ตำรวจจับสามีวัย 24 ปีข้อหาฆ่ายกครัว ภรรยาวัย 42 ปี, ลูก ๆ และแม่ยาย

ข่าวออนไลน์จากสำนักข่าว SBS เสนอข่าวการจับกุมชายวัย 24 ปี หลังพบผู้เสียชีวิต 5 คนที่บ้านในนครเพิร์ท ซ้ายมือเป็นภาพของนาง Mara Quinn และผู้เป็นฆาตกร (สามี) ที่ได้รับการปิดบังใบหน้า

10 ก.ย. 2018 ข่าวการฆ่ายกครัว 5 ศพที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเป็นข่าวใหญ่มาตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่จิงโจ้ต้องการรอผลการยืนยันจากศาลถึงตัวฆาตกรอย่างแน่นอน หลังจากสื่อบอกใบ้แต่ยังไม่ระบุออกมาว่าคือผู้เป็นสามี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กันยายนที่ผ่านมาตำรวจเข้าไปที่บ้านในย่าน Bedford เขต City of Bayswater ประมาณ 7 กม.ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครเพิร์ทพบศพนาง Mara Quinn (สื่อบางสำนักใช้นามสุกุล Harvey) วัย 42 ปี, ด.ญ. Charlotte วัย 3 ขวบ, ด.ญ. Alice และด.ญ. Beatrix บุตรสาวฝาแฝดวัย 2 ขวบ และนาง Beverley Quinn มารดาวัย 74 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน

ผู้เป็นฆาตกรในคดีนี้ก็คือนาย Anthony Harvey วัย 24 ปีสามีของนาง Quinn ผู้ซึ่งพาตัวเองเข้ามอบตัวและรับสารภาพผิดที่สถานีตำรวจเมือง Karratha ในภูมิภาค Pilbara ประมาณ 1,500 กม.ทางเหนือของนครเพิร์ท ทำให้ตำรวจเข้าตรวจที่บ้านเกิดเหตุที่ถนน Coode St. ในตอนเที่ยงของวันอาทิตย์ พบภาพสมาชิกของครอบครัวทั้ง 5 คนเสียชีวิตส่งกลิ่มเหม็นเน่าอย่างรุนแรง โดยมีโทรทัศน์เปิดอยู่

นาย Harvey ถูกตั้งข้อหาเจตนาฆ่าภรรยา, บุตรสาวของเขา 3 คนและแม่ยายเสียชีวิตรวม 5 กระทงความ

ข่าวออนไลน์ของนสพ. The Daily Mail พาดหัวข่าว แรงจูงใจในการสังหารเกิดขึ้นจากผู้เป็นสามีประสบปัญหาทางการเงิน ข่าวนี้เปิดเผยภาพนาย Anthony Harvey ผู้ก่อเหตุฆ่ายกครัว

สำหรับแรงจูงใจในการสังหารยกครัวครั้งนี้ น่าจะมาจากความกดดันทางการเงิน

ตำรวจได้ปะติดปะต่อจากการสอบปากคำเพื่อน ๆ, อดีตเพื่อนร่วมงาน, เพื่อนบ้านและคนในชุมชน ซึ่งจิงโจ้นิวส์ขออนุญาตสรุปโดยย่อดังนี้

นาย Harvey พบนาง Quinn ในขณะที่เขาเข้าทำงานที่เหมืองแร่เหล็กของบริษัท Sino Steel Pilbara ในภูมิภาค Pilbara ซึ่งฝ่ายหญิงทำงานอยู่แล้ว

อดีตเพื่อนนักเรียนกล่าวว่า นาง Quinn เป็นผู้ที่โชคร้ายในเรื่องความรักมาตลอดชีวิตของเธอ และเหมือนกับเป็นรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่ทำให้เธอพบรักกับนาย Harvey และแต่งงานกันในปี 2014 ในขณะที่ฝ่ายชายอายุ 20 ปีและฝ่ายหญิงอายุ 38 ปี

ต่อมาทั้งสองตัดสินใจลาออกจากงาน มาตั้งธุรกิจของครอบครัวร่วมกันโดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินเก็บจากการทำงานที่เหมืองกับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของนาง Quinn คงเหลือไว้แต่บ้านอิฐขนาด 3 ห้องนอน ที่นาง Quinn ซื้อไว้ในปี 2008 และเป็นบ้านที่เกิดเหตุฆาตกรรม

ธุรกิจที่สองสามีภรรยาทำเป็นกิจการแฟรนไชส์ชื่อ Jim’s Mowing สาขา Morley เขต City of Bayswater ประมาณ 10 กม.ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครเพิร์ท เป็นกิจการรับจ้างตัดหญ้า, ออกแบบและตกแต่งสวน แต่ธุรกิจกลับไม่ประสบความสำเร็จ แม้ว่านาย Harvey จะพยายามอย่างหนักแล้วก็ตาม

เพื่อนบ้านกล่าวว่า ครอบครัว Harvey โดยเฉพาะผู้เป็นสามีมันจะมีโลกส่วนตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ก็ไม่ถึงกับปิดตัวเองจากสังคม

เพื่อนบ้านอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ปกติจะเห็นพวกเขาโผล่ออกมาจากบ้านและเห็นนาย Harvey ออกมาทำสวนหน้าบ้าน แต่พวกเขาได้หายไปมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ ทีแรกก็คิดว่าทั้งครอบครัวคงจะไปท่องเที่ยวต่างถิ่น เพราะไม่เห็นรถของนาย Harvey โดยไม่คิดเฉลียวใจว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น

บ้านเกิดเหตุอยู่หัวมุมถนน Coode St. และถนน Fort St. อยู่ห่างจากโรงเรียน 3 แห่งเพียงไม่ถึง 500 เมตรประกอบด้วยโรงเรียนมัธยม John Forrest Secondary College โรงเรียนมัธยม Chisolm Catholic College และโรงเรียนประถม Hillcrest Primary ซึ่งทุก ๆ เช้าจะมีเด็กนักเรียนเดินผ่านบ้านหลังนี้ประจำ

ข่าวการเสียชีวิตทำให้คนในชุมชนต่างช็อกไปตาม ๆ กัน รวมถึงเด็กนักเรียนเหล่านี้ ที่ต้องเดินผ่านบ้านเกิดเหตุทั้งไปและกลับโรงเรียน

ทางด้านตำรวจยังไม่ได้แถลงว่า ทั้งห้าคนเสียชีวิตอย่างไร แต่กล่าวว่าตำรวจคดีฆาตกรรมและเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์จะเข้าไปทำงานที่บ้านต่อในวันจันทร์ที่ 10 กันยายนเพื่อรวบรวมหลักฐานประกอบคำรับสารภาพและประเมินเวลาที่ทั้งห้าคนเสียชีวิต

นาง Mara Quinn กำลังอุ้มบุตรสาว : ภาพจาก Facebook group Perth & Districts Multiple Birth Association Inc

ในวันนี้ (10 กันยายน) นาย Harvey จะถูกนำขึ้นพิจารณาคดีที่ศาลแขวงนครเพิร์ทโดยผ่านระบบวีดีโอลิ้งค์มาจากห้องขังในเมือง Karratha

นาย Harvey สารภาพว่าเขาได้ฆ่าภรรยา (ในศาลภรรยาใช้นามสกุล Harvey) และลูกในวันที่ 3 กันยายนหรือหกวันก่อนที่ตำรวจพบศพ และฆ่านาง Quinn แม่ยายในตอนเช้าของวันที่ 4 กันยายน

หลังจากสังหารแล้วเขาได้อยู่กับศพภายในบ้านเป็นระยะเวลาหนึ่ง (สื่อฯใช้คำว่า some days) ก่อนที่จะขับรถขึ้นไปทางเหนือ (น่าจะขับไปยังที่คุ้นเคยเพราะเมือง Karratha อยู่ในภูมิภาค Pilbara ซึ่งเป็นที่ที่เขาและภรรยาเคยทำงานเหมืองมาก่อน….อันนี้เติมเอง)

เหตุการณ์ฆ่ายกครัวที่ย่าน Bedford ถือเป็นเหตุการณ์ฆ่าล้างครัวที่เกิดขึ้นในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเป็นครั้งที่สาม ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม 2018 ชายวัย 19 ปีถูกตั้งข้อหาฆ่าเด็กชายวัย 8 ปี, ฆ่าเด็กหญิงวัย 15 ปีและมารดาของเด็กที่ย่าน Ellenbrook เขต City of Swan

และในเดือนพฤษภาคม 2018 เกิดเหตุการณ์ฆ่ายกครัว 7 ศพที่ Margaret River โดยนาย Peter Miles วัย 61 ปี ทำการสังหาร Cynda ภรรยาวัย 58 ปี, นาง Katrina Cockman บุตรสาววัย 35 ปี, และหลานตาที่เป็นเด็กออทิสติกสี่คนคือ Taye วัย 13 ปี, Rylan วัย 12 ปี, Arye วัย 10 ปี, และ Kadyn วัย 8 ปี ก่อนที่จะฆ่าตัวเองตายตาม   #

คดีนี้ถือเป็นเหตุการณ์การฆาตกรรมหมู่ที่ร้ายแรงที่สุดนับจากเหตุการณ์ Port Arthur Massacre ในรัฐแทสมาเนียในปี 1996 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 35 คน (ตามที่จิงโจ้นิวส์เสนอข่าวในหัวข้อ “เกิดเหตุสังหารหมู่ในบ้านฟาร์มรัฐ WA ร้ายแรงที่สุดในรอบสองทศวรรษ” ลงวันที่ 12 พ.ค. 2018 และ “ฆ่าหมู่ที่ Margaret River ตำรวจยังปักใจเชื่อผู้สังหารเป็นคนในบ้าน” ลงวันที่ 13 พ.ค. 2018)

หมายเหตุ หากมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจใด ๆ และหาทางออกไม่ได้ขณะอยู่ในออสเตรเลีย ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป ขอให้โทรศัพท์ขอคำปรึกษาได้ที่ แล้วจะพบทางออกที่ดีกว่า

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: