วัยรุ่นเวียดนามประกาศรวมพลเปิดศึกสีผิวแก๊งแอฟริกาตั้งใหม่

ข่าวออนไลน์นสพ. The Daily Mail วันที่ 1 ม.ค. 2019 เสนอข่าววัยรุ่นชาวเวียดนามให้สัมภาษณ์รายการ A Current Affair เชื่อว่าพวกเขาพร้อมทำสงครามเชื้อชาติกับแก๊งวัยรุ่นแอฟริกาตั้งใหม่ Blood Drill Killer แบบให้ราบคาบกันไปข้างหนึ่ง

2 ม.ค. 2019 ขอย้ำอีกทีตำรวจรัฐวิกตอเรียควรจะทำอะไรสักอย่าง!! วัยรุ่นสวมหน้ากากชาวเวียดนามออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ A Current Affair ทางทีวี 9 ว่าพวกเขาพร้อมทำสงครามสีผิวกับแก๊งวัยรุ่นแอฟริกาซึ่งเพิ่งจัดตั้งใหม่ในนามแก๊ง Blood Drill Killer

แก๊ง Blood Drill Killer ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มวัยรุ่นเชื้อสายซูดานและแอฟริกาในวัย 14 ถึง 17 ปี พวกเขาประเดิมผลงานด้วยการทำลายทรัพย์สินของทางราชการในช่วงก่อนเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา ถือเป็นแก๊งชาวแอฟริกันล่าสุดที่เกิดขึ้นตามแก๊ง Menace to Society และแก๊ง Apex ซึ่งออกอาละวาดในนครหลวงของรัฐวิกตอเรียอย่างไม่กลัวเกรงกฎหมายบ้านเมืองมาแล้ว

สมาชิกหลายคนของแก๊ง Blood Drill Killer ก็คือผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงในย่าน St Albans   และยกพวกออกทำร้ายร่างกาย, ทรัพย์สินและจี้ปล้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครเมลเบิร์น

วัยรุ่นชาวเวียดนามคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับรายการ A Current Affair ว่า “พอกันที” ถึงตอนนี้พวกเขาจะต้องเอาคืน “มันจะเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ พวกเราจะตอบโต้” โดยไม่อาศัยอำนาจทางกฎหมาย (vigilante action)

“เราต้องต่อต้านนับจากนี้ไป เราต้องรวมตัวกัน เพื่อทำให้วัยรุ่นแอฟริกาทุกคนต้องเจ็บปวดถ้าเขาเข้ามาในเส้นทางของพวกเรา”

ฟางเส้นสุดท้ายของกลุ่มวัยรุ่นชาวเวียดนามเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นผิวสีซึ่งปัจจุบันคือสมาชิกแก๊ง Blood Drill Killer ก่อเหตุทำร้ายชายชาวเวียดนามวัย 46 ปีที่ภายนอกร้านอาหารเวียดนาม Song Huong ถนน Alfrieda St. ย่าน St Albans จนได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล

และเป็นผลให้ชายชาวเวียดนามในวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของร้านค้าและพนักงานบริเวณนั้นทนต่อไปไม่ไหว ลุกฮือขึ้นฉวยเก้าอี้ไล่กลุ่มวัยรุ่นผิวสีหลบหนีไป

ในช่วงก่อนหน้านั้นวัยรุ่นผิวสีจำนวน 20 คนพร้อมอาวุธเป็นไม้เบสบอลได้บุกเข้าขับไล่ลูกค้า และพังโต๊ะ, เก้าอี้ของร้านอาหาร B&D Kichen ซึ่งอยู่ติดกับร้านอาหาร Song Huong

ในวันที่ 19 ธันวาคม พวกเขาได้ออกมาก่อกวนในพื้นที่อีกครั้ง โดยในครั้งนี้ตำรวจสามารถจับสมาชิกแก๊งได้หนึ่งคนในข้อหาปล้นและทำร้ายร่างกาย

ในตอนค่ำของวันพฤหัสที่ 27 ธันวาคม ตำรวจได้จับกุมวัยรุ่นชาวแอฟริกา 6 คนที่สถานีรถไฟ Sunshine ทางตะวันตกของนครเมลเบิร์น หลังพวกเขาก่อเหตุอาละวาดขว้างป้าก้อนหินที่สถานีรถไฟทำให้เจ้าหน้าที่ของสถานีคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ โดยตำรวจเชื่อว่าผู้ที่ถูกจับกุม 2 ใน 6 คนเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อความวุ่นวาย, ปล้นและปะทะกับเจ้าของร้านค้าที่ถนน Alfrieda St. ย่าน St Albans

ในวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม แก๊งวัยรุ่นชาวแอฟริกาได้ก่อเหตุด้วยการบุกเขาก่อกวนที่ชายหาดทางตะวันออกเฉียงใต้ของนครเมลเบิร์น พวกเขาได้ใช้ขวดแก้วตีศีรษะวัยรุ่นคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ และเข้าทำร้ายและลวนลามผู้มาเล่นน้ำ ก่อนขโมยกระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือของพวกเขาไป

ข่าวออนไลน์สนพ. The Daily Mail วันที่ 29 ธ.ค. 2018 เสนอข่าวชุมชนชาวเวียดนามหวั่นเกรงว่าแก๊งวัยรุ่นแอฟริกันจะมาทำลายงานเทศกาลงานตรุษจีนที่ 6 มกราคมซึ่งจัดขึ้นที่ถนน Alfrieda St. ให้กลายเป็นสนามรบ

ในวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคมพนักงานร้านค้าแห่งหนึ่งที่ถนน Alfrieda St. ออกมากล่าวผ่านสื่อมวลชนว่า ชาวเวียดนามจะลุกฮือขึ้นมาเป็นมือกฎหมายเสียเอง หากตำรวจยังเมินเฉยต่อการเข้ามายุติการใช้ความรุนแรงของแก๊งวัยรุ่นผิวสี

เธอกล่าวว่า ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เธอไม่เห็นตำรวจเข้ามาดูแลพื้นที่แม้แต่คนเดียว

สำหรับเธอรู้ฤทธิ์เดชของพวกวัยรุ่นเป็นอย่างดี เพราะเคยถูกแก๊งวัยรุ่นทำร้ายมาแล้วสองครั้งภายในร้านค้า ครั้งหนึ่งเธอถูกตีด้วยโทรศัพท์มือถือที่พวกเขาขโมยมาที่ศีรษะจนแตกเป็นแผลเป็น

เธอบอกว่าในตอนนั้นเธอและสตรีผู้ได้รับบาดเจ็บจากร้านข้างเคียงได้โทร 000 แจ้งตำรวจ แต่ตำรวจก็ไม่มาที่เกิดเหตุ

ชายอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ตำรวจไม่มาที่เกิดเหตุ เพราะเขาอ้างว่าพวกเขามีงานล้นมือ

นาย Ben Tran วัย 22 ปี (คนเสื้อสีฟ้ามุมบนซ้ายตามภาพที่สอง) พนักงานของร้านอาหาร Song Huong กล่าวว่า ตำรวจมาช้าไปเมื่อมีผู้แจ้งเหตุการณ์ก่อความรุนแรง พวกเขาจะใช้เวลานานถึง 30 นาทีกว่าจะมาที่เกิดเหตุ มาแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะผู้ก่อเหตุไม่เสียเวลาอยู่รอพวกเขา      #และก็เหมือนทุก ๆ ครั้งที่ร้านอาหารมอบบันทึกเทปจากกล้อง CCTV แต่มันก็ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงใด ๆ วัยรุ่นผิวสีก็ยังมาก่อกวนเหมือนเดิม

นาย Tran เชื่อว่าตำรวจไม่สามารถหยุดแก๊งวัยรุ่นแอฟริกันได้

เขาเป็นอีกผู้หนึ่งที่เชื่อว่า ชาวเวียดนามเท่านั้นที่จะรวมตัวกันต่อสู้เพื่อป้องกันตนเองและคนในชุมชน

ขออนุญาตให้ความเห็น อันที่จริงจะตำหนิตำรวจก็ไม่ถูกจุดเสียทีเดียว ต้องตำหนินักการเมือง ตราบใดที่นักการเมืองหวั่นเกรงว่าจะเสียคะแนนนิยมจึงไม่ยอมรับว่า “วัยรุ่นผิวสีมีปัญหา” การแก้ไขเชิงนโยบายจึงไม่เกิดขึ้น

รัฐนิวเซาท์เวลส์ก็เคยประสบปัญหาวัยรุ่นแอฟริกาลี้ภัยจากจากประเทศที่เกิดสงครามกลางเมืองไม่สามารถปรับตัวเข้ากับชุมชนได้ พวกเขาพากันแยกตัวออกมาตั้งเป็นกลุ่มเป็นแก๊งก่อเหตุวุ่นวายตามความเคยชิน

แต่นักการเมืองในรัฐน.ซ.ว.ยอมรับปัญหานี้ และยอมแก้ไขด้วยการใช้มาตรการการจัดการทางสังคมและการปราบปรามควบคู่กันไป แก๊งชาวแอฟริกาในนครซิดนีย์จึงไม่สามารถเหิมเกริมเหมือนในนครเมลเบิร์น

จิงโจ้นิวส์เคยเสนอข่าวถึงปัญหาวัยรุ่นแอฟริกาในนครซิดนีย์ โดยมีนายตำรวจนายหนึ่งยอมเสี่ยงถูกฟ้องข้อหาเลือกที่รักมักที่ชังด้านเชื้อชาติออกมาแฉก่อนที่จะลาออกจากราชการในหัวข้อ “นายตำรวจระบุแก๊งชาวแอฟริกาจะแย่งความเป็นเจ้าถิ่นในซิดนีย์ตะวันตก” ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2014

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: