันจากการขายของที่ไม่มีสินค้าคงคลังของตนเอง

นาย Josh Brown วัย 19 ปีจากโอ๊คแลนด์นครหลวงของเกาะเหนือประเทศนิวซีแลนด์ได้เริ่มทำธุรกิจดรอปชิป (dropshipping business) เมื่อปีที่ผ่านมาในขณะที่เขาเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโอ๊คแลนด์

เขาตั้งธุรกิจดรอปชิปเป็นบริษัทขายสินค้าที่ไม่ต้องมีสินค้าคงคลัง เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อเข้ามา เขาก็เพียงสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานในราคาขายส่ง แล้วทำการส่งของจากโรงงานไปยังลูกค้า

หรือจะพูดง่าย ๆ ก็คือบริษัทของเขาทำกำไรโดยไม่แตะต้องสินค้าแต่อย่างใด

นาย Brown เริ่มต้นจากการขายสินค้าหลายชนิดโดยผ่านเว็บไซท์หลายเว็บไซท์ แต่ประสบปัญหาขาดทุน 15,000 เหรียญในสี่เดือนแรก

ก่อนที่โชคของเขาจะมาถึงในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาหลังจากเขาสร้างเว็บไซท์ชื่อ Ezymounts และเริ่มขายอุปกรณ์ยึดโทรศัพท์มือถือในรถยนต์

ภายในสัปดาห์แรกมีผู้สั่งซื้อ 7,000 เหรียญและภายในหนึ่งเดือนยอดสั่งซื้อเพิ่มเป็น 50,000 เหรียญ

เขาจึงตัดสินใจขอลาหยุดจากมหาวิทยาลัยเพื่อทำงานธุรกิจดรอปชิปอย่างเต็มตัว ภายในสิ้นปี 2018 หรือภายในห้าเดือนเข้าสามารถทำรายได้ถึง 1.2 ล้านเหรียญ

ลูกค้าส่วนใหญ่ของนาย Brown อยู่ในสหรัฐและแคนาดา โดยมีโรงงานผลิตอยู่ในประเทศจีน

เขากล่าวถึงความสำเร็จว่า “ผมไม่ได้รับเงินลงทุนจากใครแม้แต่เชนต์เดียว เงินทุนที่ผมเริ่มทำธุรกิจมาจากเงินเก็บที่ผมทำงานพิเศษในระหว่างเรียนหนังสือ”

“ผมเชื่อว่า(เรื่องราวของผม)จะแสดงให้ทุกคนเห็นถึงความเป็นไปได้ต่อการประสบความสำเร็จอย่างนี้..ในยุคนี้โดยไม่มีเงินหนุนอยู่ข้างหลัง”

นาย Andy Mai : ภาพจาก Facebook

นาย Brown เป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่หลายรายที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจดรอปชิป ตัวอย่างที่คล้ายกับเขาอีกคนหนึ่งก็คือนาย Andy Mai วัย 19 ปีจากซิดนีย์ตะวันตกเขาก็ตัดสินใจขอหยุดพักการเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อทำธุรกิจขายผลิตภัณฑ์สำหรับทารก เพียงแค่กดแป้นพิมพ์จากห้องนอนของเขา สามารถทำกำไรให้เขาได้ปีละ 170,000 เหรียญทีเดียว

สำหรับท่านที่คิดจะทำธุรกิจดรอปชิปต้องระลึกไว้เสมอว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” และธุรกิจนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียดังนี้

ข้อดี

-ใช้ทุนเริ่มต้นเล็กน้อย – ไม่เหมือนพ่อค้าร้านสะดวกซื้อ, นักธุรกิจดรอปชิปเพียงแค่ซื้อสินค้าเมื่อลูกค้าสั่งซื้อเท่านั้น

-ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซท์เป็นของตนเอง – สามารถใช้บริการของ Amazon หรือ eBay หรือ Alibaba หรือ Gumtree ก็ได้

-ไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนด้านการจัดการ, คลังสินค้าและการจัดตั้งองค์กร

ข้อเสีย

-มีกำไรส่วนต่างไม่มาก – เพราะมันง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจ ดรอปชิปจึงมีการแข่งขันสูง ซึ่งหมายถึงคุณจะต้องขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง

-ฝันร้ายของแอดมิน – คุณจะต้องรับมือให้ได้กับลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายหลายรายที่มีความแตกต่างกันในเวลาเดียวกัน

-ไม่มีการควบคุมคุณภาพ – คุณจะเป็นผู้ถูกตำหนิหรือถูกฟ้องร้องหากโรงงานผลิตสินค้าไม่มีคุณภาพ

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: