ใครในธนบัตร ตอน ๑

ใครในธนบัตรชนิดราคา ๕๐ เหรียญฉบับใหม่

ภาพตัวอย่างธนบัตรชนิดราคา ๕๐ เหรียญฉบับใหม่ ที่ถูกนำออกใช้หมุนเวียนวันแรกวันที่ 18 ตุลาคม 2018

เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่ธนบัตรชนิดราคา ๕๐ เหรียญถูกนำออกใช้หมุนเวียน ทำให้จิงโจ้นิวส์นึกถึงบทความ “ตามใจฉัน” เคยเขียนถึงบุคคลต่าง ๆ ที่ปรากฎบนธนบัตร จึงถือเป็นโอกาสนี้ในการแนะนำบุคคลสำคัญที่ปรากฎในธนบัตรชนิดราคา ๕๐ เหรียญฉบับใหม่ซึ่งยังเป็นบุคคลเดียวกับชนิดราคา ๕๐ เหรียญฉบับเดิม ดังที่ไม้ซีกขีดเขียนไว้ในตอน “ใครในธนบัตร ตอน ๑” เป็นบทความตอนที่ ๕๓๗ ในหนังสือพิมพ์ไทย-ออสนิวส์ฉบับวันที่ ๒๘ กรกฎาคม-๑๐ สิงหาคม ๒๐๑๐ ดังมีเนื้อหาดังนี้

 

ภาพ บทความ “ใครในธนบัตร ตอน ๑” ในหนังสือพิมพ์ไทย-ออสนิวส์

(หมายเหตุ ส่วนท่านที่ต้องการอ่านเรื่องราวของธนบัตรชนิดราคา ๕๐ เหรียญฉบับใหม่ สามารถอ่านย้อนหลังได้จากบทความข่าวและวิดีโอจากธนาคารกลางแห่งออสเตรเลียในหัวข้อ “ธนบัตร ๕๐ เหรียญออกใหม่ ไฮไลท์เหลืองอร่าม ๑๘ ตุลาคมนี้” ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๐๑๘ ครับ

 

@@@@

เดวิด ยูไนพอน

เดวิด ยูไนพอน บนธนบัตรฉบับละ ๕๐ เหรียญ

ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ส่งอิเมลมา บอกว่าหลังจากได้อ่านคอลัมน์ของน.ส.ไม้เรียวและเกลียวพัตรา (กิไดไมท์ How Are You?) ฉบับที่ ๕๓๓ แล้ว อยากให้ผมเขียนถึงบุคคลที่ปรากฎในธนบัตรออสเตรเลียบ้าง

เรื่องนี้ผมจำได้ว่า เคยมีคนเขียนเกี่ยวกับบุคคลสำคัญบนธนบัตรลงในหนังสือพิมพ์ไทย-ออสนิวส์ไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ในยุคที่ธนบัตรใบละ ๑๐๐ เหรียญเป็นภาพของนายดักกลาส มอว์สัน (Douglas Mawson) และฉบับละ ๒๐ เหรียญเป็นภาพของนายชาร์ลส คิงส์ฟอร์ด สมิท (Charles Kingsford Smith) แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ธนบัตรชุดใหม่ถูกพิมพ์มาใช้แทนของเดิม ภาพบุคคลบนธนบัตรเปลี่ยนไป ผมจึงเห็นสมควรสนองตามคำขอ แต่ขออนุญาตเสนอเป็นช่วง ๆ โดยไม่ติดต่อกันนะครับ เพราะเกรงท่านผู้อ่านจะเบื่อ

ในฉบับนี้ผมขออนุญาตประเดิมรายแรก เพื่อเป็นเกียรติแก่นักประดิษฐ์ นักเขียน นักสอนศาสนาและนักต่อสู่เพื่อนชนเผ่าพื้นเมือง ด้วยเรื่องราวของชาวอะบอริจินผู้ปรากฎอยู่บนธนบัตรฉบับละ ๕๐ เหรียญคือนายเดวิด ยูไนพอน (David Unaipon)

นายเดวิด ยูไนพอน ผู้นี้ถือกำเนิดในวันที่ ๒๘ กันยายน ๑๘๗๒ ที่พอยท์ แมคลี มิสชั่นเมืองเลคอเล็กซานดริน่าภูมิภาคคูรองในอาณานิคมเซาท์ออสเตรเลีย เขาเป็นบุตรคนที่ ๔ ในจำนวน ๙ คนของนายเจมส์ หงูไนโพนี (James Ngunaitponi) นักสอนศาสนา (พรีเชอร์) ชาวอะบอริจินคนแรกของออสเตรเลีย

เมื่ออายุ ๗ ขวบด.ช.เดวิดได้เข้าเรียนที่โรงเรียนของมิสชั่น จนกระทั่งอายุ ๑๓ ปีจึงออกมาทำงานเป็นคนรับใช้ให้กับนายซี.บี. ยัง (Charles Burney Young) นักการเกษตรสมัยใหม่, นักการเมืองและเจ้าของไร่องุ่น ผู้ซึ่งสนับสนุนให้ด.ช.เดวิดสนใจในด้านปรัญญา, วิทยาศาสตร์ และดนตรี

ด.ช.เดวิด ยูไนพอนเติบใหญ่ขึ้นมาเป็นนายเดวิด ยูไนพอน เมื่ออายุ ๑๘ ปี ได้กลับมาที่พอยท์ แมคลี มิสชั่นอีกครั้ง ที่นี่เขาเล่นออร์แกนให้โบสถ์ และเรียนการทำรองเท้ากับมิสชั่น ส่วนเวลาที่เหลือเขาใช้ไปกับการอ่านหนังสือทุกชนิด

นายยูไนพอนปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของศีลธรรมอันดี เขาไม่สูบบุหรี่และไม่แตะของมึนเมา ด้วยเหตุที่เป็นคนไฝ่ศึกษาและรู้มากกว่าคนอื่น ทำให้เขาไม่พอใจต่อการที่มิชชั่นจัดการศึกษาให้กับชาวอะบอริจินอย่างไม่เพียงพอและไม่จริงใจ ในราวปี ๑๘๙๙ เข้าได้ออกจากมิสชั่นไปทำงานเป็นพนักงานคลังสินค้าของกิจการรองเท้าแห่งหนึ่งในเมืองแอดิเลค

แบบเครื่องตัดขนแกะของเดวิด ยูไนพอน

อีกสองปีเศษต่อมาในวันที่ ๔ มกราคม ๑๙๐๒ เขาได้แต่งงานกับแคเธอรีน คาร์เตอร์หญิงสาวชาวเผ่าแทนกานี ผู้มีอาชีพเป็นคนรับใช้จากเมืองคูรอง

ด้วยความเป็นคนสนใจคิดค้นสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ทำให้นายยูไนพอนสามารถคิดค้นเครื่องตัดขนแกะด้วยมือสำเร็จ   และได้สิทธิบัตรจากการคิดค้นนี้ในปี ๑๙๐๙ นอกจากนั้นนายยูไนพอนยังได้พัฒนาทฤษฎีการตกกระทบของแสง (polarized light) และการออกแบบเฮลิคอปเตอร์โดยอาศัยหลักการของบูเมอแรง

การเป็นนักประดิษของเขาทำให้ถูกยกย่องว่าเป็น “ลิโอนาร์โด ดาร์วินชี่แห่งออสเตรเลีย” แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เขาไม่มีทุนทรัพย์และไม่มีผู้สนับสนุนการเงินให้เขาพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของเขาอย่างจริงจัง

ในระหว่างปี ๑๙๐๙ ถึง ๑๙๔๔ เขาได้ยื่นขอสิทธิบัตรในสิ่งประดิษฐ์จำนวนทั้งสิ้น ๙ ชิ้น ที่รวมถึงมอเตอร์ปั๊มอากาศหรือปั๊มน้ำ, วงล้อแนวตั้ง (multi-radial wheel), และอุปกรณ์ขับดัน แต่การยื่นขอสิทธิบัตรของเขาไม่ได้รับอนุมัติ

@@@@

 

ภาพนายเดวิด ยูไนพอน ในทศวรรษที่ ๒๐

ด้วยความเป็นคนไม่หยุดนิ่ง และมุ่งมั่นทำงานประดิษฐ์คิดค้นและเพื่อชนเผ่าพื้นเมือง ทำให้ชีวิตการสมรสของเขาไม่ราบรื่นเท่าที่ควร   เขาได้ปล่อยให้ภรรยาของเขาโดดเดี่ยวอยู่ที่บ้านตามลำพัง จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของเธอในปี ๑๙๒๘

ด้วยความที่เป็นคนอยากรู้อยากเห็นในเรื่องราวของศาสนา ในที่สุดทำให้เขามีความเชื่อทั้งความเชื่อทางประเพณีดั้งเดิมของชาวอะบอริจิน และความเชื่อทางคริสตศาสนา

เขาได้เข้าทำงานกับ “สมาคมเพื่อนอะบอริจิน” หรือที่รู้จักกันดีว่า AFA เป็นสมาคมที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๑๘๕๘ มีกิจกรรมติดต่อกันมากว่าร้อยปี โดยมีการจัดประชุมสมาชิกครั้งสุดท้ายในปี ๒๐๐๐ ที่ผ่านมา

หน้าที่ที่นายยูไนพอนได้รับมอบหมายก็คือ การติดตามเก็บเงินค่าสมาชิก ทำให้เขาต้องเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วภาคใต้และตะวันออกของออสเตรเลีย   ภารกิจนี้ทำให้เขาได้ติดต่อกับชาวผิวขาว เขาพบผู้คนที่มีความรู้มากมายที่มีความห่วงใยในเรื่องของชาวอะบอริจิน บุคคลเหล่านี้ให้โอกาสเขาในการพูดและบรรยายถึงวัฒนธรรมและสิทธิของชาวอะบอริจินตามโรงเรียน, ชุมชนและโบสถ์

ในการเดินทางไกลเพื่อทำหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเดินด้วยเท้า บ่อยครั้งที่เขาถูกปฏิเสธที่พักและอาหาร อันเนื่องมาจากสีผิวของเขา

ในด้านการเมือง เขาเคยทำเรื่องเสนอให้รัฐบาลรัฐเซาท์ออสเตรเลียเปลี่ยนสำนักงานใหญ่ผู้ปกป้องชาวอะบอริจิน ด้วยการตั้งองค์กรใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าทดแทน นอกจากนั้นเขาเคยถูกจับหลังจากพยายามเรียกร้องให้มีการแบ่งแยกเขตปกครองสำหรับชาวอะบอริจินในออสเตรเลียกลางและเหนือ

ในด้านการเป็นนักเขียนนายยูไนพอนมีผลงานเขียนหลายชิ้น เขาเป็นชาวอะบอริจินคนแรกที่งานเขียนของเขาถูกตีพิมพ์สู่สาธารณชน ผลงานที่แพร่หลายคือ Myths and Legends of the Australian Aboriginals และ Legendary Tales of the Australian Aborigines

นายยูไนพอน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลทัลเล็มเบนด์ในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๑๙๗๖ ในขณะอายุ ๙๕ ปี ร่างของเขาถูกฝั่งที่สุสานรักกันมิสชั่น (Raukkan Mission) หรือนามเดิมคือสุสานพอยท์ แมคลี มิสชั่นถิ่นที่เขากำเนิดมานั่นเอง

ภาพ Arnhem Land ในธนบัตรฉบับละ ๑ เหรียญ

ธนบัตรฉบับละ ๕๐ เหรียญ ที่มีภาพของนายเดวิด ยูไนพอนได้ถูกพิมพ์ใช้มาตั้งแต่ปี ๑๙๙๕ และได้เป็นข่าวขึ้นมาในปี ๒๐๐๘ เมื่อนายอัลลัน “เชอร์ปี้” แคลมป์เบลออกมาอ้างว่าเขาเป็นทายาทโดยชอบธรรมของนายยูไนพอน โดยปู่ของเขาเป็นพี่น้องท้องเดียวกับนายยูไนพอน ได้ออกมาเรียกร้องค่าเสียหายจากธนาคารกลางออสเตรเลียเป็นเงิน ๓๐ ล้านเหรียญ โทษฐานที่นำภาพปู่ของเขาไปพิมพ์ลงในธนาบัตรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทายาทในครอบครัว

ถือเป็นความพยายามเรียกร้องความเสียหายในเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากธนาคารกลางครั้งใหญ่ที่สุด คือมากกว่าเมื่อครั้งนายเดวิด มาแลนจิศิลปินชาวอะบอริจินผู้มักน้อยยอมรับเงินชดเชยเป็นเงิน ๑,๐๐๐ เหรียญกับเบ็ดตกปลา ๑ คันและเหรียญเงินเชิดชูเกียรติหนึ่งอัน หลังแบ๊งก์ชาติพบว่าได้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาด้วยการนำภาพเขียน Arnhem Land ของเขาไปเป็นภาพด้านหลังของธนบัตรฉบับละ ๑ เหรียญที่ออกในปี ๑๙๖๖ โดยไม่ได้ขออนุญาต

นายแคลมป์เบล อ้างว่าสตรี (ซึ่งเสียชีวิตแล้ว) ที่ธนาคารกลางปรึกษาและได้อนุญาตให้ใช้ภาพ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายยูไนพอน อย่างไรก็ตามข้อทักท้วงของนายแคลมป์เบลไม่มีน้ำหนักพอที่จะต่อสู้ในระบบยุติธรรมได้

 

@@@@

อีดิธ คาวแวน

อีดิธ คาวแวน บนธนบัตรฉบับละ ๕๐ เหรียญ

บุคคลที่ปรากฎในธนบัตรฉบับละ ๕๐ เหรียญอีกท่านหนึ่งก็คือนางอีดิธ คาวแวน (Edith Dircksey Cowan) เธอเป็นนักสังคมสงเคราะห์ นักรณรงค์ทางสังคม และเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรในรัฐสภาออสเตรเลีย

อีดิธ คาวแวนถือกำเนิดในสกุลบราวน์ในวันที่ ๒ สิงหาคม ๑๘๖๑ ที่ฟาร์มเกรนการ์รีใกล้เมืองเจราล์ดตัน ในอาณานิคมเวสเทิร์นออสเตรเลีย เธอเป็นบุตรคนที่สองของนายเคนเนท บราวน์และนางแมรี อีลิซา เดิร์กซีย์ในครอบครัวที่มีอิทธิพลและเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวเมือง

เมื่อด.ญ.อีดิธอายุได้ ๗ ขวบ มาดาของเธอได้เสียชีวิตในขณะให้กำเนิดบุตร ทำให้บิดาส่งเธอไปอยู่โรงเรียนกินนอนในเมืองเพิร์ทซึ่งดำเนินกิจการโดยกลุ่มสตรีสกุลคาวแวน ที่เป็นพี่สาวของ “เจมส์ คาวแวน” บุคคลที่จะเป็นสามีของเธอในอนาคต

หลังจากมารดาเสียชีวิต บิดาของเธอได้แต่งงานใหม่ แต่ชีวิตการสมรสไม่ราบรื่น ทำให้บิดาของเธอหันมาพึงสุรานับวันก็ยิ่งดื่มหนักขึ้น จวบจนเมื่อเธออายุได้ ๑๕ ปี บิดาของเธอได้ยิงภรรยาคนที่สองเสียชีวิต แล้วเขาถูกตัดสินโทษประหารด้วยการแขวนคอให้ตายตกตามกันไป

เมื่อบิดาเสียชีวิตน.ส.อีดิธ บราวน์ได้ลาออกจากโรงเรียนกินนอนของสกุลคาวแวน ย้ายไปอยู่กับยาย (หรือย่า) ที่กิลด์ฟอร์ด ทางตะวันตกของเมืองเพิร์ท และได้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนแคนนอนสวีตติ้ง

เมื่ออายุ ๑๗ ปีน.ส.อีดิธ บราวน์ได้เปลี่ยนมาเป็นนางอีดิธ คาวแวนเมื่อเธอสมรสกับนางเจม คาวแวนข้าราชการหนุ่มในขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นนายทะเบียนประจำศาลฎีกา หลังจากแต่งงานเธอได้ย้ายมาอยู่บ้านที่ถนนมัลคอล์มในย่านเวสต์เพิร์ท ก่อนที่จะย้ายไปอยู่บ้านหลังแรกของทั้งสองที่คอตเตสโลในปี ๑๘๙๖ จนถึงปี ๑๙๑๒

นางคาวแวนมีความสนใจในเรื่องปัญหาของสังคม ความไม่ยุติธรรมในระบบกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสตรีและเด็ก

ในปี ๑๘๙๔ เธอได้ร่วมก่อตั้งสโมสร “คาร์รากัตตา คลับ” รับสมาชิกสตรีเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในสิ่งที่ผู้หญิงสมควรจะได้รับทราบ โดยเธอเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานสโมสร ด้วยกิจการรณรงค์เพื่อสิทธิของสตรี ความสำเร็จที่สโมสรได้รับคือ การเรียกร้องให้สตรีมีสิทธิเลือกตั้งในปี ๑๘๙๙

จากนั้นนางคาวแวนได้ขยายความสนใจในด้านสวัสดิภาพสังคม โดยเฉพาะด้านสุขภาพสตรีและสวัสดิภาพของกลุ่มผู้เสียเปรียบทางสังคมเช่นเด็กกำพร้าและหญิงโสเภณี

เธอได้มีส่วนในกิจกรรมและเป็นกรรมการขององค์กรเพื่อสตรีและองค์กรทางสวัสดิภาพหลายแห่ง นางคาวแวนยังมีส่วนร่วมก่อตั้ง “วีเมน’ส เซอร์วิส ไกด์” องค์กรเคลื่อนไหวของสตรีในออสเตรเลียในปี ๑๙๐๙

เธอมีส่วนผลักดันให้เกิดการก่อสร้างโรงพยาบาลหญิง “คิงเอ็ดเวิร์ด เมโมเรียล ฟอร์วีเมน” ในปี ๑๙๑๖ และมีส่วนร่วมก่อตั้ง “สภาสตรีแห่งชาติรัฐเวสเทิร์ออสเตรเลีย” โดยเธอเป็นประธานในระหว่างปี ๑๙๑๓ ถึง ๑๙๒๑ และต่อมาลดบทบางของตนเองมาเป็นรองประธานจะกระทั่งเสียชีวิต

@@@@

นางคาวแวนมีความเชื่อว่าเด็กไม่ควรถูกพิจารณาคดีอย่างเดียวผู้ใหญ่ เป็นเหตุให้เธอตั้ง “สมาคมปกป้องเด็ก” ซึ่งมีส่วนผลักดันให้เกิดศาลเด็กในเวลาต่อมา ในปี ๑๙๑๕ เธอได้รับแต่งตั้งให้มีส่วนร่วมพิจารณาในศาลเด็ก โดยเธอรับตำแหน่งนี้ติดต่อกันเป็นเวลา ๑๘ ปี

ในปี ๑๙๒๐ นางคาวแวนเป็นสตรีออสเตรเลียกลุ่มแรกของประเทศที่ได้รับแต่งตังให้เป็น JP หรือเจ้าพนักงานพิจารณาความยุติธรรมขั้นพื้นฐาน

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ นางคาวแวนเป็นผู้นำกลุ่มสตรีทำหน้าที่จัดหาอาหารและเสื้อผ้าไปให้ทหารที่แนวหน้า และร่วมมือกันในการดูแลทหารหาญที่กลับจากสงคราม เธอยังเข้ารับตำแหน่งประธานจัดเรี่ยไรรายได้ให้กับสภากาชาดออสเตรเลีย ส่งผลให้เธอได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งสหราชอาณาจักรชั้น Order of the British Empire หรือ KBE

ในปี ๑๙๒๐ ออสเตรเลียตะวันตกได้ผ่านกฎหมายให้สตรีมีสิทธิลงสมัครเลือกตั้งได้ ในปีนั้นนางคาวแวนในวัย ๕๙ ปีได้ลงสมัครเลือกตั้งส.ส.เขตเลือกตั้งเวสต์เพิร์ทในนามพรรคเนชั่นแนลีสต์ โดยมุ่งประเด็นหาเสียงในด้านครอบครัวและสังคมที่เธอเห็นว่าไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล ผลการเลือกตั้งออกมาเธอชนะอย่างผลิกโผ ด้วยการมีชัยเหนือนายโทมัส ดราเปอร์รัฐมนตรีกระทรวงสำนักงานอัยการ ผู้ซึ่งเสนอร่างกฎหมายให้สตรีมีสิทธิเป็นสมาชิกรัฐสภาได้

ในระหว่างทำหน้าที่ส.ส.เธอประสบความสำเร็จในการผลักดันกฎหมายให้มารดามีสิทธิเท่าเทียมบิดา เมื่อบุตรของพวกเขาเสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม รวมถึงการผลักดันให้บรรจุเพศศึกษาเป็นหลักสูตรการสอนในโรงเรียนอีกด้วย

อย่างไรก็ตามอาชีพนักการเมืองของเธอไม่ยาวนานนัก ในปี ๑๙๒๔ เธอประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง เธอได้พยายามลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้งในปี ๑๙๒๗ แต่ก็ประสบความล้มเหลว ทำให้เธอตัดสินใจเลิกล้มการเป็นนักการเมือง

ในช่วงบั้นปลายของชีวิต เธอได้มีส่วนช่วยสังคมด้วยการเป็นตัวแทนของประเทศเข้าร่วมงาน “ประชุมสตรีนานาชาติปี ๑๙๒๕” ที่สหรัฐอเมริกา มีส่วนในการก่อตั้ง “ราชสมาคมประวัติศาสตร์แห่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย” ในปี ๑๙๒๖ และช่วยเหลือในการว่างแผนจัดงานฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปีรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียในปี ๑๙๒๙

ในปี ๑๙๓๐ เธอต้องลดบทบาทช่วยเหลืองานสังคมลงอันเนื่องมาจากปัญหาทางสุขภาพ เธอได้เสียชีวิตลงในวันที่ ๙ มิถุนายน ๑๙๓๒ ร่างของเธอถูกฝังที่สุสานคาร์รากัตต้า

หอนาฬิกาอีดิธ คาวแวน เมมโมเรียล มีใบหน้าของอีดิธ คาวแวนเพิ่มเติมในภายหลัง

หลังจากเสียชีวิต ๒ ปี หอนาฬิกา “อีดิธ คาวแวน เมมโมเรียล” ที่ประตูทางเข้าสวนสาธารณะคิงส์ปาร์คได้ทำพิธีเปิด เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับนางคาวแวน เป็นที่เชื่อกันว่าเป็นอนุสรณ์สถานพลเมืองสตรีแห่งแรกของออสเตรเลีย แต่ที่ไม่เป็นรูปปั้นเหมือนจริงของเธอ เพราะในเวลานั้นผู้มีอำนาจทางการเมืองเห็นว่ารูปปั้นเหมือนคนมีไว้สำหรับบุรุษ หอนาฬิกาจึงเปรียบเสมือนเวลารอคอย ที่สตรีจะมีสิทธิทุกอย่างทัดเทียบบุรุษ แม้ยามพวกเธอเสียชีวิตไปแล้ว

ในปี ๑๙๙๑ วิทยาลัยอุดมศึกษาแห่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นมหาวิทยาลัยอีดิธคาวแวน (ECU) เพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ

สำหรับธนบัตรฉบับละ ๕๐ เหรียญที่มีภาพของนางอิดิธ คาวแวนถูกพิพม์ออกใช้ครั้งแรกในเดือนตุลาคมปี ๑๙๙๕ ครับ

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย, บทความ ตามใจฉัน, บทความทั่วไป

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: