เรื่องเศร้าของโคอาลาหอบลูกน้อยเข้าโรงยิมตามหาต้นไม้ที่หายไป

โคอาลา Caramello กับลูกน้อย Toffee กำลังปีนอยู่บนเครื่องออกกำลังจากภายในโรงยิม : ภาพจากเฟสบุ๊ค The Results

11 ต.ค. 2018 เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมาจิงโจ้นิวส์ได้เสนอข่าวถึงโคอาลาสองแม่ลูกนั่งอยู่บนท่อนไม้ที่ถูกตัดมากองไว้ เป็นที่เชื่อว่าท่อนไม้ท่อนหนึ่งก็คือบ้านของพวกมัน ล่าสุดมีดราม่าเกิดขึ้นอีก เมื่อโคอาลาหอบลูกน้อยเข้าไปในโรงยิมหลังจากบัานของมันถูกมนุษย์ทำลาย

ทั้งนี้โคอาลาที่มีผู้ตั้งชื่อให้ว่า Caramello ได้หอบอุ้มลูกน้อย Toffee เข้ามาเดินอย่างไร้จุดหมายอยู่ที่ชั้นเรียนการออกกำลังกายของโรงยิม Crossfit Gym ในย่าน Mansfield ห่างจากใจกลางนครบริสเบนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 11 กม.

นาง Kiriana Griffin กรรมการผู้จัดการและเจ้าของโรงยิมกล่าวว่า โรงยิมของเธอมีขนาดเล็กมาก ทุกคนต้องเบียดตัวหลีกทางให้ Caramello และ Toffee เดินเข้ามาเตร่ภายในโรงยิมตามใจชอบ เธอเห็น Caramello พาลูกน้อยปีนขึ้นไปบนเครื่องเล่นแล้วเครื่องเล่นเล่า

นาง Griffin กล่าวว่า เธอได้ตัดสินใจหรี่ไฟลงเพื่อไม่ให้แสงไฟรบกวนมัน และกลับมาเข้าชั้นเรียนออกกำลังกายต่อไปโดยทำเสียงให้เบาที่สุด

เป็นที่เชื่อว่า แม่ลูกโคอาลาเข้ามาในโรงยิมของเธอก็เนื่องมาจากแผนการขยายเมืองของรัฐบาลรัฐควีนสแลนด์ ได้ไปทำลายต้นไม้ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมัน มันคงปีนไปตามเครื่องออกกำลังกายตามวิสัยสัตว์อาศัยอยู่บนต้น แต่น่าเสียดายที่เครื่องออกกำลังกายไม่ใช่ต้นไม้ที่มันคุ้นเคย

จากข้อมูลของ Australia Zoo กล่าวว่า ประชากรโคอาลาได้ลดลงอย่างมากมายไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันโคอาลาในนครบริสเบนอยู่ในสภาพถูกคุกคามอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากการตัดต้นไม้เพื่อขยายเขตเมืองอย่างไรการควบคุม และไร้การคำนึงถึงการดำรงชีวิตร่วมกับสัตว์ป่า

มูลนิธิ Australian Koala Foundation เชื่อว่าถิ่นที่อยู่ของโคอาลากว่า 80% ได้ถูกหักล้างถางพงทางซีกตะวันออกของออสเตรเลีย

ถ้าโคอาลาพูดได้คงพูดว่า “ต่อไปตูคงต้องนั่งขออาหารข้างทางหรือไม่ก็ต้องอิมพอร์ตใบยูคาลิปตัสมาจากต่างประเทศ ไม่งั้นพวกตูสูญพันธุ์แน่ ๆ” (ภาพนี้ไม่เกี่ยวกันเนื้อข่าว) : ภาพจาก Youtube ไม่ทราบต้นฉบับ

ข่าวในวันนี้ยังอ้างถึงข่าวหนึ่งที่จิงโจ้นิวส์ได้ร่วมเสนอข่าวด้วยในหัวข้อ “WWF ทำนายโคอาลาในรัฐน.ซ.ว.จะสูญพันธุ์ก่อนปี 2050 ” ลงวันที่ 8 กันยายน 2018 อันเนื่องมาจากที่อยู่ของโคอาลาถูกกองทัพรถตักดินโค่นเฉลี่ยวันละ 14 สนามฟุตบอลทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลท์ หลังจากรัฐบาลรัฐยกเลิกกฎหมายควบคุมการเพาะปลูกของชนเผ่าพื้นเมืองหรือ native vegetation act ในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: